นายกฯเรียกถกรมต.หน้าใหม่รายกระทรวง

วันที่ 30 ต.ค. 2555 เวลา 11:37 น.
นายกฯเรียกถกรมต.หน้าใหม่รายกระทรวง
นายกฯยิ่งลักษณ์ เรียกประชุม รมต.หน้าใหม่ เป็นรายกระทรวง  มอบหมายการทำงานตามนโยบายให้ต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทำงานซื่อสัตย์ ยึดความถูกต้อง

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยในช่วงเช้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีใหม่ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมอบหมายงานให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มงานตามลำดับ โดยกลุ่มแรกตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นกลุ่มของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ,นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา สกอ. ,เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)

จากนั้นเป็นกลุ่มของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายวราเทพ รัตนากร ,นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , กลุ่มกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล , นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงฯ

กลุ่มกระทรวงคมนาคม ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ,พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และพลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงฯ , กลุ่มกระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ,พลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก , นายประชา ประสพดี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงฯ

สำหรับกลุ่มสุดท้ายของครึ่งวันเช้าคือ กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ นายแพทย์ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ

นายพงศ์เทพ  กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำนโยบายสำคัญของแต่ละกระทรวงที่จะต้องขับเคลื่อนนโยบายให้การทำงานมีความต่อเนื่อง แม้มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีจะไม่มีปัญหาในการทำงาน พร้อมกำชับเรื่องการทุจริต โดยให้การทำงานเป็นไปอย่างซื่อสัตย์ ยึดหลักความถูกต้อง ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ นายกรัฐมนตรีอยากให้มีการพัฒนาการศึกษาโดยให้ผลิตนักศึกษาให้ตรงความต้องการของตลาด และมีคุณภาพ รวมทั้งเดินหน้ากองทุนต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ยอมรับว่าการรับงานกระทรวงศึกษาเป็นงานที่หนัก แต่ไม่รู้สึกหนักใจ และหากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะทำให้การศึกษาพัฒนาไปได้ ซึ่งยืนยันว่าจะทำการตรวจสอบการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการอย่างตรงไปตรงมา

ด้านนายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกน้อยใจที่มารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยทั้งที่ตนเองเป็นข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมาก่อน โดยเห็นว่าเป็นงานที่ท้าทาย เพราะจะได้เรียนรู้งานใหม่ๆ