ปชป.อัดโชห่วยช่วยชาติไม่คุ้มค่า

วันที่ 04 เม.ย. 2555 เวลา 14:00 น.
ปชป.อัด"โชห่วยช่วยชาติ" ไม่คุ้มค่า ห่วงเวียนเทียน จี้รบ.หามาตรการช่วยเหลือเอ็สเอ็มแอลนับแสนหลังได้ผลกระทบขึ้นค่าแรง 300 

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ รมว.พาณิชย์เงา พรรคระชาธิปัตย์  เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.เงา ว่า จากการตรวจสอบการแก้ปัญหาสินค้าราแพงของรัฐบาลพบว่ายังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาโครงการโชว์ห่วยช่วยชาติที่ใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท โดยกำหนดให้มีหนึ่งร้านค้าหนึ่งขุมชน ตั้งเป้าไว้ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ซึ่งกระจายไม่ทั่วถึง และการขายสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20 % ก็ยังไม่มีมาตรการป้องกันการเวียนเทียนซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ จึงเห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า

ทั้งนี้ ​รัฐบาลควรใช้งบประมาณเพื่อศึกษาโครงสร้างต้นทุนสินค้าจำเป็นและกำหนดมาตรการช่วยลดต้นจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและจะทำให้ราคาปลายทางมีความเป็นธรรมกับผู้บริโภคทั่วประเทศ  รวมทั้งนโยบายด้านพลังงานที่ผิดพลาดและไม่มีการทบทวนจนราคา ก๊าซเอ็นจีวี แอลพีจี และ น้ำมันดีเซล สูงขึ้นกระทบต่อต้นทุนการผลิตทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นเป็นภาระต่อประชาชนอย่างมาก เพราะ 55 % ของค่าใช้จ่ายประชาชนเป็นค่าอาหาร และค่าเดินทาง อีกทั้ง​การประกาศควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ

นายอภิรักษ์​ กล่าวว่า ทางครม.เงาพรรคแระชาธิปัตย์ ​ยังเป็นห่วงการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท 7 จังหวัดและ 40 % ในจังหวัดอื่น ​เป็นการปรับค่าแรงแบบก้าวกระโดดทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวไม่ทันและได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มแอลจนปิดตัวนับแสนราย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการพิเศษในการช่วยเหลือด้วย เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ได้ประโยขน์จากมาตรการลดภาษีนิติบุคคลธรรมดาจาก 30 % เป็น 23 %  อีกทั้งแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคนก็ไม่ได้ประโยชน์จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลชุดนี้

ปชป.อัดรัฐแก้น้ำท่วมอืด

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม. ในฐานะ โฆษกครม.เงาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าที่ประชุมได้พิจารณาการเบิกจ่ายงบกลาง 1.2 แสนล้าน พบว่ารัฐบาลยังบริหารแบบปกติในการจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้เป็นการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยพบว่าตัวเลขการเบิกจ่ายในกระทรวงหลัก เช่น เกษตร คมนาคม และมหาดไทย ยังมีการเบิกจ่ายไม่ถึง 5 %

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการติดตามตรวจสอบที่ไม่สามารถทำได้ ต่างจากเมื่อครั้งรัฐบาลที่แล้ว กรณีงบไทยเข้มแข็ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ติดตามผ่านเวปไซต์ได้ว่าแต่ละโครงการอยู่ในขั้นตอนใด แต่ในส่วนการดำเนินการของรัฐบาลนี้กลับยังไม่เห็น​การดำเนินการใดๆ ที่สามารถเปิดให้ตรวจสอบได้​