ศิษย์เก่ามธ.ฮือต้านสมคิด

วันที่ 05 ต.ค. 2554 เวลา 13:37 น.
ศิษย์เก่ามธ.ฮือต้านสมคิด
คณะศิษย์เก่ามธ. รวมพล ต้าน สมคิด ล่าชือ ยื่นจม.เปิดผนึกจี้ สภามหาวิทยาลัยตรวจสอบ -ภาพ:อภิชาติ จินากุล

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ลานประติมากรรมกำแพงประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มศิษย์เก่ามธ.จำนวนกว่า 50 คน อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดง นายมณฑล ชาติสุวรรณ ฉายาปลัดแรมโบ้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมธ.

นายสายัณห์ สุธรรมสมัย ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ 2511 ได้อ่านแถลงการณ์ของชาวธรรมศาสตร์ทุกรุ่นทุกวัยจากอดีตสู่ปัจจุบัน เรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยุติการสนับสนุนระบอบเผด็จการ โดยเห็นว่าหลายปีที่ผ่านมาไม่นานนี้ ชาวธรรมศาสตร์จากอดีตจนถึงปัจจุบันจำนวนมาก ต่างไม่พอใจกับการแสดงออกของผู้บริหารมหาวิทยาลัยยุคหลังนี้ ที่มีต่อสภาพสังคมการเมืองของประเทศ ตั้งแต่ยุคของ นายสุรพล นิติไกรพจน์ จนถึง นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีคนปัจจุบันบุคคลกลุ่มนี้ได้แสดงออกอย่างน่ารังเกียจต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ร่วมสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เช่น นายสุรพล นิติไกรพจน์ ออกรายการโทรทัศน์เร่งเร้าให้มีการรัฐประหาร ยินยอมให้ทหารนำกำลังเข้ามาตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าร่วมปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองบนถนนราชดำเนิน นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เข้าเป็นเลขานุการสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่พิสูจน์แล้วในวันนี้ว่าเป็นผลร้ายและเสียหายต่อสังคมไทยอย่างรุนแรง หรือการที่นายบรรเจิด สิงคะเนติ เข้าร่วมสนับสนุนกลุ่มเผด็จการอย่างเปิดเผยในกิจกรรมสนับสนุนการรัฐประหารมากมายหลายกิจกรรม

จนเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้น นั่นคือ การที่นายสมคิด บังอาจโพสต์ข้อความหมิ่นหยามผู้ประศาสน์การ นายปรีดี พนมยงค์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย และผู้นำการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาสู่ประเทศไทย ปูชนียบุคคลที่เคารพของชาวธรรมศาสตร์ทุกคน ว่าเป็นนักรัฐประหาร และเป็นกลุ่มเดียวกับสฤษดิ์ ถนอม ประภาส และสุจินดา ไม่ใช่ปัญหาแต่ประการใด ที่ชาวธรรมศาสตร์จะมีความเห็นแตกต่างทางการเมือง หรือเลือกข้างใดทางการเมืองในดินแดนแห่งประชาธิปไตยนี้ แต่การบังอาจกล่าวหาปูชนียบุคคลของธรรมศาสตร์ว่าเป็นนักรัฐประหาร เป็นสิ่งที่ชาวธรรมศาสตร์ที่อาจมีทัศนะทางการเมืองแตกต่างกันทุกคนยอมรับไม่ได้ รวมทั้งไม่มีทางที่จะให้อภัยกับผู้กล่าวถ้อยคำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ คือผู้สร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้กับประเทศ โดยเฉพาะเมื่อผู้บังอาจกล่าวถ้อยคำนั้น คืออธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำหรับชาวธรรมศาสตร์แล้ว นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ไม่มีคุณค่าพอที่จะเป็นอธิการบดีได้อีกต่อไปแล้ว เพราะปราศจากคุณธรรมสำคัญยิ่งของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ “ความกตัญญู”

ชาวธรรมศาสตร์หลายรุ่น หลายวัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้จะเข้าใจดีว่า ไม่อาจแทรกแซงการบริหารของมหาวิทยาลัยในด้านการบริหารได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราขอให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาข้อเรียกร้องนี้ และขอแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันว่า “จิตวิญญาณประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์ จักต้องได้รับการพิทักษ์รักษา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่มีสิทธินำมหาวิทยาลัย ไปสนับสนุนระบอบเผด็จการ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม”

จากนั้นนายมณฑลได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบและยุติพฤติกรรมสนับสนุนระบอบเผด็จการของ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีคนปัจจุบัน โดยเห็นว่า 1. ด้วยปรากฎหลักฐานอย่างชัดเจนในหลายโอกาสที่ผ่านมาว่า นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีผู้นี้ได้นำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าสนับสนุนการปฎิวัติรัฐประหารและการมีส่วนเกื้อกูลสนับสนุนในการปราบปรามสังหารประชาชน และยังเคยเป็นเลขานุการสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อันเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความแตกแยกให้กับประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากนี้ยังแสดงตนปกป้องการรัฐประหารในทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการนำพากลุ่มอาจารย์จำนวนหนึ่งให้ร่วมกันสนับสนุนเผด็จการ

2. นอกจากนี้ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ยังบังอาจแสดงออกโดยเปิดเผยหมิ่นหยามผู้ประศาสน์การและผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ว่ากระทำการในลักษณะเดียวกับการรัฐประหาร ทั้งที่ตนเองก็จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และควรเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ท่านผู้ก่อตั้งและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ยึดถือหลักการประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายสูงสุดมาโดยตลอด การเสนอข้อความดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นการเนรคุณต่อบรรพชนผู้ทรงคุณูปการของมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง เพราะท่านผู้ประศาสน์การนั้น คือเสาเอกและผู้ก่อตั้งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศไทยมาแต่เริ่มต้น

3. การกระทำของอธิการบดีผู้นี้นั้น ล้วนมุ่งเน้นในการใช้มหาวิทยาลัยรับใช้นักการเมืองเผด็จการตลอดเวลา แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดว่า เป็นผู้บิดเบือนและทรยศต่อหลักการสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นคือหลักการประชาธิปไตย และการปกครองโดยธรรมะและกฎหมาย สนับสนุนการรัฐประหาร และยังเข้าร่วมเป็นมือเท้าของกลุ่มเผด็จการที่ปล้นชิงประชาธิปไตยไปจากประชาชน จนได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งและผลประโยชน์ต่าง ๆ อันน่าจะรวมถึงตำแหน่งอธิการบดีธรรมศาสตร์ด้วย การทรยศต่อหลักการประชาธิปไตยเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ชาวธรรมศาสตร์ทุกรุ่นทุกวัยไม่อาจรับได้อย่างเด็ดขาด

พวกข้าพเจ้า ซึ่งเป็นศิษย์ธรรมศาสตร์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยจนถึงยุคปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาพฤติกรรมของนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ รวมทั้งขอให้ทบทวนและยุติพฤติกรรมเหล่านั้นในทันที และให้สภามหาวิทยาลัย ฯ ร่วมพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยว่า บุคคลผู้ที่ทำลายหลักการประชาธิปไตยของมหาวิทยาลัยอย่างรุนแรงเช่นนี้ สมควรจะได้รับโทษประการใด จึงเรียนมาเพื่อขอให้สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการพิจารณาโทษของอธิการบดีผู้นี้ตามแต่มหาวิทยาลัยจะเห็นสมควร โดยพวกข้าพเจ้าจะรอรับทราบผลการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป ทั้งนี้ในจดหมายเปิดผนึกได้แนบรายชื่อศิษย์เก่ามธ.จำนวน 21 คน

นายวีระกานต์กล่าวว่า กิจกรรมที่มีขึ้นมานี้ก็ไม่พ้นถูกล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง แต่เราต้องรักษาจิตวิญญาณประชาธิปไตยไว้ เพราะการพิทักษณ์รักษาเกียรติภุมิมธ.ก็เท่ากับเป็นการพิทักษ์รักษาเกียรติภูมิของนายปรีดี ซึ่งเราต้องพิทักษ์และเทิดทูนตลอดไป ทั้งนี้ตนตั้งใจมาเซ็นต์ชื่อสนับสนุนพี่ๆ น้องๆ เท่านั้นคงไม่ร่วมงานตลอดหลีกเลี่ยงภาพทับซ้อนการต่อสู้มาทำหน้าที่ในฐานะศิษย์เก่ามธ.ที่จะร่วมต่อต้านจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ด้านนายสายัณย์กล่าว่า ขณะนี้ได้มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแถลงการณ์เรียกร้อง สภามหาวิทยาลัยพิจารณาบทบาทของดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ แล้วเป็นจำนวนมากแล้วเราเปิดให้ร่วมลงชื่อที่มธ.และทางเวปไซค์ของศิษย์เก่าที่เพิ่งเปิดขึ้นมาที่ www.tudemoc.com ทั้งนี้ถ้าได้รายชื่อถึง 10,000 รายชื่อเราก็จะยื่นต่อสภามหาวิยาลัยอีกต่อไปและถ้าสภาฯยังนิ่งอยู่เราก็จะเคลื่อนไหวอีกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากแถลงการณ์เสร็จกลุ่มศิษย์เก่าได้เดินไปยังลานปรีดี เพื่อนำธูปเทียนแพรและพวงหรีดไปวางขอขมาต่ออนุสารีย์ของนายปรีดีและทั้งหมดได้ร่วมกันอ่านคำขอขมาบรรพชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าก่อนที่จะมีการร่วมกันแถลงการณ์ กลุ่มศิษย์เก่ามธ.ได้นำผ้าสีดำไปขึงล้อมรอบมหาวิทยาลัย จากประตูท่าพระจันทร์ถึงประตูหอประชุมใหญ่ เพื่อเป็นการประท้วงต่อจิตสำนึก“อธรรมศาสตร์” ให้หมดสิ้นไปจากสถาบันแห่งนี้