กมธ.ปรองดองปชป.ลาออกยกคณะ

วันที่ 27 มี.ค. 2555 เวลา 15:40 น.
กมธ.ปรองดองปชป.ลาออกยกคณะ
9 สส.ปชป. ดักรอ สนธิ ขอลาออกกมธ.ปรองดอง หลังหลบไม่ยอมมารับหนังสือ ด้าน “นิพิฎฐ์” แฉแผนรวบรัดออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ขอ สว.โนโหวต

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ นำ 9 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นคณะกรรมาธิการปรองดอง ต่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกรรมาธิการ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการเร่งรัดนำผลสรุปแนวทางการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา และหวังว่าสมาชิกวุฒิสภาจะไม่เห็นชอบนำเรื่องดังกล่าวบรรจุเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ด้าน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า การลาออกของ กมธ.ปรองดอง ซีกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่กระทบต่อการทำงานของ กมธ.ชุดนี้ และจากที่มีการพูดคุยในห้องประชุม กมธ.ชุดนี้ ทุกอย่างจบและเสร็จสิ้นหน้าที่แล้ว จากนั้น เราจะเสนอทุกอย่างไปตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงการพิจารณาของรัฐสภาเพื่อรับเข้าสู่วาระการพิจารณา และคิดว่าทุกอย่างสมบูรณ์หมดแล้ว  โดยอายุของ กมธ.ชุดนี้ก็จะหมดสิ้นวาระในกลางเดือน เม.ย.ตามที่ได้ขอขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การลาออกของ กมธ.ปรองดอง ซีกพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดบรรยากาศของความไม่ปรองดองหรือไม่ พล.อ.สนธิ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และเดินหนีกลุ่มผู้สื่อข่าว  เมื่อถามย้ำเหตุผลของการไม่เรียกประชุมเพื่อทบทวน ทั้งที่มีการท้วงติองขอให้ทบทวนรายงานให้สมบูรณ์ พล.อ.สนธิ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า  ที่ผ่านมาเราได้พูดในที่ประชุมว่า ทุกอย่างเสร็จสิ้นหมดแล้ว พร้อมเดินหนี้กลุ่มผู้สื่อข่าว เข้าห้องประชุมรัฐสภาทันที

นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า พล.อ.สนธิพยามหลบเลี่ยงการรับหนังสือจากเราและพยายามไม่ให้คำตอบสื่อมวลชน เห็นได้จากครั้งแรกที่นัดกันว่าจะยื่นหนังสือที่ห้องรับรองด้านล่าง แต่แจ้งเปลี่ยนให้ไปยื่นที่ห้องกาแฟ ชั้น 2 ซึ่งสื่อมวลชนไม่สามารถเข้าไปทำข่าวได้ ตนจึงโทรศัพท์ไปปฏิเสธสุดท้ายพล.อ.สนธิได้ยอมมารับหนังสือที่หน้าห้องอาหารชั้น 2 ตรงประตูทางเข้าห้องประชุมสภาฯ ส่วนเหตุที่พล.อ.สนธิ ไม่เรียกประชุมเพื่อทบทวนรายงาน เพราะมีเจตนาที่จะใส่ข้อมูลผิดๆ ไว้ในตัวรายงานของกรรมาธิการ โดยเฉพาะที่อ้างถึงคำพิพากษาของศาลฎีกา ปี 2536 เพี่อเชื่อมโยงว่าคดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ทั้งที่สองเรื่องไม่เกี่ยวข้องกันเลย อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาทบทวนและลงมติไม่อนุญาตให้นำรายงานดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัตินี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในบ้านเมือง

ขณะที่ นายองอาจ กล่าวว่า การลาออกจากกรรมาธิการปรองดองของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดอง เพราะที่ผ่านมาให้ความร่วมมืออย่างดีแต่เห็นว่ารายงานของกรรมาธิการบางส่วนมีเนื้อหาจะทำให้เกิดความขัดแย้งและยังต่อความเห็นของสถาบันพระปกเกล้าที่เสนอว่าไม่ควรใช้เสียงข้างมาก แต่ละฝ่ายควรพูดคุยให้เกิดบรรยากาศความปรองดองก่อนเสนอเข้าสู่สภา แต่รัฐบาลกำลังจะใช้เสียงข้างมากในการรับรองรายงานของกรรมาธิการเพื่อนำไปสู่การออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรม เรื่องนี้หากดึงดันต่อไปจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองจึงขอให้รัฐบาลทบทวน อย่าใจร้อนเพราะการปรองดองใจร้อนไม่ได้ อย่าเอาแต่เรื่องที่ตัวเองถูกใจต้องยึดหลักความถูกต้อง