โพลล์หนุนดึงเพรียวพันธ์-ดำรงเป็นรมต.

วันที่ 16 ก.ย. 2555 เวลา 09:09 น.
โพลล์หนุนดึงเพรียวพันธ์-ดำรงเป็นรมต.
เอแบคโพลล์เผยประชาชนอยากให้ปรับครม.ดึงเพรียวพันธ์/ดำรงเป็นรมต.ช่วยงานปราบยาเสพติด-บุกรุกป่า

ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง การปรับคณะรัฐมนตรี เมื่อวิเคราะห์ผลสำรวจประชาชนใน 17 จังหวัดของประเทศ ถึงความคิดเห็นต่อการปรับคณะรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.2 ระบุควรปรับคณะรัฐมนตรี โดยปัญหาการทำงานของรัฐบาลที่ควรปรับคณะรัฐมนตรี หาคนใหม่มาแก้ปัญหาแทน ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.6 ระบุปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ รองลงมาคือร้อยละ 69.2 ระบุปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ร้อยละ 62.5 ระบุปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 61.1 ระบุปัญหาด้านการศึกษา ร้อยละ 58.9 ระบุปัญหาการบุกรุกที่ดินอุทยาน ป่าไม้ ร้อยละ 43.6 ระบุปัญหาแรงงานข้ามชาติ ค้ามนุษย์ และร้อยละ 22.9 ระบุปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหามลพิษ และปัญหาชุมชนแออัด เป็นต้น          เมื่อถามความคิดเห็นต่อข้าราชการที่จะเกษียณอายุและกำลังสร้างผลงานในข่าวระยะหลังนี้ในตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะดูแลสานต่องานที่กำลังทำอยู่ในขณะรับราชการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.2 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นรัฐมนตรีดูแลด้านปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมอย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.3 ระบุว่าสำเร็จได้ยาก ถ้า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไม่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจในการแก้ปัญหายาเสพติดโดยตรง เพราะ ขนาดมีอำนาจยังต้องลงไปลุยด้วยตนเอง ถ้าไม่มีอำนาจสั่งการจะทำงานได้อย่างไร จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร จะไม่มีใครเชื่อฟัง ไม่มีคนทำตามเพราะไม่มีอำนาจสั่งการอะไร ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาซับซ้อนมองมิติปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของขบวนการค้ายาเสพติด ถ้าไม่มีอำนาจและจะสั่งการใครได้ เป็นต้นแต่กลุ่มที่คิดว่าสำเร็จได้ง่ายในการแก้ปัญหายาเสพติดของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เพราะน่าจะมีบารมี มีพรรคพวก อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำตามให้บรรลุเป้าหมายได้ เป็นต้น          นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.9 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้ นายดำรง พิเดช อธิบดีกรมอุทยานเป็นรัฐมนตรีดูแลแก้ปัญหาบุกรุกที่อุทยานและป่าไม้ และร้อยละ 57.4 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เป็นรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ ในขณะที่ร้อยละ 42.6 ไม่เห็นด้วย