รับม็อบแดง

วันที่ 10 มี.ค. 2553 เวลา 23:32 น.
เทือกเถาเหล่ากอ ตระกูลชินวัตร ต่างเผ่นออกต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการจากลาก่อนวันแดงเดือด คำอ้างที่เกิดขึ้นก็คือ เทือกเถาตระกูลนี้จะไปดูงานที่เยอรมนี เป็นกำหนดการที่วางไว้อยู่แล้ว ไม่ได้หายไปไหน

แหม ช่างบังเอิญได้ทุกคราว

ใครจะเชื่อก็เชื่อไป ให้เลือกเอาระหว่างจะเป็นคนกินข้าว หรือเป็นควายกินหญ้า

ลองย้อนกลับไปดูในอดีต ทุกครั้งที่เสื้อแดงชุมนุม หรือเกิดเหตุที่ส่อเค้าจะวุ่นวาย คนตระกูลชินวัตร เป็นต้องเผ่นไปต่างประเทศทุกคราว

ก็ไม่เป็นไร เสื้อแดงจะสู้ จะตายก็ว่าไป แต่ญาติโกโหติกาสปอนเซอร์ใหญ่ไปเรียบร้อย

คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด ยิ่งคนฉลาดแล้วคด ยิ่งอันตราย

และศึกแดงครั้งนี้ มันน่าสงสารประเทศเสียจริง

เป้าหมายม็อบเพียงเพื่อเงินและอำนาจ บ้านเมืองฉิบหายไม่คิดถึง

และคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ เราจะทำอย่างไรดี

คำตอบที่ไม่ยากนักก็คือ ไม่ต้องกลัวม็อบแดง

อย่ากลัวจนหยุดใช้จ่าย หยุดลงทุน ฯลฯ ทำทุกอย่างเหมือนเดิม

เจอหน้าเสื้อแดง อย่าด่า อย่าต่อว่า เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน

อาจจะแตกต่างความคิด อาจมาเพราะเงินหรือถูกหลอก แต่ยิ้มเข้าไว้ ด้วยเมตตา สงสาร และเห็นใจ

พวกเขาไม่ได้ผิดหรอก แต่คนผิดคือผู้ที่ทำให้พวกเขามามากกว่า

ทำใจให้ปกติ นี่แหละ คือการช่วยชาติ

แม้จะเกิดเหตุความวุ่นวาย แม้จะมีการป่วนเมือง แต่ให้ตั้งสติ อย่าโกรธแค้น

เพราะเมื่อมีความเสื่อม สุดท้ายความเสื่อมก็ต้องหายไป หากทุกคนตั้งสติ มองเห็นถึงพิษภัยที่เป็นอยู่ ก็ย่อมกลับไปสู่การฟื้นฟูได้อีก

ตบท้ายวันนี้อยากจะพูดถึงภิกษุผู้ทรงศีล ท่านเป็นพระที่มีลูกศิษย์ทั้งประเทศ วาจาเป็นหนึ่ง ไม่มีสอง พูดทีไรไม่เคยพลาด

มีเสียงพูดต่อกันมาว่า ท่านเคยพูดถึงนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งว่า เลวกว่าเทวทัต

แม้นักการเมืองคนที่ว่าจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่บรรดาทรัพย์สินที่ฉ้อฉลเอาไป สุดท้ายต้องคืนแผ่นดินหมด

และนักการเมืองคนนี้จะไม่ได้ตายที่แผ่นดินเกิด โดยกลับมาได้เพียงผ้าขาวห่อเดียวเท่านั้น

จริงไม่จริง ชีวิตนี้ ได้เห็นแน่นอน