ยกคำร้องกกต.ขอจัดเลือกตั้ง สส.ชัยภูมิใหม่

วันที่ 12 ธ.ค. 2555 เวลา 16:01 น.
โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เฮ! พ้นผิด ศาลฎีกายกคำร้อง กกต.ขอจัดเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 1 ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หลังโดนใบเหลือง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง เวลา 13.00 น. ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำ ลต.8/2555 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอศาลวินิจฉัยและมีคำสั่งให้จัดเลือกตั้ง ส.ส.ชัยภูมิ เขต 1 ใหม่ แทนนายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่า หัวคะแนน ของนายโอชิษฐ์ ไปดำเนินการให้เงินกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้มีการลงคะแนนเสียงให้ในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.54

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว ที่ กกต.ผู้ร้อง กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.54 เวลา 19.30 น. นางปิยนันท์ หรือจีระพันธ์ หมู่โพธิ์ นำเงิน 1,500 บาท ไปให้นางตุ๋น งอบนาวังและครอบครัวเพื่อขอให้เลือกนายโอชิษฐ์ เป็น ส.ส.นั้น กลับไม่ปรากฏว่า เหตุใดจึงไม่มีการแจกเงินให้แก่บุคคลอื่นที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกันอีก โดยญาติของนางตุ๋น ที่มีสิทธิเลือกตั้งก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน ขณะที่นางตุ๋นเก็บเงินดังกล่าวไว้จนถึงวันเลือกตั้งรวมเวลา 5 วัน ซึ่งขณะนั้นน่าจะรู้ผลการเลือกตั้งแล้ว จึงกลับนำเงินดังกล่าวไปแจ้งความ และมอบให้ กกต.จังหวัดชัยภูมิ พฤติการณ์จึงยังมีพิรุธน่าสงสัย

ส่วนที่ กกต. กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.54 เวลา 16.00 น. นางอุบล หรืออาทิตยา ชนะหาญ นำเงิน 500 บาท มาให้นางหล่า ชนะพาล ขณะที่กำลังทำนาอยู่กับนายกุหลาบ สามี โดยขอให้เลือกนายโอชิษฐ์ เป็น ส.ส.นั้น ก็ ไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงไม่มีการแจกเงินให้แก่นายกุหลาบด้วย โดยนางหล่า กลับเป็นผู้เก็บเงินดังกล่าวไว้หลังการเลือกตั้ง 4 วันแล้วนำเงินดังกล่าวไปแจ้งและมอบให้ กกต.จังหวัดชัยภูมิ พฤติการณ์ก็มีพิรุธเช่นกัน

เช่นเดียวกับ กกต. กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.54 เวลา 20.00 น. นางราตรี จรรยาศิริ นำเงิน 500 บาทให้แก่ น.ส.แก้วใจ เสวตวงษ์ โดยมี น.ส.อรวรรณ พี่สาวของ น.ส.แก้วใจ เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า คืนเกิดเหตุเห็นนางราตรี ยื่นเงิน 500 บาท ให้แก่ น.ส.แก้วใจ แต่ก็ไม่ปรากฏเช่นกันว่าเหตุใด จึงไม่มีการแจกเงินให้แก่ญาติพี่น้องของ น.ส.แก้วใจที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ขณะที่การแจกเงินดังกล่าวยังกระทำต่อหน้าบุคคลอื่นอีกหลายคนที่ถือว่าเป็นการผิดวิสัย และ น.ส.แก้วใจ ก็ได้เก็บเงินดังกล่าวไว้จนถึงวันที่ 4 ก.ค.54 เวลา 15.00 น. ที่เป็นเวลาหลังวันเลือกตั้งแล้วจึงนำเงินมอบให้ กกต.จังหวัดชัยภูมิ พฤติการณ์ก็มีพิรุธ เหมือนกับที่ กกต. กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.54 เวลา 20.30 น. นางราตรี จรรยาศิริ นำเงิน 500 บาท มามอบให้แก่นายสุข เดชมะเริง โดยมีนายอมร เสวตวงษ์ เป็นพยานเบิกความว่า นายสุข เป็นคนบอกเรื่องดังกล่าวให้พยานทราบ ส่วนนายสุข ไม่ได้มาเบิกความ กกต.ผู้ร้อง อ้างว่าพยานป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลชัยภูมิ จึงไม่สามารถมาเบิกความต่อศาลได้ตามใบรับรองแพทย์ ขณะที่กลับไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงไม่มีการแจกเงินแก่ญาติของนายสุข ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ทั้งเป็นการแจกเงินต่อหน้าบุคคลอื่นอีกหลายคน อันเป็นการผิดวิสัยเช่นกัน ส่วนการที่หลานสาวของนายสุข ได้ให้ถ้อยคำ ต่อคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวน ของ กกต.จังหวัดชัยภูมิ ภายหลังเกิดเหตุเป็นเวลากว่า 3 เดือนพยานปากนี้ก็มีน้ำหนักน้อย

ขณะที่นายโอชิษฐ์ ผู้คัดค้าน มี นายปิยนันท์ หรือจีระพันธ์ หมู่โพธิ์ , นางอุบล หรืออาทิตยา ชนะหาญ และนางราตรี จรรยาศิริ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า ไม่เคยนำเงินไปแจกผู้ใด ดังนั้น พยานของ กกต. ผู้ร้อง และพยานของผู้คัดค้านดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการยันกันอยู่ โดยพฤติการณ์ที่มีกล่าวหาทั้ง 4 กรณียังไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีกรณีที่จะเป็นเหตุให้ศาลฎีกา ฯ ต้องมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต1 จังหวัดชัยภูมิ ใหม่ แทนนายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ผู้คัดค้าน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ภายหลัง นายโอชิษฐ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณตุลาการทุกท่านที่ให้โอกาสตนได้กลับไปทำงานอีกครั้ง ขณะที่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเราตั้งใจทำงานจริงๆ และวันนี้ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกตนเข้ามาทำงาน ซึ่งตนจะกลับไปเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่พัฒนาเมืองชัยภูมิและจะสร้างความปรองดอง ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นและจะทำให้การเมืองพัฒนาต่อไป