ม็อบเกษตรบุกทำเนียบฯจี้แก้ราคาตก

วันที่ 04 ก.ย. 2555 เวลา 11:12 น.
ม็อบเกษตรบุกทำเนียบฯจี้แก้ราคาตก
กลุ่มเกษตรกรปลูกยาง-มะพร้าว-ปาล์มร้องนายกฯแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ "เต้น" เตรียมบินมาเลย์ถกหาทางออก

นายนันทปรีชา คำทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน จ .ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยแกนนำเกษตรกรจากจ.ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง กว่า 500 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กระตุ้นราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ

นายนันทปรีชา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลดำเนินการให้ราคาสินค้าทางการเกษตรสูงขึ้น โดยให้ยางพาราจากอยู่ที่กก.ละ 73 บาท ไปอยู่ที่กก.ละ 120 บาท มะพร้าวจากลูกละ 2 บาท เป็น 12 บาท มะพร้าวแห้ง กก.ละ 10 บาท 50 สต. เป็น 21 บาท และปาล์มน้ำมันจาก กก.ละ 4 บาท เป็น 6 บาท

อย่างไรก็ตาม จะรอความชัดเจนจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (4ก.ย.) หากไม่มีผลใดๆออกมาจะชุมนุมต่อเนื่องไม่มีกำหนด ทั้งนี้ มองว่าการแทรกแทรงราคาสินค้าทางการเกษตร เช่น ยางพาราวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ไม่ทัวถึง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่าจะไม่ออกไปรับข้อเสนอของเกษตรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ แต่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปรับเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งหลังจากประชุมครม.เสร็จ ตนจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือกับรัฐมนตรีการค้าของมาเลเซีย ถึงกลไกราคายางพาราอีกครั้ง ทั้งปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบกันทั่วโลก

ทั้งนี้ ในกลุ่มไตรทวิภาคี คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้จับมือกันแก้ไขปัญหาแล้ว ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้สถานการณ์ราคายางพาราน่าจะเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเตรียมดึงประเทศเวียดนามที่ส่งออกยางพาราเป็นอันดับ 4 ของโลกเข้ามาร่วมกับกลุ่ม จากนั้นจะเข้าหารือกับประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดรับซื้อรายใหญ่

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าการแก้ไขปัญหาราคายางพาราต้องใช้เวลา และเชื่อว่าเกษตกรที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้เพื่อต้องการจะส่งเสียงให้รัฐบาลได้รับทราบ ซึ่งรัฐบาลก็รับและได้เร่งพยายามแก้ไขปัณหานี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ หากแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆยังไม่ดีขึ้น จำเป็นที่จะต้องลดการส่งออกหรือมีมตราการอื่นๆเข้ามาเสริม ซึ่งต้องหารือกันอีกครั้ง