รายงานพิเศษ : พลิกแฟ้มทนายชินวัตร "ช่ำชอง-เชี่ยวชาญ-โชกโชน"

วันที่ 25 ก.พ. 2553 เวลา 17:02 น.
กระบวนการในการจัดทัพทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการรัฐประหารและถูกตรวจสอบในคดีต่างๆโดย คตส. ต้องบอกว่ามีใช้ทรัพยากรในส่วนนี้อย่างมหาศาล

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

หากจะบอกถึงกระบวนการในการจัดทัพทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการรัฐประหารและถูกตรวจสอบในคดีต่างๆโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ต้องบอกว่ามีใช้ทรัพยากรในส่วนนี้อย่างมหาศาล

ทั้งนี้มีการแบ่งทนายความออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนทำหน้าที่เป็นทนายความกึ่งโฆษก อย่าง นายนพดล ปัทมะ นายประเกียรติ นาสิมมา นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล แต่ในส่วนนี้ปัจจุบันไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก ขณะที่ ส่วนทำหน้าที่เป็นหมอความ โดยชื่อเป็นที่รู้จักก็มี นายพิชิต ชื่นบาน นายวีรภัทร ศรีไชยา เป็นต้น ซึ่งยังคงมีบทบาทอย่างมากและถือเป็นหัวใจของพ.ต.ท.ทักษิณในปัจจุบัน

แต่สำหรับการต่อสู้ในคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านบาท ที่กินเวลามานานกว่า 1ปี และกำลังจะได้บทสรุปในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ต้องบอกว่าที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณได้ทำการการสู้ทุกประตูโต้ทุกประเด็น รวมทั้งมีการจัดทีมทนายความเพื่อต่อสู้คดีดังกล่าวเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ทีมทนายความสำหรับการต่อสู้คดีนี้แบ่งได้หลักๆเป็น 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย 1.ทีมทนายความของพานทองแท้ และ พิณทองทา ชินวัตร 2.ทีมทนายความคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ 3.ทีมทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ โดยแต่ละทีมจะมีหัวหน้าทีมและทีมงานประกอบกันในแต่ละส่วนมีหน้าที่ในการต่อสู้ตามอรรถคดีของแต่ละบุคคล

สมพร พงษ์สุวรรณ กับพานทองแท้ ชินวัตร

เริ่มที่นายกิตติพร อรุณรัตน์ หัวหน้าทีมทนายความของพานทองแท้และพิณทองทา ชื่อนี้ในวงการทนายความเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมานานกว่า 26 และมีความเชี่ยวชาญคดีความทางเศรษฐกิจเป็นพิเศษ ส่วนประสบการณ์การทำงานผ่านการว่าความในคดีต่างๆมากมาย แต่ที่น่าสนใจ คือ ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากราชวงศ์ประเทศซาอุดีอาระเบียให้เป็นผู้รับมอบเพชรจากทางการไทยด้วย

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอเค แอนด์ เอ ที่ปรึกษากฎหมาย จำกัด จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 19 ร่วมรุ่นกับ เกษม รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ว.สุรินทร์ ที่เคยประกาศกลางที่ประชุมวุฒิสภารัฐบาลทักษิณดีแบบไร้ที่ติ

มา นายสมพร พงษ์สุวรรณ หัวหน้าทีมทนายความของคุณหญิงพจมาน เจ้าของบริษัทสมพร แอนด์ แอสโซซิเอททส์ ถือว่าเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอรรถคดีต่อสื่อมวลชนมากเท่าใดนัก แต่สำหรับทนายความคนนี้แล้วแม้จะเป็นLow Profile แต่ Hi Profit เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นคนได้รับความไว้วางใจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ดูแลคดีความในเรื่องหมิ่นประมาทมาโดยตลอด

คดีที่เป็นที่รู้จักกันดีน่าจะเป็นการฟ้องร้อง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูป(คปส.)จากกรณีให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาทบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้ยกฟ้องในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้ เนื่องจากมีกรณีที่คตส.ได้มีคำสั่งอายัดเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่นายพานทองแท้ได้โอนเข้าบัญชีบริษัท สมพร แอนด์ แอสโซซิเอททส์ จำกัด โดยการชี้แจงทรัพย์สินก้อนนี้ต่อคตส.ได้รับการยืนยันว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีความของครอบครัวชินวัตร ไม่ใข่เป็นเงินที่ครอบครัวชินวัตรโอนเข้ามาเพื่อกระทำความผิดแต่อย่างใด ทำให้นับจากนั้นเป็นต้นมาชขื่อทนายความรายนี้เป็นที่ติดหูมากขึ้น

ปิดท้ายด้วย นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ หัวหน้าทีมทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณในคดีนี้ จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2518 นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2524 และเนติบัณฑิตไทย

ฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์

ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ บริษัท สำนักกฎหมายนิติพีรฉัตร จำกัด เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 แม้จะเป็นสำนักกฎหมายที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ได้ไม่ถึง 10 ปี แต่สำหรับตัวของนายฉัตรทิพย์นับได้ว่าไม่ได้เป็นสองรองใครในวงการหมอความแน่นอน

ส่วนตัวมีชั่วโมงบินในวิชาชีพกฎหมายมากว่า 30 ปี ประสบการณ์การทำงานที่สำคัญมีอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมายกองมรดก ศรีวิกรม์  กองมรดกหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร กองมรดกสนิทวงศ์ เป็นต้น รวมทั้งเป็นทนายความหัวหน้า ฝ่ายคดี และกรรมการบริษัท สำนักกฎหมาย ดร. อุกฤษ มงคลนาวิน จำกัด (อดีตประธานรัฐสภา) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 - 2544

นอกจากนี้ ยังส่วนในการทำงานทางวิชาการด้านกฎหมายด้วยอย่างการป็นผู้บรรยายพิเศษวิชากฎหมายหุ้นส่วนบริษัท มหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์ วิทยากรรับเชิญบรรยายวิชาว่าความที่สภาทนายความ อดีตอนุกรรมการสอบใบอนุญาตว่าความของสภาทนายความ และอดีตกรรมการจัดทำหนังสือ "ปัญหากฎหมายสำหรับประชาชน"

จากขุนพลกฎหมายประจำครอบครัวชินวัตรแล้วนับว่าแต่ละคนไม่ธรรมดาแต่ละรายผ่านสนามรบทางกฎหมายมาทุกรูปแบบ แต่สุดท้ายแล้วผลของคดีนี้น่าจะเป็นอย่างไรคงต้องรอฟังคำพิพากษาหยุดประเทศไทยในวันที่ 26 ก.พ.จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง