ปชป.จี้สภาขยายเวลาถกปรองดอง

วันที่ 04 เม.ย. 2555 เวลา 19:08 น.
ปชป.จี้สภาขยายเวลาถกปรองดอง
"มาร์ค"จี้"บิ๊กบัง"ตอบเอาอย่างไรปรอดองกมธ.ซีก"เพื่อไทย"ซัดพระปกเกล้าจินตนาการรู้ความคิดสภาก่อน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้อนุมัติให้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดย พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้ชี้แจงหลักการและเหตุผลต่อที่ประชุม พร้อมเรียกร้องให้มีการให้อภัย สร้างความปรองดองบนหลักนิติธรรม ไม่ใช้ความรุนแรงให้สังคมไทยกลับสู่งสังคมแห่งความสงบและการให้อภัย

นายเชน เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้อภิปรายคนแรก โดยหยิบยกคำแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมาถึงรายงานการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าต่อที่ประชุม ซึ่งนายเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมได้ขอเอกสารเพื่อนำไปถ่ายสำเนาแจกจ่ายให้กับ ส.ส.ทั้งหมด จากนั้นนายเชนกล่าวว่า สถาบันต้องการให้จัดเวทีเสวนาเพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกันก่อน แต่แปลกที่ประธานคณะกรรรมาธิการฯกลับรีบนำผลการวิจัยเข้าสู่การพิจารณาของสภา สิ่งที่เราต้องทำร่วมกันต่อไปคือจะทำอย่างให้เกิดการเสวนาเพื่อให้เกิดสิ่งที่สถาบันพระปกเกล้าต้องการคือความเห็นร่วมกันเพื่อความปรองดอง เพราะรายงานของสถาบันไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นการนำเสนอแนวทางเพื่อทำให่บรรลุวัตถุประสงค์ เพราะการปรองดองไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย จึงอยากให้นำแนวทางของสถาบันกลับออกไป และดำเนินการหาทางออกร่วมกัน

นายชวลิต วิชยะสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชี้แจงว่า การที่กมธ.วิสามัญมอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้าทำการวิจัย เพราะไม่อยากให้เสียงข้างมากลากไป จึงเลือกสถาบันที่เป็นกลางมาทำวิจัยในหัวข้อ"อะไรคืออุปสรรคต่อการสร้างความปรองดอง" โดยเสียงเอกฉันท์และไม่มีการลงคะแนน และแถลงการณ์ของสถาบันก็ระบุว่า ผลการวิจัยดำเนินไปตามหลักการและถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความเป็นอิสระะเสรีภาพทางวิชาการ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการสภาสถาบันจากการประชุมที่ผ่านมา สภามีความเป็นห่วงเรื่องการนำรายงานการวิจัยไปใช้ สถาบันพระปกเกล้าระบุว่าปัจจุบันบรรยากาศการปรองดองยังไม่เกิด จึงต้องสร้างทางออกร่วมกันเพื่อให้เกิดบรรยากาศสร้างความปรองดอง ข้อเสนอของสถาบันไม่ได้ให้นำไปใช้ในทันที ฝ่ายค้านได้มีการท้วงติงไปก่อนหน้านี้ เลขาธิการสถาบันฯและสภากรรมการสถาบันฯจึงเห็นว่าไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของสถาบัน จึงน่าจะรับทราบไว้ใชีหนึ่งก่อนและขยายเวลาออกไปจนสิ้นสุดสมัยประชุมหน้า ไม่อยากให้เกิดการอ้างอิงรายงานของสถาบันโดยไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรก็เป็นสิทธิ จึงอยากถามว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอของสถาบันฯที่ให้ที่ประชุมรับทราบไว้ชั้นหนึ่งก่อนหรือไม่

ด้านนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสภาว่าจะเห็นเป็นอย่างไร หน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯสิ้นสุดลงแล้ว และสถาบันฯรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าสภาจะมีมติอย่างไร เกิดความวิตกเสนอให้ยืดเวลาพิจารณาออกไปอีก แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯไม่สามารถทำได้ อยู่ที่ที่ประชุมสภาฯ อย่าจินตนาการกันเอาเอง ขอให้อ่านรายงานอย่างละเอียด หากเห็นด้วยกันคณะกรรมาธิการวิสามัญฯและข้อเสนอของสถาบันก็ร่วมกันทำงานต่อไป อย่าข้ามขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ลุกขึ้นอภิปราย อีกว่า สถาบันไม่ได้บอกว่าต้อวทำอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้คำว่าถ้าใช้งานวิจัยไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์จะขอรายงานคืนเท่านั้น เป็นความคิดเห็นของสภาและเสียงข้าวมาก แต่ไม่มีสิทธิ์อ้างอิงงานวิจัย จึงอยากฟังความเห็นของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่ามีความเห็นอย่างไร จึงอยากให้ลุกขึ้นตอบว่าจะเอาอย่างไร เราจะได้พิจารณาถูกและสังคมได้รับรู้ว่าต้องการเดินหน้าล้ม คตส.และนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ลุกตอบแทนว่า เลยขั้นตอนกมธ.วิสามัญฯไปแล้วไม่ทราบว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องการอะไรกันแน่ ทำให้นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ประท้วงให้พล.อ.สนธิตอบคำถาม

ต่อมาพล.อ.สนธิกล่าวว่า เขาทำหน้าสมบูรณ์และจบแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า "ถ้าตอบแบบนี้ จบแล้วครับ กมธ.ก็กลับไปได้แล้ว เพราะพิมพ์รายงานเสร็จแล้ว พวกท่านกลับไปได้แล้ว"

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม เมื่อศึกษาเสร็จแล้วต้องนำเข้าสู่สภา สภาต้องเป็นองค์กรที่แก้ปัญหาของประเทศชาติ

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เขาไม่เชื่อนายวัฒนาเพราะไม่เคยแสดงความรู้ด้านกฎหมายมาก่อน การพูดว่าคนเผาศาลากลางถือว่าไใ่ผิดเพราะมีเหตุมาจากการเมืองถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะได้ทำการเป็นภยันตรายต่อประชาชน และศาลได้พิพากษาจำคุกไปแล้วในหลายจังหวัด เราไม่ได้ใจดำไม่ให้อภัยใคร นายวัฒนาพูดไม่จบ ลืมเรื่องสำคัญไปอย่างหนึ่งคือการยอมรับผิด ถ้าไม่ยอมรับผิดไม่มีการนิรโทษกรรม และต้องเริ่มค้นหาความจริง เปิดเผยความจริง และจัดการกับความจริงคือการให้อภัย เสียงข้างมากไม่สามารถทำผิดกฎหมายได้ การที่คนหมู่มากทำผิกกฎหมายไม่สามารถให้ยกเลิกความผิกได้ เสียงข้างมากไม่สามารถสร้างความชอบธรรมได้ นายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง 20 ล้านคน แต่ทำผิดจะถูกตัดสินโดยผู้พิพากษาเพียงไม่เกิน 3 คนในประเทศนี้และในโลกนี้.