ศาลรธน.ตีกลับนักวิชาการ้องจำนำข้าว

วันที่ 01 ต.ค. 2555 เวลา 16:24 น.
ศาลรธน.ตีกลับนักวิชาการ้องจำนำข้าว
ศาลรัฐธรรมนูญตีกลับคำร้องนักวิชาการให้วินิจฉัยยุติโครงการจำนำข้าว หลังรายละเอียดไม่ชัด แจ้งให้แก้ไขก่อนนำมายื่นใหม่

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบเอกสารที่ นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยยุติโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 43 และ 81 (1) เพบว่า ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย จึงได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขคำร้องและยื่นเข้ามาเพิ่มเติม เพราะตามคำร้องที่มีการยื่นเข้ามาไม่ได้ระบุว่ายื่นตามรัฐธรรมนูญมาตราใด หรือช่องทางใด

"คำร้องยังมีลักษณะเป็นการยื่นลอยๆ จึงให้ผู้ร้องกลับไปแก้ไขให้ชัดเจน รวมทั้งแจ้งให้ผู้ร้อง ทำสำเนาเอกสารส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญรวม 9 ชุดเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญด้วย"นายพิมลกล่าว

นายพิมลกล่าวอีกว่า ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่ คงต้องรอผลการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง หากเห็นว่าคำร้องดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่จะพิจารณาได้ ก็จะรับคำร้องไว้พิจารณา แต่ถ้าเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจก็จะไม่รับคำร้องไว้พิจารณา แต่ในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 3 ต.ค.นี้ จะยังไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาแต่อย่างใด

ด้าน นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยังไม่พิจารณาในเรื่องดังกล่าวก็ถือว่าเป็นผลดีต่อชาวนาแล้ว และชาวนาดีใจเป็นอย่างมาก และหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้หากทางนิด้ากลับมายื่นเอกสารเพิ่มเติมใหม่ทางศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาไม่รับคำฟ้องแน่นอน

อย่างไรก็ตามในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ตัวแทนชาวนาทุกเครือข่ายจะเข้าไปพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและผลผลิตทางการเกษตรอื่นต่อไป เพราะเกิดประโยชน์ต่อชาวนาและเกษตรกรเป็นอย่างมาก ในการปลดหนี้สิน ยกคุณภาพชีวิตชาวนา และลดการรวมตัวของนายทุนที่เข้ามากดราคาซื้อผลผลิตทางการเกษตร พร้อมให้กำลังใจรัฐบาลทำงานเพื่อคนรากหญ้าและเกษตรกรต่อไป

นอกจากนี้จะยื่นหนังสือต่อนักวิชาการนิด้าให้ทางนิดาหยุดล้มโครงการนี้และอยากให้เข้ามาลงพื้นที่จริง ทำวิจัยให้ตามหลักวิชาการในหลักวิชาชีพเสียก่อนที่จะตัดสินใจคัดด้าน