ปชป.จี้ยิ่งลักษณ์นำความสงบสุขคืนใต้

วันที่ 04 ต.ค. 2555 เวลา 13:46 น.
ปชป.จี้ยิ่งลักษณ์นำความสงบสุขคืนใต้
ฝ่ายค้านจี้ยิ่งลักษณ์นำความสงบคืนใต้ตามแถลงนโยบายก่อนเข้ารับตำแหน่ง ด้านยุทธศักดิ์หยิบนโยบายศอ.บต.-กอ.รมน.รวมเป็นแผนปฏิบัติการ

นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดรัฐบาลถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ความรุนแรงอยู่ โดยเฉพาะตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีออกใบปลิวข่มขู่ห้ามประชาชนประกอบอาชีพทุกชนิดและหยุดงานวันศุกร์ ในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ของจ.สงขลา ซึ่งจากการสอบถามประชาชนนับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จ.สงขลา ระบุว่า วันศุกร์ไม่ได้เป็นวันหยุดงานตามหลักศาสนา

ดังนั้น คำสั่งของโจรอยู่เหนืออำนาจรัฐ แต่รัฐบาลเพิกเฉย แต่ให้ความสนใจเฉพาะพื้นที่จ.นราธิวาส ส่วนจ.ปัตตานี ยะลา รวมถึง 4 อำเภอ อีกทั้ง ไม่นำข้อเสนอ 9 ข้อ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาแก้ไขปัญหา ดังนั้น อยากถามว่าเมื่อมีโจรมีอำนาจเหนือรัฐสั่งหยุดงานในวันศุกร์ รัฐบาลจะสามารถยุติปัญหาดังกล่าวได้เมื่อไหร่ และอย่างไร

ขณะที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาทำงานในการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาภาคใต้ ยังเห็นช่องว่าง และการทำงานที่ขาดความเป็นเอกภาพ ดังนั้น จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขใหม่ และได้พิจารณาว่าจะเอายุทธศาสตร์ของศอ.บต. 9 ข้อ และกอ.รมน. 6 ข้อ มารวมกันเป็นยุทธศาสตร์และมีเป้าหมายปฏิบัติ 29 ข้อ หลังจากนั้นต้องกลับมาแก้ไขตัวเองให้เกิดความพร้อม เช่น งานด้านการข่าว กอ.รมน. ศอ.บต. ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อให้ทำงานร่วมกันเป็นเอกภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ดี การจัดตั้งศปก.กกต. ถือเป็นฝ่ายอำนวยการ แต่นายกฯยังไม่ได้อนุมัติแผนดังกล่าวมา แต่พยายามทำงานให้เห็นว่า 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน ให้จัดกลุ่มงานที่มีงานเหมือนกันเป็น 5 กลุ่ม ทำหน้าที่รวมข่าวให้กับศปก.เพื่อให้เกิดเอกภาพ ดังนั้น 19 หน่วยงานข่าวของประเทศมารวมที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติและรับหน้าที่เจ้าภาพ พร้อมทั้งตั้งส่วนงานประชาสัมพันธ์ชึ้นมาอีกในศปก.จชต.เพื่อเสริมงานให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายถาวรยังได้ถามถึงการจัดตั้งศปก.กกต. โดยฝากนายกฯ คือ 1.ให้ไปทำความเข้าใจว่าวาระเร่งด่วนตามนโยบายเป็นวาระแห่งชาติและเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ารัฐมนตรีไม่รับผิดชอบ ไม่มีประสิทธิภาพ ควรปรับออก เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพราะเดือนที่ผ่านมามีการวางระเบิด 100 กว่าจุด ปักธงชาติ ยิงครู หยุดงานวันศุกร์ ทำให้ภาคประชาชนทนดูไม่ได้ จึงรวมตัวประชุมขณะที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ต้องขอเข้าโดยผลที่ออกมา คือ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าจะเกิดความปลอดภัย จึงอยากถามว่าได้สั่งการไปอย่างไร

พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในความห่วงใยตลอด หลังจากมีข่าวปรากฏ และได้ติดต่อแม่ทัพภาค 4 เลขาฯศอ.บต. รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด ทั้งนี้ การไปพบปะได้รับรายงานว่าการทำงานแก้ไขปัญหาใต้ทั้งหมดได้ผล ทำให้ผู้ก่อความรุนแรงมีการตั้งรับมากยิ่งขึ้น แนวร่วมจากประชาชนน้อยลง เนื่องจากเลือกวิธีปฏิบัติด้วยการสร้างความเดือดร้อนด้วยการปฏิบัติรุนแรง และหวังให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว

ดังนั้น ถือเป็นความเพลี่ยงพล้ำทางยุทธศาสตร์ ประชาชนเบื่อและต่อต้าน เพราะฉะนั้น เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐ จำเป็นต้องใช้วิธีการดังกล่าว และทำให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถดูแลประชาชนได้ทั้งทรัพย์สินและชีวิต ฉะนั้น ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาให้กับพื้นที่ไป 2 ด้าน คือ 1.ประชาชนไม่แสดงออกถึงความสำคัญกับสิ่งที่ผู้ก่อความรุนแรงกระทำอยู่ ซึ่งจะเข้าไปดูแลเรื่องขวัญ กำลังใจ พร้อมทั้งจัดคนเข้าไปเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ทำหน้าที่อย่างจริงจัง

และ 2.การประชาสัมพันธ์เชิงรุก เป็นการชี้ให้เห็นว่า กลุ่มที่ปล่อยใบปลิว ถือเป็นการทำลายอนาคตและชีวิตประชาชนบริสุทธิ์ และบิดเบือนความถูกต้องของศาสนา และเรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนาออกมาเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องให้ประชาชนเข้าใจ และยืนยันว่าจะทำเรื่องดังกล่าวให้กลับคืนสู่สภาพเดิมให้ได้

ขณะที่ นายถาวร กล่าวทิ้งท้ายว่า พรุ่งนี้ (5 ต.ค.) เป็นวันศุกร์ ซึ่งประชาชนยังตกอยู่ในความหวาดกลัวไม่กล้าออกมาประกอบอาชีพตามปกติ ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลดำเนินการตามผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้อง คือ ให้นายกฯลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา ไม่ใช่รับฟังการบรรยายสรุป โดยที่ยังไม่เจอของจริง แม้ที่ผ่านมาจะเคยลงแต่ไปอยู่ในค่ายทหาร ดังนั้น ผิดหวังนายกฯต้องไปให้ขวัญกำลัง แต่กลับมีประชาชนมาให้กำลังใจนายกฯที่ค่ายทหาร

อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้ 1.ไปทำความเข้าใจกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 17 คน ตามผังศปก.จชต.มาปฏิบัติหน้าที่ และ2.อย่าประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำเกินไป ดังนั้น อยากให้นายกฯรับผิดชอบ โดยพล.อ.ยุทธศักดิ์ รับปากว่าจะรับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการ เพราะคนใต้ก็เป็นประชาชนคนไทย และมีความเท่าเทียมกัน และพยายามทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมให้ได้ นอกจากนี้ ยังได้ให้สั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พิจารณาว่ากระทรวงไหนมีจุดอ่อน บกพร่อง หรือไม่ได้ทำตามหน้าที่และงบที่ขอ เมื่องบภาคใต้ที่เหลือ ขอให้เปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น และให้ทุ่งงบประมาณลงไปในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด