ศอ.รส.ให้รอบทำเนียบฯ-สภาเป็นโซนหวงห้าม

วันที่ 22 พ.ย. 2555 เวลา 21:18 น.
ศอ.รส.ให้รอบทำเนียบฯ-สภาเป็นโซนหวงห้าม
โฆษกตร.เผยโครงสร้าง "ศอ.รส." พร้อมหลักดำเนินการ 6 ข้อ เตรียมประกาศพื้นที่ถนนรอบทำเนียบฯ-สภาเป็นพื้นที่หวงห้าม

เมื่อเวลา 17.00น.วันที่ 22 พ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร. เรียก รองผบ.ตร. ผช.ผบ.ตร.  เข้าประชุมพร้อมวีดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์กับผบช.ทุกหน่วยเพื่อชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่หลังจากได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็น ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.ศอ.รส.) โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 

พล.ต.ต.ปิยะ  อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้กำหนดให้ศปก.ตร.  อาคาร 1  ตร. ชั้น 20 เป็นศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยมีภารกิจหลักในการเป็นศูนย์กลางการประสานงาน ป้องกันยับยั้งแก้ไขบรรเทาทุกข์ที่กระทบต่อราชอาณาจักร ประชาชนและความมั่นคงของรัฐ โดยมุ่งเน้นแก้ไขสถานการณ์โดยเร็วที่สุด

สำหรับโครงสร้างมี พล.ต.อ.อดุลย์ เป็น ผอ.ศอ.รส. พล.ต.อ.ปานศิริ  ประภาวัต  พล.ต.อ.สุวัฒน์  จันทร์อิทธิกุล พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.  พล.ต.อ.ชัชวาลย์  สุขสมจิตร์และ  พล.ต.อ.รชต  เย็นทรวง   ที่ปรึกษา สบ10  เป็นรองผอ.ศอ.รส.

ขณะที่  พล.ต.อ.วรพงษ์  ชิวปรีชา  รองผบ.ตร. เป็นรองผอ.ศอ.รส.และเป็น เลขาธิการ ศอ.รส.อีกตำแหน่ง ส่วน ผช.ผอ.ศอ.รส. ประกอบด้วย พล.ต.ท.พีระ  พุ่มพิเชฎฐ์  พล.ต.ท.ประยูร  อำมฤต  พล.ต.ท.สมเดช  ขาวขำ  พล.ต.ท.นเรศ เทียมกริม ผช.ผบ.ตร. เป็น ผช.ผอ.ศอ.รส. และพล.ท.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  แม่ทัพภาคที่ 1  เป็นผช.ผอ.ศอ.รส.ด้วย

นอกจากนี้การจัดตั้งได้แบ่งโครงสร้างเป็นส่วนที่ปรึกษา มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าส่วนที่ปรึกษา  ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 24 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะให้คำปรึกษาและข้อเสนอแน

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกำลังพลที่ใช้การปฏิบัติหน้าที่แบ่งเป็น กองบังคับการ ศอ.รส. จำนวน 400 นาย  ส่วนระวังป้องกันบก.ศอ.รส. จำนวน 775 นาย  กองกำลังที่ลงปฏิบัติพื้นที่  38,550 นาย  แบ่งเป็นกำลังจากตำรวจบช.น. 300นาย และกำลังจากบช.อื่น ๆ  35,600 นาย   กองกำลังจากกรุงเทพมหานคร 500 นาย กองกำลังจาก กอ.รมน. จว. 2,000 นาย กองกำลังทหาร 150 นาย ซึ่งประจำจุดอยู่ที่ บก.ทบ.

เบื้องต้นกำลังตำรวจมาถึงพื้นที่กทม.แล้ว 24 ,750 นายหรือ 112  กองร้อย มีส่วนที่อยู่ ณ ที่ตั้ง  70 กองร้อย จำนวน 10,850

นายพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงเจตนารมณ์ของ ศอ.รส. 6 ข้อว่า 1. ให้ระลึกเสมอว่าผู้ชุมนุมเป็นคนไทย ต้องปฎิบัติต่อผู้ชุมนุมตามหลักนิติธรรม เมตตาธรรม ประชาธิปไตย  2. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น 3. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องทำตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมายสากล 4. รักษาไว้ซึ่งความเสมอภาคและเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ 5.การใช้กำลังควบคุมฝูงชนต้องเปิดเผย โปร่งใส่  เจ้าหน้าที่ต้องอดทนอดกลั้น ไม่สร้างเงื่อนไข 6 ต้องคลี่คลายสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด  

ทั้งนี้ ผบ.ตร. เน้นการคัดกรองผู้ชุมนุม เพราะการข่าวพบว่า ผู้ชุมนุมบางคนนำท่อน้ำหรือแป๊ปน้ำมาโดย ซึ่งให้กฎหมายพิจารณาว่าจะสามารถเป็นอาวุธได้หรือไม่พล.ต.ต.ปิยะ  ที่ประชุม ศอ.รส.ได้กำหนดจุดพื้นที่ไว้ 3 ระดับ ประกอบด้วย   1. พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เช่น ที่ประทับ พระบรมมหาราชวัง พระตำหนักสวนจิตรลดา  ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และ รพ.ศิริราช  2. พื้นที่หวงห้าม โดยเบื้องต้นได้กำหนด ถ.รอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา  3. พื้นที่เฝ้าระวัง  ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดทาง ศอ.รส. เตรียมประกาศเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการในคืนนี้ 

อย่างไรก็ตามใน เวลา 10.30น.   ในวันที่ 23 พ.ย.จะมีการประชุมหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติในที่ประชุม ศอ.รส. เพื่อชี้แจงขึ้นตอนการปฏิบัติงาน และการใช้กำลัง ภายหลังการประชุม ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวพร้อมทั้งสาธิตการใช้อุปกรณ์การควบคุมฝูงชนด้วย