ศาลรธน.เผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง27ก.ค.

วันที่ 25 ก.ค. 2555 เวลา 16:17 น.
ศาลรธน.เผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง27ก.ค.
ตุลาการศาลรธน.เห็นชอบร่างคำวินิจฉัยกลางปมแก้ไขรธน.มาตรา 291 ไม่เข้าข่ายล้มการปกครองคาดเผยแพร่ภายใน 27 ก.ค. 

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ว่า ที่ประชุมตุลาการฯได้ให้ความเห็นชอบกับร่างคำวินิจฉัยกลางกรณียกคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่มีประมาณ 30 หน้า แต่เนื่องจากจะต้องมีการปรับปรุงข้อเท็จจริงบางประการ และแก้ไขคำผิดคำถูก เพื่อให้คำวินิจฉัยกลางที่จะเผยแพร่ออกมาและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา นั้น มีความสมบูรณ์และเรียบร้อยที่สุด ซึ่งหากคณะทำงานที่เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการแล้วเสร็จก็จะเสนอต่อตุลาการฯแต่ละคนให้ลงนามได้ ซึ่งน่าจะเริ่มเสนอให้ลงนามได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้(26 ก.ค.)เป็นต้นไป และเมื่อแล้วเสร็จคาดว่าไม่เกินวันศุกร์ที่ 27 ก.ค.นี้ คู่กรณีจะสามารถคัดสำเนาคำวินิจฉัยกลาง และสำนักงานจะนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษารวมถึงเผยแพร่ทางเว็บไซด์ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ต่อไป

อย่างไรก็ตามเนื้อหาของคำวินิจฉัยกลางนั้นจะไม่มีอะไรที่แตกต่างจากที่คณะตุลาการได้อ่านให้คู่กรณีฟังเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนคำวินิจฉัยจะตอบปัญหาสังคม หรือทำให้หลายหน่วยงานนำไปปฏิบัติได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจในเนื้อหาคำวินิจฉัยกลางที่จะออกมา และที่ศาลฯมีข้อแนะนำในเรื่องการทำประชามติก็เป็นส่วนหนึ่งในคำวินิจฉัย

นายพิมล กล่าวว่า ส่วนคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการแต่ละคนนั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างที่คณะทำงานของตุลาการฯ แต่ละคน ตรวจสอบเนื้อหา ซึ่งคำวินิจฉัยส่วนตนนั้น ยกร่างเสร็จตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. ที่ได้มีการอ่านคำวินิจฉัยไป เพียงแต่เวลานี้เป็นการตรวจสอบคำถูกต้องเท่านั้น เพื่อให้เนื้อหามีความถูกต้องและสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้หากคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการฯเสร็จทั้งหมดแล้ว ก็จะสามารถเผยแพร่ลงในเว็บไซด์ของสำนักงานฯพร้อมกันทั้ง 8 คน

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมคณะตุลาการวันเดียวกันนี้ ยังได้พิจารณาและมีคำสั่งจำหน่าย 2 คำร้องในกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. ขอถอนคำร้องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า การที่กรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภา มีส่วนร่วมในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการกระทำล้มล้างการปกครองหรือไม่

ขณะที่กรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคณะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 212 ว่าการที่นายสุนัย จุลพงศธร กับพวก 416 คนดำเนินการจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการกระทำล้มล้างการปกครองหรือไม่ แม้ว่าก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว แต่เนื่องจากศาลได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้องในประเด็นเดียวกันนี้ตามคำร้องทั้ง 5 คำร้องแล้วว่ากรณีไม่เป็นการล้มล้างการปกครองฯ และพบว่าไม่มีข้อเท็จจริงอื่นนอกเหนือจากใน 5 คำร้อง การพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี จึงมีคำสั่งให้จำหน่าย 2 คำร้องดังกล่าว

นายพิมล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คณะตุลาการฯยังมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยรวม 4 คำร้อง โดย 1.เป็นกรณีที่นายเรืองไกร ขอถอนคำร้องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึง 6 พรรคการเมือง สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 จึงอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ เนื่องจากศาลฯได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้องในประเด็นที่มีการร้องไปแล้ว 2. กรณี จ.ส.ต. ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 213 เพื่อเพิกถอนการลงมติรับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ของ 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

3.กรณีที่นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ และคณะ และ 4.กรณี นายวานิช พาชารี ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกการกระทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพิกถอนการพิจารณาคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครอง และคำสั่งที่ให้รัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 รวมทั้งเพิกถอนการพิจารณาและคำวินิจฉัยที่ให้ยกคำร้อง เนื่องศาลฯเห็นว่า คำร้องของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ นายหนึ่งดิน และนายวานิชนั้น เป็นการขอให้วินิจฉัยโดยผู้ถูกร้องเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง หากศาลพิจารณาวินิจฉัยก็จะขัดต่อหลักยุติธรรมที่ห้ามบุคคลเป็นผู้วินิจฉัยคดีของตนเอง รวมทั้งหลักความเป็นกลางในการพิจารณาคดีซึ่งเป็นเหตุในการคัดค้านตุลาการเนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องในคำร้องนี้โดยตรง จึงไม่คำสั่งไม่รับคำร้อง

เมื่อถามว่า การประชุมตุลาการฯ ในวันนี้มาครบหรือไม่ นายพิมล กล่าวว่า ในช่วงเช้า นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการฯ ได้ขออนุญาตไปพบแพทย์ตามที่แพทย์ได้นัดไว้ แต่ก็ได้กลับมาทันในการพิจารณาในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ เนื่องจากนายอุดมศักดิ์ เกรงว่าถ้าหากไม่กลับเข้ามาประชุม ก็อาจจะมีบุคคลนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต