โอ๊คซัดมาร์คดราม่าเรียกน้ำตาแม่ยก

วันที่ 18 ธ.ค. 2555 เวลา 11:22 น.
โอ๊คซัดมาร์คดราม่าเรียกน้ำตาแม่ยก
พานทองแท้ โพสต์ เฟซบุ๊กซัด อภิสิทธิ์ ดาราม่าเรียกน้ำตาจากแม่ยก ยอมโดนประหาร

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 1 จาก ลูกชายของอดีตนายกฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น "นักโทษหนีคดี" ถึงอดีตนายกฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น "ฆาตกร"เปรียบเทียบกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ออกจดหมายเปิดผนึก ยืนยันกรณีที่ DSI เรียกไปแจ้งข้อกล่าวหา และชักชวนให้คนไทยคว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการแก้มาตรา 309ทั้งนี้นายพานทองแท้ระบุว่า การออกมาดิสเครดิตดีเอสไอ และการที่นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า หากศาลตัดสินมามีความผิดจริงแม้มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตก็ขอน้อมรับนั้น มันเป็นดราม่าเรียกน้ำตาจากแม่ยก รวมทั้งระบุอีกด้วยว่า จะพูดอย่างไรกรณีที่เป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 จนทำให้มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากอย่างไร ก็คงไม่มีใครเชื่อเหมือนกับกรณีที่ดินรัชดา ที่จะพูดอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อว่า คุณพ่อผม พ.ต.ท.ทักษิณ บริสุทธิ์ยังไงล่ะครับเนื้อหามีดังต่อไปนี้ผมได้อ่าน "จดหมายเปิดผนึกจากใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงคนไทยทั้งประเทศ" ซึ่งได้โพสต์ในเฟซบุ๊กของท่าน ความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษแล้ว สิ่งที่ท่านต้องการจะสื่อสารถึงคนไทยทั้งประเทศ มีเพียง 2 ประเด็นหลักๆ เท่านั้น คือ

1. การออกตัวว่าท่านไม่ผิด กรณีที่ DSI เรียกไปแจ้งข้อกล่าวหา และ 2. ชักชวนให้คนไทย คว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการแก้มาตรา 309

ผมขอทำตัวเป็นคอมเมนเตเตอร์ ไม่ให้ผ่านทั้ง 2 ประเด็นนะครับ โดยในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 1 นี้ จะขอพูดเฉพาะในประเด็นที่ 1 ก่อน แล้วพรุ่งนี้จึงจะขอต่อในประเด็นที่ 2 ดังนี้ครับ

ประเด็นที่ 1. การที่ท่านออกตัว โดยใช้คำว่า "DSI บิดเบือนยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ท่านเป็น "ฆาตกร" ท่านได้ขอให้ทุกคนสบายใจว่าท่านไม่หวั่นไหว เพราะสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการทั้งหมดนั้น ไม่ได้มีคำสั่งใดเป็นใบอนุญาตให้ฆ่าประชาชน และหากมีตัดสินให้ประหารชีวิต ท่านก็พร้อมที่จะน้อมรับ" นั้น

ผมขอเรียนว่า ผู้ถูกกล่าวหาเกิน 90% ย่อมที่จะไม่ยอมรับในสิ่งที่ถูกกล่าวหาครับ ผมไม่ได้ว่าเฉพาะท่านคนเดียว เพราะคุณพ่อผมและครอบครัวของผม ตลอดจนพี่น้องประชาชนเกินครึ่งประเทศที่เลือกพรรคเพื่อไทย ผมเชื่อว่าทุกคนก็ไม่ยอมรับการถูกกล่าวหา ที่เริ่มต้นกระบวนการสอบสวนจาก คตส.ซึ่งตั้งขึ้นมาโดยคณะปฏิวัติเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างคนก็ต่างมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้น ท่านจะแก้ตัวให้ตายยังไง พวกผมก็ไม่เชื่อว่าท่านบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับที่พวกท่านไม่เชื่อว่า คุณพ่อผมบริสุทธิ์ไงครับ

และที่ท่านบอกว่าท่านไม่เคยมีคำสั่งใดเป็นใบอนุญาตให้ฆ่าประชาชนนั้น ตอนที่คุณพ่อผมเป็นนายกฯ ก็ไม่เคยมีคำสั่งใดไปที่กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นใบอนุญาตในเรื่องซื้อ-ขายที่ดินรัชดาเช่นเดียวกันครับ คุณแม่ผมเป็นคนไปประมูลที่ดินก็ตัดสินแล้วว่าไม่ได้ผิดกฎหมายด้วย เพียงแค่คุณพ่อเซ็นยินยอมให้คุณแม่ ในฐานะคู่สมรสเท่านั้น ยังโดนตัดสินจำคุก 2 ปีเลย ผมว่าข้อกล่าวหามันเบากว่าการสลายการชุมนุมทางการเมือง แล้วมีคนตายเกือบร้อยคนตั้งเยอะนะครับ

ส่วนประเด็นที่ท่านบอกว่า ถ้าถูกตัดสินประหารชีวิตก็จะน้อมรับนั้น ผมว่ามันดราม่า เรียกน้ำตาแม่ยก เกินไปครับ เพราะแค่เริ่มต้นท่านก็ดิสเครดิต DSI ว่า บิดเบือนยัดเยียดข้อกล่าวหาแล้ว หากคดีได้ดำเนินไปจนถึงที่สุด และท่านถูกตัดสินว่าผิดจริง ท่านจะกลับลำกลืนน้ำลายตัวเองมาน้อมรับว่า

"คำตัดสินนั้นชอบแล้ว, DSI ตั้งข้อหาข้าพเจ้าฯ ถูกต้องแล้ว, ข้าพเจ้าฯ สมควรตาย"

ผมยิ่งต้องขออนุญาตไม่เชื่อใหญ่เลยครับ

สุดท้ายประเด็นที่ท่านได้ขอให้ทุกคนสบายใจว่าท่านไม่หวั่นไหวนั้น ผมเห็นว่าท่านจะหวั่นไหวหรือไม่หวั่นไหวนั้น ก็เป็นเรื่องของท่านครับ ยังไงทุกคนก็ย่อมต้องสบายใจขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะดวงวิญญาณของวีรชนที่ต้องเสียชีวิตจากการออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่าน หากหยั่งรู้ได้ว่า กระบวนการยุติธรรมที่รอกันมานาน ได้เริ่มต้นสตาร์ตนับหนึ่งแล้ว ยิ่งต้องสบายใจถึงขั้นนอนตายตาหลับครับ