ขรก.มหาดไทยร่อนใบปลิวแฉการเมืองล้วงลูกโครงการคอมพ์ฉาว

วันที่ 22 ก.พ. 2553 เวลา 17:16 น.
สิงห์มหาดไทยสุดทนร่อนเอกสาร 9 หน้าแฉฝ่ายการเมืองล้วงลูก โครงการคอมพิวเตอร์ระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียน

เมื่อเวลา 10.00   น. ที่ตึก กสท. เขตบางรัก   บริษัท คอนโทรล  ดาต้า  (ประเทศไทย)จำกัด  ได้มีการแถลงข่าวกรณีการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่  ที่มีการระบุการประกวดราคาส่อไปทางทุจริต  โดยมี นายทวีศักดิ์ นิลวัชระมณี  ผู้จัดการฝ่ายขาย เป็นผู้ชี้แจง โดยระบุว่า อุปกรณ์ต่างๆของบริษัทมีความทันสมัยได้มาตรฐานและเป็นไปตามความต้องการของกรมการปกครอง กระทวงมหาดไทย  ทุกประการ  โดยการแถลงข่าวครั้งนี้มีเพียงการฉายสไลด์เพื่อแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ  ในการจัดทำระบบทะเบียนเท่านั้น  ทั้งนี้ไม่คณะกรรมการประกวดราคาจากกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด

มีเพียงแต่นายวิเชียร  ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการส่วนการบริหารและพัฒนาเทคโนโลยี  ในฐานะประธานกรรมการกำหนขอบเขตงาน (TOR) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้าราชการ 14 คน ที่ถูกฝ่ายการเมืองร้องขอให้โยกย้ายไปช่วยราชาการที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เมื่อวันที่ 18  ม.ค.ที่ผ่านมา  แต่ล่าสุด นายวงศ์ศักดิ์  สวัสดิพานิชย์  อธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามให้ทั้ง 14 คน กลับมาทำหน้าที่ราชการเดิมซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 22  ก.พ. เป็นต้นไป  เข้าร่วมสังเกตการแถลงข่าวของบริษัทคอนโทรล ดาต้าฯ ด้วยเท่านั้น

นายวิเชียร  กล่าวภายหลังการแถลงข่าวว่า  อุปกรณ์ต่างๆที่บริษัทนำเสนอถือว่าคุณสมบัติผ่าน  แต่กรมการปกครองไม่ต้องการซื้อฮาร์ดแวร์ แต่ต้องการเช่าระบบการบริการตามที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ อาทิเช่น การให้รองรับการเชื่อมต่อข้อมูล  5 หมื่นจอภายใน 1 วินาที  และต้องการให้สร้างฐานข้อมูลให้ใหม่ การเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ   ที่ทำงานได้เลยซึ่งการที่กรมการปกครองจะมั่นใจได้ต้องผ่านการทดสอบ โดย บริษัทต้องรับในจุดนี้ และต้องสาธิตให้กรมการปกครองดูทั้งเรื่องประสิทธิภาพ เรื่องการเขียนโปรแกรม  การถ่ายโอนข้อมูลจากเก่าไปใหม่   โดยต้องการมีการทดสอบ   แต่ปรากฎว่าที่ผ่านมาการทดสอบของ บริษัท คอนโทรล ดาต้าฯที่ผ่านมาไม่สมบูรณ์  เพราะคณะกรรมการทีโออาร์ซึ่งเป็นผู้ออกโจทย์ทดสอบถูกคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ต่างจังหวัด  จึงไม่มีใครออกโจทย์  ดังนั้น กระบวนการทดสอบที่มีการดำเนินการไป   คณะกรรมการทีโออาร์ได้ทำหนังสือแจ้งอธิบดีกรมการปกครองแล้วว่าไม่สามารถรับผลการทดสอบได้ เพราะไม่ได้ทำตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ ทำให้คณะกรรมการไม่มั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพว่าจะเป็นไปตามที่ทีโออาร์กำหนดหรือไม่        ข้ออ้างที่ระบุว่ายบริษัท คอนโทรล ดาต้า ฯบอกว่าจะไม่มีการคิดค่าบำรุงรักษา เป็นการพูดปากเปล่า เชื่อถือไม่ได้ เพราะไม่มีสัญญา   แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะกรมการปกครองมีการบำรุงรักษาเองอยู่แล้ว 

“เราไม่เคยไม่มั่นใจบริษัทคอนโทรล ดาต้าฯ เพราะ เราทำงานกันมานาน  แต่กติกาต้องเป็นกติกา  จะมาผ่อนผันให้ลูกใครเข้าโรงเรียนไม่ได้  ไม่ว่าจะเข้าจุฬาลงกรณ์  มหาวิทยาลัย หรือเตรียมอุดมศึกษา ก็ต้องสอบทั้งนั้น และผมก็เชื่อว่าทางบริษัทก็พร้อมที่จะสอบ แต่โดยกระบวนการมันไม่มีข้อสอบ  ก็เลยทำข้อสอบเองแล้วก็สอบ  ทั้งที่มันน่าจะมีอะไรที่สง่างามมากว่านี้  เพื่อไม่ให้เป็นข้อกังขาของใคร  ผมพูดในนามประธานคณะกรรมการทีโออาร์ที่เป็นผู้ออกแบบระบบนี้และต้องเป็นผู้ใช้ระบบนี้ต่อไป ทางคณะทีโออาร์ไม่สบายใจ เพราะบริษัทดังกล่าวเหมือนไม่ได้สอบเอ็นทรานซ์เข้ามา  เพราะถ้าพลาดแล้วจะเสียหายมาก อยากให้บริษัทคอนโทรล ดาตาฯ ทำตามทีโออาร์ไม่ว่าจะเขียนอย่างไร ก็ควรทำตามนั้นยกเว้นว่าจะมีการหลีกเลี่ยง  การที่ออกมาแบบนี้ถามว่าผมกลัวมั้ย ผมตอบได้ว่าผมเป็นข้าราชการทำงานให้ราชการ”    ” นายวิเชียรกล่าว

ทั้งนี้ก่อนการแถลงข่าว ได้มีการแจกเอกสารเรื่อง “ การชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในการประกวดราคาโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่”  จำนวน 9 หน้า  โดย เอกสารดังกล่าวมีการลำดับเหตุการณ์และ สรุปสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในการประกวดราคาว่ามีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองในหลายกรณี   แต่ได้มีการป้ายหมึกดำลบชื่อนักการเมืองที่เป็นคนสั่งการออก ทั้งเรื่องการทำทีโออาร์ เรื่องการประกวดราคา รวมถึงการทดสอบด้านเทคนิค  ที่ไม่เป็นไปตามทีโออาร์  ซึ่งฝ่ายราชการประจำเห็นว่าอาจจะส่งผลเสียหายร้ายแรงรต่อการให้บริการประชาชนในอนาคตได้

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว ได้มีการแถลงข่าวอีกครั้งในเวลา 14.30  น. โดยยืนยันว่า  บริษัททำทีโอผ่าน และระบุว่า ขีดความสามารถเป็นสเปคที่โออาร์กำหนดไว้

รายละเอียดของเอกสารที่มีการเผยแพร่มีดังนี้

การชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในการประกวดราคาโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่

สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการประกวดราคา

1.มีการร้องเรียนจากบริษัทผู้ซื้อแบบประกวดราคา ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการประกวดราคาหลายประการ   เช่น

- ระยะเวลาที่คณะกรรมการประกวดราคากำหนดให้ผู้ซื้อแบบดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เช่น การยื่นเอกสารการประกวดราคา การทดสอบทางเทคนิค เป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่มีรายละเอียดที่ต้องเตรียมการเป็นจำนวนมาก

- คณะกรรมการประกวคราคาได้มีการเพิ่มเติมรายละเอียดทางเทคนิค “มีระบบอิเล็กทรอนิคควบคุมกล่องใส่บัตรที่เครื่องผลิตบัตรเพื่อความปลอดภัยเป็นประโยชน์ของทางราชการ” เป็นการเปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมคุณลักษณะทางเทคนิคซึ่งเป็นสาระสำคัญในขั้นตอนการร่าง TOR ทำให้เครื่องของบางบริษัทได้รับประโยชน์ โดยที่เครื่องของอีกหลายบริษัทอาจไม่อยู่ในข่ายคุณลักษณะนี้

2.มีการแทรกแทรงกระบวนการประกวดราคาจากฝ่ายการเมือง และมอบหมายให้....เป็นผู้ควบคุมกระบวนการประกวดราคาตามโครงการฯ  โดยมีรายละเอียดดังนี้

- 17ธันวาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคา โดยมีจำนวน 7 คน โดยมี นายจักรี ชื่นอุระ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ระดับเชี่ยวชาญ สำนักบริหารการทะเบียน เป็นประธานกรรมการ  และได้แต่งตั้งคณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิค จำนวน 8 ราย โดยมี  นายชวลิต ควรพันธุ์ เป็นประธานกรรมการ  และข้าราชการฝ่ายเทคนิคคอมพิวเตอร์ (นักวิชาการคอมพิวเตอร์) ของสำนักบริหารการทะเบียนเป็นกรรมการ

คณะกรรมการประกวดราคาที่มีนายจักรี ชื่นอุระ เป็นประธานกรรมการ ได้ทำบันทึกลงวันที่ 21 ธันวาคม ๒๕๕๒ แจ้งกำหนดขอบเขตการดำเนินงานโครงการฯ ต่ออธิบดีกรมการปกครอง  ว่าจะต้องใช้เวลานับตั้งแต่วันประชุมชี้แจง ตอบข้อซักถามผู้จะยื่นเสนอราคา จนถึงการสรุปผลการประกวดราคาตั้งแต่ 23 ธันวาคม 2552 – 9 มีนาคม 2553 รวมระยะเวลาดำเนินการ 76 วัน ทั้งนี้ได้กำหนดช่วงเวลาในการทดสอบระบบ สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น เป็นเวลา 42 วัน  เพื่อให้ผู้ยื่นเสนอราคามีเวลาเตรียมตัวในการทดสอบระบบ (Benchmark) โดยจะมอบข้อมูลสำหรับใช้ในการทดสอบในวันประกาศผลผู้ผ่านข้อเสนอทางเทคนิค ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตงาน (TOR) ในภาคผนวกที่ 13 ข้อ 6.2

ฝ่ายการเมืองในกระทรวงมหาดไทย ไม่เห็นชอบในแผนดังกล่าว เพราะต้องการให้แล้วเสร็จและมีการลงนามในสัญญาภายใน กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งคณะกรรมการประกวดราคาไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามความต้องการของฝ่ายการเมือง เนื่องจากต้องนำความเห็นของคณะกรรมการจัดระบบคอมพิวเตอร์ภาครัฐ ที่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน

- 30ธันวาคม 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคาชุดที่ 2 จำนวน 7 คน โดยมี โดยมีนายอวยชัย อินทร์นาค ผู้อำนวยสำนักบริหารการทะเบียน เป็นประธานกรรมการ  ตามข้อเสนอแนะของฝ่ายการเมือง

- 7 มกราคม 2553 คณะกรรมการประกวดราคาชุดที่ 2 ได้เชิญผู้ซื้อแบบจำนวน 7 ราย เข้ารับฟังคำชี้แจงและตอบข้อซักถามผู้ที่จะยื่นเสนอแบบ ณ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง  โดยในระหว่างการชี้แจง นายปรีดา บุญประคอง  กรรมการประกวดราคา ได้แจ้งในที่ประชุมว่า  คณะกรรมการประกวดราคามีความต้องการเพิ่มคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวประชาชน ดังนี้  “มีระบบอิเล็กทรอนิคควบคุมกล่องใส่บัตรที่เครื่องผลิตบัตรเพื่อความปลอดภัยเป็นประโยชน์ของทางราชการ”

ซึ่งมิได้เป็นคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวประชาชน  ที่ระบุไว้ในขอบเขตงานตามภาคผนวกที่ 4 ข้อ 2.8 ของขอบเขตงาน (TOR)  และในที่ประชุมผู้เข้ารับฟังคำชี้แจงหลายราย  รวมทั้งบริษัท คอนโทรลดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ท็อปปังฟอร์ม จำกัด ได้แสดงความไม่เห็นด้วยในการเพิ่มคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องพิมพ์บัตรตามที่กรรมการแจ้ง

สาเหตุที่นายปรีดา บุญประคอง กรรมการประกวดราคา  แจ้งในที่ประชุมเนื่องจากได้รับคำสั่งจาก……………………………..ผู้ควบคุมโครงการฯให้เพิ่มเติมคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวประชาชน  เพราะฝ่ายการเมืองต้องการผลักดันให้มีการใช้เครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เข้าประกวดราคารายหนึ่งที่มีคุณลักษณะตรงตามข้อกำหนดที่เพิ่มเติมขึ้นมา  ซึ่งเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นเสนอราคารายอื่นไม่มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามข้อกำหนดดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุที่มีการร้องเรียนไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

-  18 มกราคม 2553 ทางราชการได้ถูกฝ่ายการเมืองร้องขอให้โยกย้ายข้าราชการฝ่ายเทคนิคคอมพิวเตอร์ (นักวิชาการคอมพิวเตอร์) จำนวน 14 ราย ไปช่วยราชการในจังหวัดต่างๆ และ ศอ.บต. โดยข้าราชการที่ถูกไปช่วยราชการเป็นทั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน จำนวน 3 ราย รวมทั้งประธานกรรมการกำหนดขอบเขตงาน และคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิค จำนวน 5 ราย รวมทั้งประธานกรรมการทดสอบด้านเทคนิค

-  20 มกราคม 2553 ได้มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิคชุดใหม่ จำนวน 6 ราย โดยมีนายประวีณ แจ่มศักดิ์ เจ้าพนักงานปกครอง ชำนาญการพิเศษ เป็นประธานกรรมการ ตามข้อเสนอของ ……………………………………………..ผู้ควบคุมโครงการฯ

-   28 มกราคม 2553 ประธานกรรมการประกวดราคา  มีหนังสือแจ้งผู้เสนอราคาที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น มาจับฉลากเพื่อทำการทดสอบระบบ (Benchmark)ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 และกำหนดทำการทดสอบระบบ (Benchmark) ในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2553

ซึ่งการกำหนดวันจับฉลากในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 และวันทดสอบระบบ ในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งมีระยะเวลาเตรียมการหลังจากได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการทดสอบที่กรมการปกครอจะมอบให้เพียง 1 วันเท่านั้น แตกต่างจากการกำหนดขอบเขตงานของคณะกรรมการประกวดราคาชุดที่มีนายจักรี ชื่นอุระ เป็นประธานกรรมการ ซึ่งกรรมการชุดดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาเตรียมการหลังจากได้ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบเป็นเวลา 42 วัน โดยในข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ในภาคผนวก 13 ข้อ 6.2  

- 1 กุมภาพันธ์ 2553 ได้มีคำสั่งย้าย นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียนไปดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดบุรีรัมย์  และแต่งตั้งนายพิภาพ ดำทองสุข ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน  พร้อมทั้งแต่งตั้งนายพิภพ ดำทองสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียนคนใหม่ เป็นประธานกรรมการประกวดราคาชุดที่ 3 ตามข้อเสนอของผู้ควบคุมโครงการฯ

- 2 กุมภาพันธ์ 2553 คณะกรรมการประกวดราคาชุดที่ 3 ได้ประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิค จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท คอนโทรลดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยอีควิพเม็นต์ รีเสิร์ช จำกัด และได้กำหนดวันทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ในวันที่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ 2553 พร้อมทั้งได้ส่งมอบ Hard Disk สำหรับบรรจุข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบของทั้ง 2 บริษัทที่ได้ให้ไว้ในวันชี้แจงและตอบข้อซักถามผู้ที่จะยื่นเสนอแบบ (วันที่ 7 มกราคม 2553)

- 2 กุมภาพันธ์ 2553 บริษัท คอนโทรล ด้าต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีหนังสือแจ้งประธานกรรมการประกวดราคา แจ้งว่า Harddisk ที่ได้รับมอบคืน จากรรมการประกวดราคาในวันประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิค (2 กุมภาพันธ์ 2553) ไม่มีข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบด้านเทคนิค (Benchmark) บรรจุอยู่ จึงขอส่ง Harddisk กลับมาเพื่อบรรจุข้อมูลให้ใหม่ เพื่อให้ทันเวลาการทดสอบ

- 2 กุมภาพันธ์ 2553 นายประวีณ แจ่มศักดิ์ ประธานคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิค ได้มีหนังสือแจ้งบริษัทผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคทั้ง 2 ราย  ว่าได้รับแจ้งจากนายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียนในฐานะประธานกรรมการกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ว่าระบบคอมพิวเตอร์ COS จำลองยังจัดทำไม่แล้วเสร็จจึงไม่สามารถให้ข้อมูลในขณะนี้ได้ และขอให้บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอนำข้อมูลตัวอย่างสำหรับใช้ทดลองโปรแกรมในแผ่น CD-ROM ที่ได้รับในวันฟังคำชี้แจงฯ พร้อมทั้งขยายจำนวนข้อมูลด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์และจัดเครื่องคอมพิวเตอร์ SERVER เพื่อใช้ประกอบทำการทดสอบแทนเครื่อง COS จำลองที่คณะทำงานทดสอบด้านเทคนิคไม่ได้รับมา

- 3 กุมภาพันธ์ 2553 คณะทำงานทดสอบด้านเทคนิค  ดำเนินการทดสอบด้านเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ (Benchmark) ระบบคอมพิวเตอร์  ของ บริษัท ไทยอีควิพเม็นต์ รีเสิร์ช จำกัด ผลปรากฏว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ (เกิน 80 คะแนนของ 200 คะแนน) โดยได้คะแนนการทดสอบ 180 คะแนน / ผ่านการทดสอบ

- 4 กุมภาพันธ์ 2553 คณะทำงานทดสอบด้านเทคนิค  ดำเนินการทดสอบด้านเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ (Benchmark) ระบบคอมพิวเตอร์  ของ บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด ผลปรากฏว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ (เกิน 80 คะแนนของ 200 คะแนน) โดยได้คะแนนการทดสอบ 190 คะแนน / ผ่านการทดสอบ

- 6 กุมภาพันธ์ 2553 คณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตงาน (TOR) ที่มี นายวิเชียร     ชิดชนกนารถ เป็นประธานกรรมการ  พร้อมด้วยกรรมการทั้ง 4 คน ได้ทำบันทึกถึงอธิบดีกรมการปกครอง โต้แย้งผลการทดสอบทางด้านเทคนิค (Benchmark) ของผู้ผ่านการทดสอบทั้ง 2 ราย ซึ่งทำการทดสอบในวันที่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ 2553 ว่าไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดในขอบเขตงาน  และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า บริษัทฯ ที่ผ่านการทดสอบสามารถดำเนินงานตามโครงการฯได้ และหากมีการลงนามในสัญญากับบริษัทรายได้รายหนึ่ง อาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อการให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่นทั่วประเทศรวมถึงกระทบกับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์กับกรมการปกครอง

คณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตงาน  โดยให้เหตุผลว่าระยะเวลาในการทดสอบหลังจากที่ได้ข้อมูลในวันประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคเพียง 1 วันไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ เพราะมีขั้นตอนการเตรียมการเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7 วัน และการที่คณะทำงานทดสอบด้านเทคนิคเปลี่ยนแปลงกระบวนการทดสอบด้านเทคนิค (Benchmark) โดยพลกาล เป็นการกระทำเกินอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิคและผลที่ได้รับจากการทดสอบ  ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบคอมพิวเตอร์และความรู้ความสามารถของบริษัทผู้ผ่านการทดสอบทั้ง 2 ราย เหมาะสมที่จะเป็นคู่สัญญากับกรมการปกครอง ในการดำเนินโครงการฯ

ทั้งนี้ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตงาน นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการประสานงานจากประธานคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิค แต่อย่างใด และการที่ประธานคณะทำงานทดสอบด้านเทคนิคกล่าวอ้างว่าได้รับแจ้งจาก    นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ว่ายังจัดทำเครื่อง COS จำลอง ไม่แล้วเสร็จจึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นการกล่าวอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการทดสอบ (Benchmark) ตามข้อกำหนดของขอบเขตงาน (TOR)

-  9 กุมภาพันธ์2553 เวลา 10.00 น. – 11.45 น. ได้มีการเสนอราคาด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ (E-Auction) ณ บริษัท สวนกุหลาบเซอรารี่ซีล จำกัด ผู้ให้บริการตลาดกลางอิเลคทรอนิกส์ ผลปรากฏว่า บริษัท ไทยอีควิพเม็นต์ รีเสิร์ช จำกัด เสนอราคา 3,480,000,000บาท และบริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด เสนอราคา 3,476,000,000 บาท

- 12 กุมภาพันธ์ 2553 คณะกรรมการประกวดราคาได้เสนอผลการประมูลเช่าระบบคอมพิวเตอรฯ ดังกล่าว โดยมีความเห็น ควรเช่าคอมพิวเตอร์ดังกล่าว จาก บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงิน3,475,000,000 บาท ซึ่ง  รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง เห็นชอบและลงนามในหนังสือถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  พิจารณาอนุมัติ

3. นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยชี้แจงข้อเท็จ

ในเรื่องดังกล่าว ตามหนังสือที่ นร 0405(ลน)/2069 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553

ผลที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ดำเนินการทดสอบทางเทคนิค (Benchmark) ตามที่กำหนดไว้ใน TOR

 หากกรมการปกครองลงนามในสัญญากับผู้ยื่นข้อเสนอรายใดโดยผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่ผ่านการทดสอบที่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน TOR อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินการโครงการฯดังนี้

โครงการจัดทำระบบการให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนแบบใหม่

1.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอสามารถจัดสร้างฐานข้อมูทะเบียนกลางทดแทนระบบฐานข้อมูลทะเบียนกลางที่กรมการปกครองใช้งานอยู่เดิม ตามโครงสร้างฐานข้อมูลและรายการข้อมูลที่กรมการปกครองกำหนด

2. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำเสนอสามารถรองรับการให้บริการแก่ผู้ใช้งานระบบฐานข้อมูลทะเบียนกลางได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 รายโดยมีอัตราการตอบสนองที่ 15,000 รายพร้อมกันในเวลาไม่เกิน 1 วินาทีโดยไม่นับรวมเวลาในส่วนของระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่นำเสนอสามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานฐานข้อมูลทะเบียนกลางที่เพิ่มขึ้นได้

3.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำเสนอสามารถรองรับการให้บริการ  การประมวลผลและจัดพิมพ์บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ  จำนวน 1,077 แห่ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอมีความสามารถในการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ระบบการให้บริการทางด้านการทะเบียนทั้งระบบให้ตรงตามความต้องการ

5.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอสามารถออกแบบและพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ โดยใช้สถาปัตยกรรมเชิงบริการ (Service Oriented Architecture : SOA) ได้ทันกำหนดเวลาการส่งมอบระบบให้แก่กรมการปกครอง  โดยจะต้องดำเนินการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ให้แล้วเสร็จในเวลาที่กำหนดการทดสอบ

6. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า  บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการจัดการฐานข้อมูลระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านระบบได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์  ทั้งระบบเดิมที่กรมการปกครองใช้งานอยู่และระบบงานใหม่ที่จะส่งมอบ ให้ทำงานคู่ขนานกัน (Parallel Run)  และมีข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนกลางของทั้ง 2 ระบบ ถูกต้องตรงกันตลอดเวลา (Synchronize) โดยไม่มีผลกระทบต่อการบริการประชาชน ณ สำนักทะเบียนและส่วนราชการอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทะเบียนกลางที่จำนวนกว่า 90 หน่วยงาน

โครงการการจัดทำระบบบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่

1.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอสามารถ จัดสร้างข้อมูลลักษณะลายนิ้วมือจากภาพลายนิ้วมือได้

2. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอสามารถสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลลักษณะลายนิ้วมือในเครื่องให้บริการเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือ (Fingerprint Matcher)  ที่มีขีดความสามารถในการตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว

3. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอมีความสามารถในการออกแบบวิเคราะห์และพัฒนาโปรแกรมให้ตรงตามความต้องการของระบบงานการให้บริการด้านบัตรประจำตัวประชาชน และสามารถทำงานร่วมกับระบบการให้บริการด้านการทะเบียนราษฎรในระบบเดิมได้เป็นอย่างดี โดยใช้สถาปัตยกรรมเชิงบริการ (Service Oriented Architecture : SOA) ได้ทันกำหนดเวลาการส่งมอบระบบให้แก่กรมการปกครอง 

4. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอได้นำเสนออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับปริมาณงานจำนวนมากได้

5.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอจะมีระบบการควบคุมการเบิกจ่ายบัตรที่มีประสิทธิภาพสามารถควบคุมบัตรที่อยู่ในระบบได้ทุกใบ

6. ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอมีความสามารถในการพัฒนาระบบการเปรียบเทียบลักษณะลายนิ้วมือเพื่อการยืนยันตัวบุคคล ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

7.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอมีระบบการตรวจสอบลักษณะลายนิ้วมือได้พร้อมๆ กัน 1,000 จอภาพในแบบของ การตรวจสอบแบบ 1:1 ที่จะต้องได้ผลตอบสนองอย่างรวดเร็ว และถูกต้อง

8.ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอมีระบบการตรวจสอบลักษณะลายนิ้วมือได้ในแบบของ การตรวจสอบแบบ 1:M ทั้งจากภาพที่เป็นแบบ Scanner และ ข้อมูลลักษณะลายนิ้วมือแบบ Live Thump และมีความถูกต้อง รวดเร็ว สามารถตอบสนองได้ภายเวลาที่ต้องการได้