เฉลิมปูดก่อการร้ายจ้องบึ้มกงสุลสหรัฐเชียงใหม่

  • วันที่ 12 ก.พ. 2556 เวลา 13:45 น.

เฉลิมปูดก่อการร้ายจ้องบึ้มกงสุลสหรัฐเชียงใหม่

"เฉลิม" รับ กังวลข่าวกลุ่มอัลกออิดะห์-ซาลาฟิสต์ จ่อบึ้มสถานกงสุลสหรัฐฯ เชียงใหม่ สั่ง ผบช.ภ.5 จับตาใกล้ชิด ยัน ไม่เกี่ยวนายกฯปฏิบัติภารกิจภาคเหนือ

เมื่อเวลา 12.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวแจ้งว่ากลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่มซาลาฟิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในแอลจีเรียมีแผนที่ถล่มสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงต้นเดือนก.พ. โดยแผนปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นภายใต้รหัส “Billiard Ball”ว่า ตนได้รับรายงานจากหน่วยข่าวของสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ และได้สั่งพล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ให้ดูแลตั้งแต่วันที่ 6 กพ.ที่ผ่านมาแล้ว  ส่วนแหล่งข่าวจะเชื่อถือได้หรือไม่ ตนคิดว่าถึงเชื่อไม่ได้เราก็ต้องระวัง ขณะที่ทางผบช.ภ.5 ยืนยันมาแล้วว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด งานนี้หากเราป้องกันได้จะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เหตุเกิดก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุอะไรทำให้กลุ่มดังกล่าวร่วมกันลงมือ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า มีสาเหตุหลายอย่าง แต่ต้องขอเป็นความลับ แต่เป็นเรื่องจริงที่ตนได้สั่งด้วยวาจา ทำทุกอย่างให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ เมื่อถามว่า ได้มีการประสานกับแหล่งข่าวต่างประเทศด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ได้เป็นรายงานข่าวจากต่างประเทศ แต่เป็นรายงานข่าวจากในประเทศ และข่าวในทำนองนี้มีมานานแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าเป็นอันตราย

เมื่อถามว่า จะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีการฝึกคอบบร้าโกลด์ 13 ประจำปี 2013 ที่ไทยร่วมฝึกกับสหรัฐฯหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบเพื่อเป็นการรักษาชั้นความลับ เมื่อถามว่า ข่าวทั้งหมดเป็นข่าวที่กรองหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ค่อนข้างพึงระมัดระวัง ซึ่งก็ต้องดูแลเรื่องนี้จนกว่าการฝึกคอบร้าโกลด์จะสำเร็จ เมื่อถามว่า จะต้องมีการดูแลรักษาความปลอกภัยเข้มข้นระดับไหน รองนายกฯกล่าวว่า เราต้องระมัดระวังให้ดีที่สุด จะรักษาความปลอดภัยขั้นไหนขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ แต่ตนได้เตือนเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าอย่าให้เกิดเหตุ ต้องมีการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ขณะเดียวกันผบช.ภ. 5 ค่อนข้างชินกับพื้นที่ และมีการรายงานให้ตนทราบเป็นระยะๆ

รองนายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อท่องเที่ยว และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ระหว่างวันที่ 13 - 15 ก.พ..

ข่าวอื่นๆ