สมศักดิ์ไม่ใช้สิทธิค้านตุลาการศาลรธน.

วันที่ 03 ก.ค. 2555 เวลา 13:10 น.
สมศักดิ์ไม่ใช้สิทธิค้านตุลาการศาลรธน.
โฆษกสภาฯเผย สมศักดิ์ ไม่ใช้สิทธิค้านตุลาการศาลรธน. แม้ระเบียบศาลเปิดช่อง ยัน แก้รธน.ไม่เข้าข่ายล้มการปกครอง

นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายของนายสมศักดิ์ ประธานรัฐสภาผู้ถูกร้องที่1 ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายเปลี่ยนการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ เปิดเผยว่า แนวทางการต่อสู้ในคดีดังกล่าวนายสมศักดิ์ ได้ให้หลักการว่าจะไม่ยื่นคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแม้ว่าในระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้คัดค้านตุลาการศาลที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์กับผู้ถูกร้อง โดยในส่วนของประธานรัฐสภาจะชี้แจงในการดำเนินการที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามหน้าที่ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะการบรรจุระเบียบวาระร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ารัฐสภาที่ต้องทำภายใน 15 วันภายหลังมีผู้เสนอร่างแก้ไขเข้ามา เพราะหากไม่ดำเนินการอาจถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ได้       

นายวัฒนา กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาของผู้ร้องที่มีการระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขทั้งฉบับนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะที่ผ่านมารัฐสภาได้แก้ไขเพียง 2 มาตรา คือ มาตรา 136 และ 291 เพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น และที่สำคัญไม่ได้มีลักษณะเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 291 (1) วรรค 2 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291/11 วรรค 5 ระบุชัดว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐจะกระทำมิได้ 

“ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยส.ส.ร.ประเทศก็ยังบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 อยู่ ดังนั้น ถ้าส.ส.ร.ไปแตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์เท่ากับว่าจะผิดรัฐธรรมนูญและเป็นกบฎทันที” นายวัฒนา กล่าว

นายวัฒนา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในข้อห่วงใยว่าการใช้ดุลยพินิจของประธานรัฐสภาตามร่างแก้ไขมาตรา 291/13 ที่อาจไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ส.ส.ร.ได้ยกร่างเสร็จแล้วจะเข้าข่ายเปลี่ยนแปลงปกครองหรือไม่นั้น ตรงนี้นายสมศักดิ์ยืนยันในคำให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าจะไม่ใช้ดุลยพินิจโดยลำพังแต่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูประกอบ เช่น คณบดีคณะนิติศาสตร์ทั่วประเทศที่มีความสมัครใจ และข้าราชการประจำฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา เป็นต้น

“ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายค้านถึงได้มายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านได้ร่วมลงเรือลำเดียวกันมาตลอดตั้งแต่วาระที่1-2 รวมถึงการร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมตั้งแต่แรกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 95 ที่ต้องมีกมธ.จากทุกพรรคก็ไม่สามารถพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว แต่ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯยังได้ร่วมเสนอคำแปรญัตติเท่ากับว่ากระบวนการจึงชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้นแล้ว”นายวัฒนากล่าว