ม.เกษตรฯตั้งฉายารัฐบาล"ละครคนจน"

วันที่ 16 ธ.ค. 2555 เวลา 15:57 น.
ม.เกษตรฯตั้งฉายารัฐบาล"ละครคนจน"
สมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรตั้งฉายารัฐบาล"ละครคนจน" เลือก "มีวันนี้เพราะพี่ให้"วาทะแห่งปี ด้านสื่ออาชญากรรมตั้งฉายา"เหลิม ฉะดะ" ให้เฉลิม อยู่บำรุง

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้จัดกิจกรรมตั้งฉายาสถาบันทางการเมือง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2555 โดยสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายนพพล อัคฮาด ประธานการดำเนินงาน แถลงผลการตั้งฉายาในครั้งนี้ว่า รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับฉายา "ละครคนจน" เนื่องจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเอื้อประโยชน์ต่อคนจนมากกว่าคนรวย เช่น นโยบายรับจำนำข้าว นโยบายขึ้นค่าแรง เป็นต้น เหมือนเป็นการแสดงละครที่ต้องสวมบทบาทให้ถูกใจผู้ชม

ขณะที่รัฐสภา ได้ฉายา "ซอมบี้สไตล์" เนื่องจากการดำเนินของรัฐสภาในปัจจุบันไม่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง แต่มุ่งทำงานรับใช้เจ้านาย เปรียบเสมือนผีซอมบี้ ขณะที่ฝ่ายตุลาการ ได้รับฉายา "ตบเด็ก" เนื่องจากมีการใช้อำนาจเกินขอบเขต ก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ

ด้านฉายาของพรรคการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้รับฉายา "แดงป๊อด" เนื่องจากแกนนำฝ่ายบริหารพรรคเกิดอาการป๊อด ทำให้นโยบายต่างๆ ที่เคยสัญญากับกลุ่มเสื้อแดงทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และอื่นๆ ไม่ได้รับการผลักดัน

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้รับฉายา "หล่อติดหล่ม" เพราะตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ปชป.ยังติดอยู่กับความขัดแย้ง ทั้งเรื่องการสลายการชุมนุม ชายชุดดำ คดีความต่างๆ ด้าน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับฉายา "แฟนเก็บ" เนื่องจากแม้จะมีท่าทีสนับสนุนรัฐบาลอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ได้รับไฟเขียวให้เข้าร่วมรัฐบาล

สำหรับวาทะแห่งปี ได้แก่ "มีวันนี้เพราะพี่ให้" ซึ่งเป็นคำกล่าวของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ด้าน นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย แถลงการตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำปี 2555 โดยสื่อมวลชนได้ลงมติตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติงานมาในรอบ 1 ปี โดยมีทั้งหมด 12 ฉายาดังนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา "เหลิม ฉะดะ" เนื่องจากสั่งการให้ตำรวจใส่เกียร์เดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายระดับประเทศ หรือเอเยนต์รายเล็กรายน้อย

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า "กวนอู๋ แว้นกระเจิง" เพราะมีลักษณะคล้าย "เทพเจ้ากวนอู" มีความสามารถทั้งเรื่องการรบ และความสามารถวางแผนบริหารงานจนมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. มีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเด็กแว้น ที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ช้รถใช้ถนน ในรูปธรรมก็มีการจับกุมอย่างจริงจัง จนเป็นที่พอใจของประชาชน

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับฉายาว่า "น.1 พี่ให้มา" ได้มารักษาการตำแหน่ง "ผบช.น." แทน "พล.ต.ท.วินัย ทองสอง" ที่ถูกย้าย ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มเสื้อเหลืองออกมาชุมนุมทางการเมือง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้เจรจากับม็อบจนเป็นที่พึงพอใจกับรัฐบาล จนได้รางวัลตอบแทนมาเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อย่างเต็มตัว 

พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับฉายาว่า “ จูดี้ อีเว้น” เนื่องจากที่ผ่านมาพล.ต.อ.พงศพัศ จะได้รับการเสนอข่าวจากสื่อไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดหรือภารกิจต่างๆ ที่ดำเนินการก็จะได้รับการตอบรับจากสื่อเสมอ

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า “ จรัมพร ONทุกเหตุ” จากการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา พล.ต.ท.จรัมพร จะได้รับความไว้วางใจในการดูแลงานการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานและเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแทบจะทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก ทั้งในประเทศและนอกประเทศ

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย   รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ได้รับฉายาว่า “โฆษก สับขาหลอก” เนื่องจาก พล.ต.ต.ปิยะ ในบางครั้งให้ข่าวไม่ตรงกับที่ผบ.ตร.และไม่ตรงกับความเป็นจริงในบางครั้ง จึงเป็นที่มาของฉายา

พล.ต.ต.อดุลย์  ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  โฆษกองบัญชาการตำรวจนครบาล   ได้รับฉายา  “โฆษก ย่ำราตรี" เนื่องจากที่ผ่านมา หลังการได้รับตำแหน่งดูแลงานด้านโฆษก และชุดเฉพาะกิจในการตรวจสถานบริการ  พล.ต.ต.อดุลย์ ก็ได้ออกตรวจตราสถานบริการยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ  ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน องบัญชาการตำรวจนครบาล  ได้รับฉายาว่า  “ไทเกอร์ เขี้ยวหลุด” พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ถือเป็นนักสืบระดับปรมาจารย์ แต่เมื่อมานั่งตำแหน่งใหญ่คุมงานสืบสวนนครบาล กลับยังไม่มีผลงานสืบจับคดีใหญ่ได้เลย

พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับฉายาว่า “สืบจนเด้ง” อดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และโชว์ฝีมือมือปิดคดีในนครบาลจนนับไม่ถ้วน แต่ผลงานก็ไม่ได้การันตีตำแหน่งแต่อย่างใด ต้องถูกย้ายมาเป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

พล.ต.ต. รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ฉายาว่า “ผู้การล้างคุก" เพราะขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ลุยตรวจค้นยาเสพติดภายในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง จนเป็นข่าวคึกโครมมีการย้ายผู้อำนวยการเรือนจำ รวมถึงเป็นการสืบทลายแก๊งค้ายาในเรือนจำด้วย พล.ต.ต.เอกภพ  ประสิทธิ์วัฒนชัย  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้รับฉายาว่า  “ผู้การโรโบคอป”  ด้วยการทำงานในพื้นที่ปัตตานี จนเข้าใจปัญหาและรู้ลึกถึงขบวนการการก่อการร้าย เป็นที่หมายหัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ถึงกับวางแผนลงมือสังหารหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บดามเหล็กเพื่อรักษาตัว และก็รอดชีวิตมาทุกครั้ง เปรียบเสมือนตำรวจเหล็กโรโบคอป

พล.ต.ต.ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรงค์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้รับฉายาว่า “ โอ๋ คัมแบ๊ก” พล.ต.ต.ธนายุตม์ หรือชื่อเดิมที่สังคมคุ้นหูคือ "ฤทธิรงค์ เทพจันดา" หรือ "โอ๋ สืบ6" ที่เคยมีปัญหาด้านการเมือง จนต้องทำให้ตัวเองถูกไล่ออกจากราชการ แต่ด้วยการวิ่งเต้นทำให้สามารถกลับมารับราชการได้อีกครั้งอย่างเงียบๆ และเปลี่ยนชื่อใหม่หมดจด และในยุครัฐบาลเพื่อไทย พล.ต.ต.ธนายุตม์ก็กลับมาผงาดอีกครั้ง จนเป็นที่มาของฉายา