“เสี่ยหนู”หนุนแก้รธน.รายมาตรา

วันที่ 19 ธ.ค. 2555 เวลา 13:35 น.
“เสี่ยหนู”หนุนแก้รธน.รายมาตรา
“อนุทิน”เตือนรัฐแก้รัฐธรรมนูญอย่าสร้างปมล่อแหลม หนุนแก้ม.190-237 พร้อมเป็นสะพานดันชาติเข้าสู่โหมดปรองดอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยที่บ้านพักย่านถ.บางนา-ตราด เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมามา ถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยอมรับว่าเรื่องนี้ใหญ่มากและสำคัญที่สุด และเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องแบกรับไว้ ดังนั้น กลไกต่างๆ ของรัฐบาลต้องทำอย่างระมัดระวังรอบคอบ ไม่ทำอะไรที่ล่อแหลม ทั้งนี้ เชื่อว่าความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการทำให้สิ่งที่ดีกว่านี้เกิดขึ้นในประเทศของเรา

เมื่อถามว่า สิ่งที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลทำอะไร “ล่อแหลม”หมายความว่าไม่ต้องการให้ยุ่งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากไปหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า พูดถึงทุกเรื่อง ทั้งการทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต คิดถึงผลประโยชน์บ้านเมืองประชาชนเป็นที่ตั้ง การถวายจงรักภักดีต่อสถาบัน การทำให้ประเทศไทยไม่เป็นรองใครในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เช่น กรณีมาตรา 190 ที่ต้องกลับมาให้รัฐสภาให้ฉันทานุมัติ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“เพราะเป็นเรื่องของผู้บริหารประเทศที่ประชาชนยอมรับเลือกเข้ามา ดังนั้น จึงมีสิทธิ์เจรจาความต่างๆ ให้เกิดผลประโยชน์กับประเทศ การเจรจากับคู่ค้า คู่กรณี ถ้าอีกฝั่งทราบว่าเราไม่มีสิทธิ์สรุป เราก็จะเสียเปรียบด้านเจรจา  ตรงนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่รัฐสภา นอกจากนี้เห็นว่าควรมีการแก้ไขในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อาทิ มาตรา 237 การยุบพรรค การรับผิดของคณะกรรมการบริหารพรรค อาจจะคงเอาไว้ แต่ลดหย่อนตามความผิดของแต่ละคน”นายอนุทิน กล่าว

ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 309 เพราะอาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในนามพรรคภูมิใจไทย ถ้าถามถึงมาตราดังกล่าว อะไรก็ตามที่ทำแล้วดีขึ้น ทุกคนมีความสุข ไม่ต้องห่วงกังวล เดินตามท้องถนนได้โดยไม่ต้องระวังหน้าระวังหลัง พรรคภูมิใจไทยในยุคที่ตนบริหารอยู่ก็จะทำ อาจจะถูกโจมตีบ้างจากบางกลุ่มบางส่วน แต่ถ้าส่วนรวมเห็นด้วยเราก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการทำสิ่งที่ดี

“ผมได้อยู่ในช่วงที่ประเทศไทยมีความยิ่งใหญ่ มีความมั่นคง สังคม การเมือง ความเป็นประเทศ ไปที่ไหนได้รับการยอมรับได้รับการยกย่อง นำเอาไปเป็นตัวอย่างการพัฒนาประเทศ ผมเข้ามาในวงการเมืองในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเช่นนั้น และคิดถึงวันนั้น คิดว่ายังไม่สายเกินไปที่พวกเราสามารถช่วยกันทำให้เมืองไทยของเรากลับไปสู่สภาพแบบนั้น”

อย่างไรก็ดี ประโยชน์ที่ได้ต้องเพื่อส่วนรวม แต่หากมีคนใดคนหนึ่งได้รับอานิสงฆ์ด้วย ถือว่าได้ทำในสิ่งที่ดี และต้องระงับเวรด้วยการไม่จองเวร ถ้ามีแต่ทิฐิการเจรจาให้เกิดความปรองดองคงไม่ได้ ถ้าไม่นับหนึ่ง มันก็ไปสอง สาม สี่ และไปสู่จุดหมายไม่ได้ บรรยากาศของความปรองดองเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าคู่กรณีไม่ต้องการความขัดแย้ง ถ้าต้องการปรองดองจริงๆ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คนที่อยู่ในภาคการเมืองที่เป็นผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กร อยู่ไม่ถึง 30-40 ปี จะเกลียดชังขัดแย้ง มีความรุนแรงกันไปเพื่ออะไร นำให้เกิดการต่อต้านเหมือนกับไปเพิ่มเชื้อไฟเข้าไปอีก ไฟกำลังจะมอด ก็เติมเข้าไปอีก พรรคภูมิใจไทยเชื่อการเซ็ต ซีโร่ (Set Zero) เหมือนคอมพิวเตอร์แฮ้งค์ กดแล้วเริ่มใหม่ คีย์ข้อมูลสิ่งดีๆ เข้าไป ให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงว่าบ้านเมืองของเราถอยหลังมา 6 ปี แล้ว น่าจะพอแล้ว ไม่มีเวลาที่จะถอยไปอีกแล้ว

สำหรับเรื่องความปรองดอง มองว่าทุกฝ่ายต้องเริ่ม ถ้ายังคิดว่าการต่อสู้สาดโคลนไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ถ้ายังไม่สามารถเริ่มกันได้ ต่างคนต่างมีฟอร์ม ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค คิดว่าใครมีประโยชน์ ก็พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมให้เกิดการปรองดองขึ้นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคู่กรณีจะยอมให้เรามีบทบาทหรือไม่