ศอ.รส.ประกาศกฎเหล็กคุมแดง สั่งห้ามใช้เครื่องขยายเสียงปลุกระดม

วันที่ 10 มี.ค. 2553 เวลา 21:32 น.
ที่ประชุมศอ.รส.มีมติห้ามใช้วิทยุ โทรทัศน์เครื่องขยายเสียงปลุกระดมประชาชนตั้งแต่วันที่ 11มี.ค.เป็นต้นไป ขู่เสื้อแดงบุกสถานที่ราชการ-บ้านคนสำคัญเจอจับทันที

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งยังมีนายทหารระดับผู้บังคับกองพล โดยใช้เวลาประชุมกว่า 5 ชั่วโมง

ทั้งนี้นายสุเทพ ได้เปิดแถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มอบหมายให้ข้าราชการพลเรือนตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมปฏิบัติดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ทหารมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยเต็ม 100% โดยกำลังเจ้าหน้าที่ที่ใช้ทั้งหมดมี 50,000 คน แบ่งเป็นทหาร 30,000 คน ตำรวจ 10,000 คน และพลเรือน 10,000 คน ซึ่งหากมีความจำเป็นก็จะเพิ่มเติมกำลังเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

"ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ศอ.รส.จะตั้งกองบัญชาการที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งจะมีการแถลงสรุปสถานการณ์ที่นั่น และศอ.รส.มีข้อกำหนดชัดเจนไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกสถานที่ราชการ หรือบ้านเรือนทั้งคนธรรมดาและคนสำคัญ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย โดยหากมีเหตุเกิดขึ้น ศอ.รส. จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมดำเนินคดีผู้ก่อเหตุทันที"นายสุเทพกล่าว

นอกจากนี้จะให้ เจ้าหน้าที่จะตั้งด่านตรวจค้นอาวุธตลอดเส้นทาง ส่วนรถที่ห้ามเข้ามาในพื้นที่กทม.อย่างเด็ดขาด คืออีแต๋น และรถที่ใช้ทำไร่ทำนา ส่วนรถกระบะที่ไม่เกี่ยวการชุมนมสามารถเข้ามาได้ แต่ต้องแจ้งให้อำเภอที่ตั้งทราบว่ามาทำอะไร ทั้งนี้หากผู้ชุมนุมนำรถปิกอัพขนคนมา ได้กำหนดจุดจอดรถไว้ชานเมืองและจัดรถบัสรับส่งให้ถึงจุดที่ชุมนุม

"ในวันที่ 11 มี.ค.เป็นต้นไป ศอ.รส.จะสั่งห้ามไม่ให้ใช้วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ปลุกระดมให้ประชาชนกระทำการใดที่กระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมืองโดยเด็ดขาด และตั้งแต่คืนนี้จะมีเจ้าหน้าที่เข้าดูแลจุดสำคัญทั่ว กทม. เพื่อป้องกันการวินาศกรรม"นายสุเทพกล่าว

รองนายกฯยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่พกพาอาวุธเพราะไม่มีเจตนาปราบปรามใคร โดยเจ้าหน้าที่จะมีเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันตัวเองและที่จำเป็นต่อการระงับเหตุตามหลักสากล คือ โล่ห์ กระบอง แก๊สน้ำตา รถดับเพลิง เว้นแต่ว่าการชุมนุมครั้งนี้เกิดมีคนร้ายแฝงมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก็จะมีตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยสวาทเข้าปราบปรามคนร้าย ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจชัดเจน โดยหน่วยสวาทจะเข้าไปดูแลความปลอดภัยทุกพื้นที่ภายใน 15 นาที