มาร์คห่วงครม.แก้ระเบียบพัสดุกระทบความโปร่งใส

วันที่ 09 ก.ค. 2555 เวลา 18:47 น.
มาร์ค ห่วง ครม.แก้ระเบียบงดใช้ระเบียบพัสดุโครงการน้ำ กระทบความโปร่งใสโครงการใหญ่ ​ย้ำไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการบลูสกายแชนแนล ว่า   กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแก้ไขระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ แล้วก็เกี่ยวข้องกับเงินกู้  ที่ไม่ต้องใช้ระเบียบพัสดุในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้ระเบียบอะไรเข้ามาแทน​ ซึ่งเป็นปัญหาแน่นอน ในแง่ของความโปร่งใสที่จะเกิดขึ้นกับโครงการที่มีมูลค่ามหาศาล

"พอบอกว่าไม่ต้องใช้ระเบียบนี้ ก็ไม่ทราบเลยครับว่าจะมีกติกาอย่างไร แล้วก็ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมระเบียบพัสดุถึงใช้กับงานนี้ไม่ได้ ถ้าจะอ้างว่ามันเป็นเรื่องความเร่งด่วนแล้ว พวกนี้ไม่ใช่งานที่จะต้องเสร็จภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน​ มันก็เป็นโครงการขนาดใหญ่ โครงการระยะยาว ซึ่งไม่ได้มีประเด็นว่าถ้าใช้ระเบียบพัสดุแล้วจะทำให้กระทบกับผลที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเร่งด่วนแต่อย่างใด ความจริงแล้วสามารถที่จะใช้ระเบียบพัสดุนะครับ แล้วก็ถ้าตรงไหนเห็นว่ามันเป็นอุปสรรค ก็สามารถจะขอยกเว้นเป็นเรื่อง ๆ ได้ แต่นี่ขณะนี้ก็คือว่า มีการแก้ระเบียบว่าเงินกู้  3.5 แสนล้าน ที่จะมาใช้ในเรื่องนี้ทั้งหมด ไม่ต้องใช้ระเบียบพัสดุก็ได้ อันนี้คือประเด็นที่ต้องจับตาดูว่าจะนำไปสู่ปัญหาความโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน"นายอภิสิทธิ์ กล่าว ​

นอกจากนี้ ยังดูเหมือนว่ากำลังจะให้อำนาจ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ. ) เพิ่มขึ้น ​ซึ่งเมื่อก่อนจะต้องไปยึดโยงไปอิงอยู่กับแผนปฏิบัติการซึ่งเป็นเหมือนกับแผนใหญ่ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า ไม่จำเป็น ถ้ามีโครงการนอกแผน นอกอะไรก็ให้ กบอ. เป็นคนพิจารณาไปได้    เพราะฉะนั้นต้องจับตาดูว่า จะมีโครงการอะไรเข้ามา อยู่ในแผน ไม่อยู่ในแผน สอดคล้อง ไม่สอดคล้อง ประมูลจัดซื้อ จัดจ้างกันอย่างไร โดยที่มายกเว้นหรือไม่ใช่ระเบียบพัสดุในครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากที่ครม.เงาติดตาม ในมติครม. ​สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นแต่เขียนเรื่องการแก้ระเบียบ ​ แต่ไม่ได้บอกว่าแก้อย่างไร ​เลยต้องไปไล่ตามค้นเอาตัวระเบียบมาดูอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องมีการติดตามครับ​และ คิดว่า  กรรมาธิการของสภา  กรรมาธิการงบประมาณที่กำลังพิจารณาตัวงบประมาณปี 56 อยู่ ทั้งกรรมาธิการติดตามงบฯ น่าจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา​