ทักษิณ-สุริยะ พ้นผิดซีทีเอ็กซ์

วันที่ 28 ส.ค. 2555 เวลา 13:47 น.
ทักษิณ-สุริยะ พ้นผิดซีทีเอ็กซ์
ป.ป.ช.ปล่อย ทักษิณ-สุริยะ พ้นผิดซีทีเอ็กซ์ เหตุหลักฐานไม่ถึง ยอมรับทำคดีอย่างถึงที่สุดแต่น้ำหนักคดียังน้อย

นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุมป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมป.ป.ช.มีมติไม่สังฟ้องในคดีในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีการจัดซื้อและติดตั้งเครื่องตรวจจับระเบิด( ซีทีเอ็กซ์ 9000) และการก่อสร้างระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใน 2 ข้อหา คือ 1.บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ว่าจ้างบริษัทกิจการร่วมค้าไอทีโอ จัดหาระบบสายพานฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ 2.การที่บทม.กระทำการเป็นบริษัทนายหน้าจัดซื้อเครื่องตรวจสอบซีทีเอ็กซ์เอง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ  

นายวิชัย กลาว่าว แม้ต่อมากระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกาโดยสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ)ได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับคดีนี้มาให้แต่คณะกรรมการป.ป.ช.เห็นว่าขาดหลักฐานที่จะนำไปสู่การกระทำผิดโดยปราศจากข้อสงสัยได้ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด เช่น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม และผู้บริหารบริหารบริษัททท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) เป็นต้น 

"ยืนยันว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวของ ป.ป.ช. ไม่ใช่มวยล้ม เพราะป.ป.ช.ชุดนี้ไม่ได้มาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ  การจะไปช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่มีเหตุผล และข้อมูลที่ได้มาก็ไม่ได้ถูกตัดตอน จนไม่สามารถเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้  แต่ยอมรับว่าคณะกรรมการฯ ป.ป.ช. ทราบอยู่แล้วว่าหลักฐานในการพิจารณาคดีมีน้ำหนักน้อย แต่ก็ได้พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาไม่ได้ยื้อคดีแต่อย่างใด"นายวิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่ามีประเด็นที่ต้องสอบสวนและตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบไป ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)เคยสอบสวนมาก่อน คือ กรณีที่ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์ จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานบทม. พล.อ.สมชัย สมประสงค์ รองประธาน บทม. นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตอัยการสูงสุด  นายเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ  นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขะพงศ์ เป็นกรรมการบทม. 

"จากการตรวจสอบพบว่ามีการเดินทางไปดูงานที่นครซานฟานซิสโก สหรัฐอเมริกา และมีหลักฐานเป็นใบเสร็จแสดงค่าใช้จ่าย ว่าบริษัทตัวแทนขายเครื่องซีทีเอ็กซ์จ่ายค่าเครื่องบิน ที่พัก ค่าเช่าสนามกอล์ฟ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเข้าความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 103 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542   คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐ 6 คน ดังกล่าว ว่าเรียกรับผิดประโยชน์หรือไม่ และหากพบว่ามีหลักฐานใหม่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตจัดซื้อและติดตั้งเครื่องซีทีเอ็กซ์ฯ ก็สามารถที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้"นายวิชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต