ถาวรสับรัฐดับไฟใต้เหลวเสนอ8ทางออก

วันที่ 02 ส.ค. 2555 เวลา 16:28 น.
ถาวรสับรัฐดับไฟใต้เหลวเสนอ8ทางออก
“ถาวร” เสนอ 8 ทางออกดับไฟใต้ สับแนวคิด "เฉลิม" ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาแค่ศูนย์ขี้ขลาดตาขาว

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แถลงว่า ขอย้ำถึงนโยบายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ใช้แก้ปัญหาชายแดนใต้ประสบความล้มเหลวตลอด 1 ปีที่เข้ามาบริหารประเทศ เพราะรัฐบาลมีนโยบายที่สับสนยุทธศาสตร์แก้ไขไม่ชัดเจนไร้ความมีเอกภาพ จึงขอเสนอทางแก้ไข 8 ข้อ คือ 1. ยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” 2. การใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร และใช้นโนยบายแก้ปัญหาและพัฒนาให้ต่อเนื่องจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

3. ยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา และใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะการดำเนินการตามมาตรา 21 เพื่อความสงบสุขในพื้นที่แทน

นายถาวรกล่าวว่า 4. ยกเลิกการใช้กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ภาคที่ 2 ภาคที่ 3 กองทัพเรือ และกองทัพอากาศในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และใช้กองกำลังจากกองทัพภาคที่ 4 รวมถึงกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง และกองกำลังประจำถิ่นแทน 5. สนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รับราชการและทำหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มากขึ้น รวมถึงการให้กองกำลังประจำถิ่นได้มีโอกาสก้าวหน้าในสายงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหารด้วย

6. ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา การให้ความยุติธรรม เป็นธรรม การฟื้นฟู เยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา และให้รัฐบาลยกเลิกองค์กรหรือหน่วยงานที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมาใหม่ เช่น ศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรุงเทพมหานคร หรือศูนย์ขี้ขลาดตาขาว

7. รัฐบาลควรจ่ายเงินเยียวยาให้พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้มากกว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2548-2553 และ 8. คัดค้านการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ หรือร่าง พ.ร.บ.ปัตตานีมหานคร หรือคณะผู้บริหารจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาการให้ความยุติธรรม เป็นธรรม การฟื้นฟู เยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดูแลด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์มีความรุนแรงและเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับการทำงานของรัฐบาลที่หย่อนยานไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ รัฐบาลส่งสัญญาณในลักษณะผิดๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบก่อให้เกิดความรุนแรงในภาคใต้ขึ้นมาอีก คือ 1. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของโจรแบ่งแยกดินแดนนั้น ถือว่าเป็นการตีโจทย์ที่ผิดอาจนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาดเหมือนยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เข้าใจว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องโจรกระจอก สุดท้ายสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงถึงทุกวันนี้

2. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่นายกฯ แต่งตั้งให้รับผิดชอบแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ก็แต่งตั้งแบบผิดฝาผิดฝั่ง ไม่เชี่ยวชาญปัญหาภาคใต้จึงไม่ต่างกับคนตาบอดคลำช้าง ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ถ้าดูทางตัวเลขดูทางสถิติแล้วถือว่าเหตุการณ์ลดลง จึงไม่เข้าใจว่าประเมินสถานการณ์อย่างไร เพราะขณะนี้ตัวเลขความรุนแรงภาคจังหวัดชายแดนใต้มีการประเมินลักษณะเหมารวมรายวัน ไม่ใช่ประเมินแยกเหตุการณ์ที่เกิดในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขทางสถิติไม่สำคัญเท่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งว่านำมาซึ่งความสูญเสียมากน้อยเพียงใด

3. ไม่มีใช้แนวทางการแก้ปัญหาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เป็นองค์กรแก้ปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะมาจากความล้มเหลวในตัวบุคคลจากการแต่งตั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการ ศอ.บต.ซึ่งไม่มีบทบาท ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยรัฐบาลพยายามไม่ให้ ศอ.บต.มีบทบาทเหมือนในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณที่พยายามยุบ ศอ.บต.แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการออก พ.ร.บ.ศอ.บต.ใหม่ แม้ตอนนี้บอกกันว่ามีการตั้งเพนตากอน 2 หรือที่ชาวบ้านเรียกเพนตาขาว การใช้ ศอ.บต.ยังถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด เพราะมีที่ทำการอยู่ในพื้นที่จริง และโครงการนี้ก็เกรงว่าจะล้มเหลวเหมือนกับตอนที่ ร.ต.อ.เฉลิมสั่งให้ทำ บก.ส่วนหลังมาแล้ว

4. นโยบายของรัฐบาลชุดนี้พยายามจะแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ โดยหาวิธีการ และมาตรการต่างๆ แต่นโยบายเดิมที่ได้เคยทำมาเพียงพอที่จะทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงเบาบางลงได้ แต่รัฐบาลเองที่ไม่จริงจัง ไม่ทบทวน ไม่เอาใจใส่ในการการแก้ปัญหา

นอกจากนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ มีการระบุว่าอาจประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะอาจจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พยายามลดเงื่อนไข ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แต่รัฐบาลชุดนี้กลับพยายามเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งอาจส่งผลทำให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสมาเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงได้

นายเทพไทกล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อพี่ชายเป็นก่อไฟขึ้นมา ก็ไม่อยากให้น้องสาวเป็นคนเติมเชื้อไฟขึ้นอีก อยากให้รัฐบาลได้ตื่นตัวและเห็นความสำคัญต่อปัญหาภาคใต้ เพราะสิ่งที่ประชาชนกำลังหวั่นวิตกคือ การล้มเหลวด้านการข่าวของรัฐบาล ซึ่งอยากให้รัฐบาลติดตามข่าว เพราะเป็นเรื่องที่แปลกมากที่ชาวบ้านรู้ข่าวก่อนฝ่ายข่าวของรัฐบาล โดยเฉพะการข่าวที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงต่อบุคคลสำคัญ และเคลื่อนไหวสร้างวามรุนแรงตามชุมชนและหัวเมืองต่างๆ จึงไม่ทราบว่ารัฐบาลตระหนักเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอยากให้รัฐบาลปรับปรุงตัวให้เป็นผู้นำด้านการข่าว กระจายข่าวไปยังประชาชนมากกว่าที่ประชาชนจะนำข่าวมาบอกกับฝ่ายรัฐเอง