มาร์คปลุกคนรุ่นใหม่แสดงพลังเปลี่ยนประเทศ

วันที่ 19 ต.ค. 2555 เวลา 18:27 น.
อภิสิทธิ์หนุนเยาวชนนำปฏิรูปการเมือง แนะนักการเมืองรับฟังความเห็นคนอื่นบ้าง

วันที่ 19 ต.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มูลนิธิฟรายดิช นอร์มาน, สถาบัน Asian Knowledge Institute ได้จัดโครงการโรดโชว์เวทีเสรี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และฟังเสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ “ดรีมไทยแลนด์” โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายเจริญ คันธวงศ์, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สส.พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมในงาน ทั้งนี้ โครงการต่างๆ ได้รวบรวมความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศทั้งในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อนำความคิดเห็นไปเสนอต่อพรรคการเมืองต่อไป

นายอภิสิทธิ์ปาฐกถานำภายในงานว่า ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้รวบรวมความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ จากทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค และจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปเสนอถึงฝ่ายการเมือง เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการเมืองอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อลบภาพความรู้สึกน่ารังเกียจอย่างที่เป็นมาตลอด ซึ่งการเมืองที่แท้จริงจะต้องรับฟังคนให้มาก เพื่อตัดสินใจ เพราะมีเรื่องความขัดแย้ง มีเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวม เยาวชนทั่วประเทศจึงสะท้อนความอึดอัดออกมาผ่านโครงการนี้

“อีกสิบปีข้างหน้า ถามว่าผมฝันอะไร ผมฝันว่าสิบปี ผมจะไม่อยู่ในการเมืองแล้ว ผมหวังว่า ได้ทำหน้าที่จนถึงทีสุดแล้ว และมีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่นี้ต่อ ผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ทุกคนต้องการเห็นประเทศดีขึ้น ทั้งในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพราะพอเราอายุมากขึ้น และเห็นอะไรมามาก เราก็จะกลัวความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้น อีกสิบปีข้างหน้า คือยุคของคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในสังคม ที่พร้อมเปิดใจกว้าง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และพร้อมยอมรับความท้าทายที่จะมาจากการเปลี่ยนแปลงต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ อาจจะมีคนบอกว่าระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบที่ดี แต่ทุกวันนี้ทุกคนก็ยอมรับแล้วว่า นี่คือรูปแบบที่ทำให้คนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุด เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ที่คนส่วนใหญ่แสวงหาการพัฒนาทางวัตถุ แต่วันนี้สังคมเรียนรู้แล้วว่าความเจริญทางวัตถุ ที่เอาความทุกข์ให้กับชุมชนและทำลายสิ่งแวดล้อม อาจทำลายมนุษยชาติได้ เพราะฉะนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะต้องยอมรับคนทำงานใหม่ๆ เข้ามา

“ผมชวนคิดร่วมกันว่าเราจะมีอะไรให้กับคนอื่น แล้วเราควรจะทำยังไงให้ฝันของคนอื่นเป็นจริงได้ ให้หมดจากความต้องการส่วนตัว อย่าคิดว่าผมมีความสุขกับการโต้แย้งกัน หรือมีความสุขกับการเมืองแบบนี้ แต่ต้องยอมรับว่า ในสังคม ไม่มีทางที่จะได้สิ่งที่ดีพร้อมและเห็นตรงกันทั้งหมด ซึ่งเราต้องหาจุดร่วมเป็นจุดเริ่มต้น ให้กระบวนการประสบความสำเร็จ ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนี้ คือสิ่งที่นักการเมืองควรจะทำ และเชื่อว่ามีคนทุกวงการ พร้อมนำไปสานต่อ เพื่อให้ความฝันเป็นจริงได้ในอนาคต” นายอภิสิทธิ์กล่าว