พท.ยินดีราตรีได้รับอภัยโทษเร่งช่วยวีระ

วันที่ 02 ก.พ. 2556 เวลา 12:35 น.
พท.ยินดีราตรีได้รับอภัยโทษเร่งช่วยวีระ
พรรคเพื่อไทย แสดงความยินดี กัมพูชา ปล่อยตัว "ราตรี" ระบุเร่งหาทางช่วย "วีระ " ต่อ

ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยินดีกับกรณีที่นางสาวราตรี พัฒนาไพบูรณ์ ได้รับการปล่อยตัวจากการพระราชทานอภัยโทษของกัมพูชา และเดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ทราบข่าวดีอีกว่ารัฐบาลไทยจะใช้กระบวนการทางการทูตเพื่อ เจรจาหาช่องทางในการลดโทษของนายวีระ สมความคิด หรือย้ายมาถูกคุมขังในประเทศไทยแทน อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่าเล่นการเมืองมากเกินไป เพราะพยายามโยงเรื่องการเดินทางไปงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเจ้า นโรดม สีหนุ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ เป็นเรื่องการเมืองผูกโยงกับเรื่องเขาพระวิหาร พรรคประชาธิปัตย์พยายามใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองมาตลอด โดยเฉพาะการกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาได้ มีเพียงแต่การชี้หน้ากล่าวหากันลอยๆ จึงอยากขอฝากบอกไปยังฝ่ายค้านว่าการยุให้ทะเลาะกับพื่อนบ้านไม่ได้ช่วยอะไรให้กับประเทศชาติได้เลย การตั้งโต๊ะคุยกัน ยิ้มให้กันน่าจะเป็นหนทางปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้เช่นกัน

นายจิรายุกล่าวว่า กรณีที่นสพ.นิวยอร์กไทม์สเขียนระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯประเทศไทยตัวจริงนั้น ถือเป็นการเสนอข่าวที่ใช้จินตนาการสูงเกินความจริง เพราะวันนี้เห็นได้ชัดเจนว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯหญิงที่เก่ง และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด อีกทั้งนิตยสารระดับโลกจำนวนมากยังยกย่องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้นำสตรีที่ มีความขยันขันแข็ง มีวิสัยทัศน์ สร้างความเชื่อมั่นในระดับโลก นำพาให้ประเทศไทยเติบโตก้าวกระโดดในทุกๆ ด้านในช่วง 1 ปีมานี้ มีคนเล่าให้ตนฟังว่านักเขียนจากนิวยอร์คไทม์ที่ประจำในประเทศไทย ชื่อ นายโทมัส มูเลอร์ ไป แฮงค์เฮาท์ กับพลพรรคประชาธิปัตย์ ระดับแกนนำยามค่ำคืนอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากถามนายโทมัสว่าเขียนจากคำบอกเล่าของพลพรรคประชาธิปัตย์ หรือใช้หลักการทำข่าวอะไรจึงเขียนเช่นนั้น ทั้งนี้เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องนี้ก็ได้แต่หัวเราะ ท่านภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ของน้องสาว ที่มีภาวะผู้นำในการบริหารประเทศอย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นยังมีบุคลิกที่อ่อนโยน สามารถเป็นผู้นำในภาวะที่ประเทศต้องก้าวเข้าสู่ความปรองดองและเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน

นายจิรายุกล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปีว่า รัฐบาลมีความพร้อมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากกระทรวงต่างๆ ได้สรุปผลงานให้กับรัฐบาลมาตั้งแต่เดือนต.ค.2545 แต่ติดปัญหาที่การประชุมสภาสมัยนี้เป็นสมัยสามัญนิติบัญญัติ ประชุมเพื่อออกกฎหมายอย่างเดียว อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้สภาพิจารณาว่าจะสามารถบรรจุวาระเรื่องการแถลงผลงานรัฐบาลได้เมื่อใด และวิปรัฐบาลก็อยู่ระหว่างการหารือกับวิปฝ่ายค้าน หากเป็นไปได้อาจจะมีการแถลงหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะหากแถลงช่วงนี้อาจมีผลต่อการเลือกตั้ง ฝ่ายค้านอาจออกมาโวยวายหากรัฐบาลแถลงผลงานได้ดี โดยจะอาศัยมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญ ขอมติจากการประชุมร่วมส.ส.และส.ว.เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวในสมัยประชุมนี้ ส่วนการประเมินผลงานรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยในรอบ 1 ปี มีการสรุปในหลายรูปแบบทั้ง การสอบถามความเห็นของประชาชน ความเห็นของส.ส. และผู้ทำงานการเมืองว่า พบว่ากว่าร้อยละ 90 เห็นว่ามีผลงานที่ทำไปได้จริงมากกว่าร้อยละ 70 คิดว่าพรรคเพื่อไทยทำนโยบายได้มากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้