ตื่นแล้วเหรอ

วันที่ 09 มี.ค. 2553 เวลา 23:15 น.
รัฐบาลตื่นแล้ว หลังจากลอยชายปล่อยให้ปัญหาน้ำแล้งลอยนวลอยู่นานแสนนาน อย่าปฏิเสธเลย 1 ปีแห่งการบริหารประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ให้ความสำคัญกับน้ำสักเท่าใด ไม่เชื่อไปดูงบประมาณไทยเข้มแข็งได้ ที่เกี่ยวกับน้ำมีวงเงินน้อยกว่าถนน รถไฟฟ้า ฯลฯ ชนิดมองไม่เห็นฝุ่น

ไม่แปลกหรอกทำไมพื้นที่เหนือ อีสาน จึงเป็นเขตประชาธิปัตย์ห้ามเข้า เพราะความไม่เข้าใจรากหญ้า ของนักเรียนเก่าลอนดอน

แต่เอาล่ะ... ถึงจะมาช้า ก็ดีกว่าไม่มาเลย

และยามนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งทำ ราวกับจัดมหกรรมหมาหอบแดด นั่นก็คือการขอร้องให้ชาวนา หยุดทำนารอบ 2 หรือ รอบ 3

โถ... เป็นบทสะท้อนอีกแล้ว ไม่เข้าใจชาวนาเอาเสียเลย

เพราะนาข้าวของชาวนา มันไม่ใช่แค่พืชผลการเกษตร แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นชีวิต เป็นรายได้หลักอย่างเดียว

พื้นที่การปลูกข้าว จึงไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำ หรือแม้กระทั่งราคา เช่นหากปีใดน้ำน้อยก็ไม่ได้ทำให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวลดลง หรือปีใดราคาข้าวตกต่ำการปลูกข้าวก็ไม่ได้ลดลงด้วย

ศัพท์แสงทางเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า Negative supply curve เพราะตามปกติถ้าสินค้าใดราคาลดต่ำลง ผลผลิตก็จะน้อยลง แต่ข้าวไม่ใช่อย่างนั้น

สิ่งที่อยู่ในหัวใจของชาวนาก็คือแต่ละปีจะประเมินว่า จำเป็นต้องใช้จ่ายหาเงินสักเท่าใด นี่แหละ คือจุดตั้งต้นของการวางแผนปลูกข้าว

จะต้องปลูกมาก ปลูกน้อย ปลูกกี่รอบ ชาวนาจะดูจากความจำเป็นในการใช้จ่ายเงิน ในการเก็บข้าวไว้กินและทำพันธุ์

ไม่เพียงเฉพาะชาวนาไทยเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ แต่ชาวนาในเอเชียหลายๆ ประเทศก็เป็นลักษณะเดียวกัน

จึงลืมได้เลย หากจะขอร้องไม่ให้ชาวนาปลูกข้าว

สิ่งที่ต้องกระทำ และเริ่มพูดจากันนั่นคือการประกันภัยพืชผล ทว่ายังไม่พอ โดยความสำคัญอย่างยิ่งยวด นั่นคือการลงทุนสร้างระบบจัดเก็บน้ำ

อย่าปล่อยให้น้ำฝนตกลงมาท่วมสร้างความเสียหาย และไหลลงทะเลไปหมด

ขณะเดียวกัน ระยะยาวรัฐบาลจำเป็นต้องปลูกป่า เพราะป่าคือต้นน้ำ หากไม่มีป่า น้ำก็ไม่มี

แม้จะต้องใช้เวลายาวนาน กว่าจะปลูกป่าได้ แต่รัฐบาลต้องวางแผนโดยเฉพาะกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ การใช้ภาษีที่มากพอเป็นสิ่งจูงใจสำหรับการสร้างป่าผืนใหม่ หรือจ้างเอกชนปลูกป่าก็ต้องทำ

ชีวิตคนสั้นนัก พริบตาเดียวก็ตายแล้ว คิดถึงลูก-หลานบ้างเถอะ