ผบ.ทบ.ค้านพรก.ฉุกเฉินแนะดึงชุมชนร่วมแก้ปัญหา

วันที่ 02 พ.ย. 2554 เวลา 10:58 น.
ผบ.ทบ.ค้านพรก.ฉุกเฉินแนะดึงชุมชนร่วมแก้ปัญหา
ผบ.ทบ.  พร้อมหนุน กู้สนามบินดอนเมือง  ชี้ พรก.ฉุกเฉินไม่จำเป็น ควรเน้นสร้างความเข้มแข็งดึงชุมชน ร่วม แก้ไขปัญหาดีกว่า วอนชาวบ้านเห็นแก่ส่วนรวม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  กล่าวก่อนประชุมร่วมกับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารอากาศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการกู้สนามบินดอนเมือง ว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ ซึ่งกองทัพพร้อมที่จะสนับสนุนทุกเรื่อง โดยทหารเข้าไปทำคันดินทางด้านทิศเหนือ แต่ปริมาณน้ำไหลเข้ามาจำนวนมาก ถ้าน้ำลดลงก็มีโอกาสทำคันกั้นน้ำ และสูบน้ำออกทำให้ดอนเมืองดีขึ้นในอนาคต โดยเป็นถุงทรายขนาด 2.5 ตัน มาทำคันกั้นน้ำ ซึ่งรัฐบาลพยายามเตรียมการอยู่ เราพร้อมสนับสนุนทางด้านกำลังพล และทำแนวสกัดกั้นเพิ่มเติม ส่วนใช้เวลา 3 วันในการกู้ดอนเมืองนั้น เป็นเรื่องของทางเทคนิคและหลักการที่ประเมินเอาไว้ แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาว่ามีมากน้อยแค่ไหน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หน่วยราชการอื่นๆ ก็อยากทำหน้าที่ให้เต็มที่แต่ขีดความสามารถในการทำมีไม่พอเพียง เช่น ขาดยานพาหนะ เรือ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้  เหลือเฉพาะยุทโธปกรณ์ของทหารยานพาหนะที่มีความสูงสามารถวิ่งเข้าไปในพื้นที่ได้ ซึ่งกองทัพได้ให้นโยบายไปแล้ว เราไม่สามารถทำงานทุกงานต่อไปในอนาคตเพราะสถานการณ์มันมากขึ้น จึงให้ทหารทุกหน่วยเข้าไปบูรณาการกับทุกส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นการเมือง สก. สข. หรือ กทม. ที่ทำงานในพื้นที่ ช่วยแบ่งเป็นชุดย่อย ๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้อพยพ มิฉะนั้นจะทำให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง วันนี้ได้ทดลองทำในเขตทวีวัฒนา และ เขตสายไหม ส่วนจะสำเร็จแค่ไหนอย่างไร

"ประเด็นสำคัญคือจะต้องสร้างความเข้มแข็งกับทุกส่วนราชการ โดยให้ชุมนุมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ถ้าไม่ให้ชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะมีปัญหาตลอด เหมือนกับเขามองว่าส่วนหนึ่งเขาเสียส่วนหนึ่งเขาได้ แต่ถ้าจับทุกส่วนมาแก้ไขปัญหาในภาพรวมจะทำให้ลดภาระการกระทบกระทั่งได้มากขึ้นจะได้ไม่ต้องใช้กฎหมายอะไรมากมาย แต่ถ้าแก้ไขได้ก็น่าจะดี" ผบ.ทบ.กล่าว และเชื่อว่ากรุงเทพมหานครน่าจะกลับสู่ภาวะปกติภายในเดือนธันวาคม

ผบ.ทบ. กล่าวถึง การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า เป็นแค่การบังคับใช้กฎหมาย และอาจทำให้ประชาชนปะทะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมองว่าการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้คำนึงถึงส่วนรวมเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า