เฉลิม ปัดจัดฉากตั้งกระทู้พาดพิงภูมิใจไทย

วันที่ 25 พ.ย. 2554 เวลา 12:23 น.
เฉลิม ปัดจัดฉากตั้งกระทู้พาดพิงภูมิใจไทย
เฉลิม ยัน ไม่ได้จัดฉากตั้งกระทู้พาดพิงภูมิใจไทย ชี้ คดีปลัดพันล้านเกี่ยวปมทุจริตแน่นอน เชิญ โสภณฟ้องตามสบาย พร้อมฟ้องกลับหากถูกฟ้องเท็จ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวตอบโต้นายโสภณ ซารัมย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตรมว.คมนาคมเกี่ยวกับคดีปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่พบมีเงินสด 17.8 ล้านบาทว่า การตอบกระทู้สดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ไม่ใช่เป็นการเล่นละครเพื่อกลบประเด็นทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ หรือ น้ำท่วม  แต่ประเด็นที่ชี้แจงไปมีข้อเท็จจริงว่าทำเป็นกระบวนการ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คนในต้องรู้ ไม่คนขับรถ, คนที่นำเงินมาให้ หรือก็คนแบกเงินเข้าบ้าน โดยไม่ได้นำมาจากสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีแหล่งข่าวเชื่อถือได้นำข้อมูลมาบอกให้ทราบ นำภาพในกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมาให้ 

“เรื่องปล้นบ้านปลัด ผมยืนยัน ล้านเปอร์เซ็นต์ว่ามีเรื่องทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ผมไม่บอกนะว่ามีนักการเมืองคนใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ไม่ใช่ว่ากลับถูกฟ้อง ประเด็นนี้ผมย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า เกิดจากรถไฟฟ้าสายบางซื่อ-บางใหญ่ ที่ตอนแรกจะกู้เงินภายในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 2,000 ล้านบาท แต่ภายหลังปรากฎว่า ไปกู้เงินจากไจก้าแทน ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวนั้นไม่ต้องเสีย แล้วพวกอุบาทว์ก็เอาเงินดังกล่าวไปให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เป็นพรรคพวก เพื่อความชัดเจน ผมเตรียมมาฉายหนังซ้ำอีกไม่เกิน 2-3 อาทิตย์นี้ รับรองสะเทือน  ทั้งนี้ผมไม่จำเป็นต้องเล่นละคร เพราะอายุเยอะแล้ว หากเป็นสมัยอายุ 25 ปีก็ว่าไปอย่าง เพราะยังหล่อเฟี้ยว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว   ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนการที่นายโสภณจะฟ้องกับก็ทำได้เต็มที่แต่อยากรู้ว่าจะฟ้องในข้อหาอะไรเพราะไม่ได้เอ่ยชื่อนายโสภณแม้แต่คำเดียวในการอภิปรายในสภาฯ แต่ระวังไว้อย่าฟ้องเท็จเพราะจะโดนฟ้องกลับแน่นอน และขอยืนยันไม่ได้ใช้อำนาจรองนายกฯในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปแทรกแซงคดีดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้บ้าอำนาจ หรือ ทำตัวเกเรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นบ้าน แม้จะมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทราบว่ามีนักการเมืองที่ยากจนที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากสามารถจับกุมนายโก้หัวหน้ากลุ่มได้จะทำให้คดีมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอมอบตัว ซึ่งขณะนี้ได้ให้ตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางไปประเทศลาวแล้ว  อย่างไรก็ตามอาชญากรรมที่สมบูรณ์ มักทิ้งร่องรอยและหลักฐานไว้มากที่สุด อยู่ที่ตำรวจว่าจะมีความเชี่ยวชาญหรือไม่ เรื่องนี้ในทางพฤตินัยรู้แล้วว่าโยงถึงนักการเมือง เขาถึงเต้นเป็นเจ้าเข้า

"หากผมไม่กลัวที่ถูกสื่อด่า จะส่งตำรวจไปค้นบ้าน 3-4 หลังข้างๆ เชื่อว่าจะได้อีกหลายพัน เพราะกระทรวงคมนาคม เป็นกระทรวงทองฝังเพชร คนขี้โกงจะหาเงินได้เยอะ อย่าไปบอกใครนะ ว่าผมรู้จักคุณโสภณ มาตั้งแต่ปี 2531 ตอนนั้นผมเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ส่วนนายโสภณ เป็นครูประชาบาล อ.ลำปลายมาศ หากเจอหน้าจะหยิกแก้มสักที” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว