ตำนานสุนทราภรณ์ (18)

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 09:57 น.
ตำนานสุนทราภรณ์ (18)
โดย...น.พ.วิชัย โชควิวัฒน

******************

งานส่งเสริมการตลาดด้วยดนตรีสุนทราภรณ์ของอาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ เป็นงานทางความคิด ที่ใช้วิชาการ และการเตรียมการอย่างเป็นระบบโดยแท้ ตั้งแต่การตั้งชื่อโครงการว่า “รายการสุนทราภรณ์รำลึก” และเปิดโรงปฐมฤกษ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ด้วยธีม (Theme) ชื่อ “เอื้อ สุนทรสนาน กับผลงานเพลงอมตะตลอดกาล” โดยเลือกแนวเพลงที่เป็นผลงานการขับร้องของครูเอื้อล้วนๆ ตั้งแต่เพลงของเรา, เพลงโยสลัม, เพลงยอดดวงใจ, เพลงคิดถึง, เพลงใจรัก, เพลงนางฟ้าจำแลง, เพลงระบำชาวไร่, เพลงในฝัน, เพลงยามดึก, เพลงดำเนินทราย, เพลงชะตาฟ้า, เพลงพระเจ้าทั้งห้า, เพลงแด่ที่รักใคร่ ฯลฯ

การเริ่มเบิกโรงปฐมฤกษ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2538 เป็นการปรับแผนจากเดิมจะจัดตอนบ่ายวันเสาร์ เป็นเย็นวันอาทิตย์แทน ตั้งแต่ 17.00-20.00 น. ณ เวทีการแสดงชั้น 2 ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์

นอกจากเลือกเพลงที่จะสร้างความประทับใจแก่ผู้ฟัง ผู้ชม ซึ่งจะค่อยๆ ลืมเลือนไปในเวลาไม่ช้า สิ่งที่จะดำรงอยู่ที่สำคัญ คือสูจิบัตรขนาด 16 หน้ายก 30 หน้า ที่มีเนื้อเพลง และประวัติความเป็นมาของเพลงที่จะบรรเลงแต่ละเพลง

สูจิบัตรของรายการปฐมฤกษ์ มีการอัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 9 ที่พระราชทานแก่วงดนตรีสุนทราภรณ์ในวันครบรอบ 30 ปี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 มาเพื่อเป็น “พระบรมราโชวาท” และเพื่อความเป็นสิริมงคล

.... จึงขอให้พยายาม รักษาอุดมคติที่วางไว้แต่ต้นว่าวงดนตรีสุนทราภรณ์นี้จะปฏิบัติเพื่อศิลปะแท้ๆ คือ หมายความว่า จะเล่นดนตรีเพื่อให้เป็นศิลปะที่ดี ให้เป็นที่นิยมของประชาชน และเพื่อให้ประชาชนได้มีความบันเทิง ให้ประชาชนรู้จักว่าดนตรีคืออะไร นั่นก็เป็นหน้าที่ของศิลปินที่ดี ...”

“.... จงนึกว่า สุนทราภรณ์เป็นครอบครัวใหญ่ ต้องเห็นใจกัน นับวันครอบครัวนี้จะใหญ่ขึ้นทุกที มีผู้มาสมทบมากขึ้น และการปฏิบัติเพื่อชื่อสุนทราภรณ์ ดนตรีสุนทราภรณ์นั้น เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เป็นของเอื้อ สุนทรสนาน แต่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

“ขอให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ อยู่ยงต่อไป ด้วยความสามัคคี ด้วยความตั้งใจเชิดชูความดี และให้เป็นศิลปะโดยแท้ ...”

สำหรับประวัติของเพลง เช่น เพลงเพลงของเรา ที่ครูเอื้อแต่ทำนอง และครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ แต่ง คำร้อง มีประวัติสั้นๆ ว่า “เพลงนี้ประพันธ์ขึ้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 เพื่อใช้ในวันเกิดของวงดนตรี สุนทราภรณ์ครบ 30 ปี คำร้องที่ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ แต่งขึ้น มีถ้อยคำที่สัมผัสทั้งคำและเสียงหลายตอน ซึ่งมีความหมายที่เหมาะสมมาก เช่น พระพรเทพพลีเวทย์หวาน หรือ หวานปานทิพย์ ลิบฟ้า ท่วงทำนองที่ให้ก็ฟังแล้วสนุกและเร้าใจไม่น้อยเลย...”

การจัดคอนเสิร์ตอย่างมีแนวคิดชัดเจน และมีการศึกษา ค้นคว้าจัดทำสูจิบัตรอย่างตั้งใจ และอย่างมืออาชีพ คอนเสิร์ตที่มุ่งทำเพื่อ “การตลาด” ตามแนวคิด “สุนทรียะมาร์เก็ตติ้ง” จึงเป็นคอนเสิร์ตที่มี “สารัตถประโยชน์” ต่อแฟนเพลงผู้ชมและต่อสังคมโดยแท้

หลังรายการเบิกโรงปฐมฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2538 แล้ว รายการสุนทรณ์รำลึกก็มีกำหนดการต่อเนื่องไปจนสิ้นปี โดยครั้งที่ 2 จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2538 เป็นรายการ “รวงทอง ทองลั่นธม เจ้าของเสียงน้ำเซาะหิน” ซึ่งรวงทองยังเป็น “แม่เหล็ก” ให้แก่แฟนเพลงสุนทราภรณ์จำนวนมาก และการจัดก็มีการเตรียมการอย่างดี

ครั้งต่อๆ ไป จัดต่อเนื่องไปจนสิ้นปี พ.ศ. 2538 โดยมีชื่อรายการได้แก่ เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย : สุปาณี พุกสมบุญ, เพลงรักหวานซึ้ง : วรนุช อารีย์, บทเพลงแห่งความหลัง, ลีลาศกับสุนทราภรณ์, ขี่ความขี่เก๋งก็ เหมือนกัน : เลิศ ประสมทรัพย์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ฝากใจกับจันทร์, ทำนองเอื้อ เนื้อแก้ว, กวีรสในบทเพลง, สุนทราภรณ์กับเพลงสถาบัน, เอื้อ สุนทรสนาน ชอุ่ม ปัญจพรรด์ : อาหลานสร้างสรรค์เพลง, ลีลาศใต้แสงจันทร์ วันลอยกระทง : พรีเมียร์ พระราม 9, วินัย จุลละบุษปะ ศรีสุดา รัชตะวรรณ : น้ำตาลใกล้มด, 56 ปี วงดนตรี สุนทราภรณ์, โปรดฯ ให้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์, จังหวะชีวิต, คิดถึงละคร และ เที่ยวทั่วไทย

รายการนี้มีผู้ชม ผู้ฟัง เป็นขาประจำที่เหนียวแน่นมาก “จึงไม่ต้องการฟังเพลงซ้ำ และต้องการเพลงลึกๆ ที่ไม่ค่อยเคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อน ซึ่งก็เป็นผลดีต่อวงดนตรีสุนทราภรณ์เองโดยตรง ที่ได้นำเพลงหลายเพลงมาจัดทำโน้ตใหม่ ต่อเพลงใหม่ จนได้รับคำชมและกล่าวขวัญกันทั่วหน้า” (เล่ม 8 น.61)

งานนี้ผู้ที่มีบทบาทสำคัญอยู่เบื้องหลัง คือ รัษฎา เอี่ยมมีศรี เจ้าของนามแฝง “เขมราษฎร์” ซึ่งได้เขียนเล่าเรื่องราวไว้ว่า

“ผมโชคดี ที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมทำ โครงการ ฟรีคอนเสิร์ต สุนทราภรณ์รำลึก ที่ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ถนนศรีนครินทร์ ระหว่าง พ.ศ. 2538-2539 กว่า 60 ครั้ง หน้าที่หลักของผม คือ การวางแผนงาน กำหนดแนวทางของเพลง และ ชื่อของรายการ ในแต่ละตอน ติดต่อประสานงานกับนักร้องรับเชิญในแต่ละครั้ง โดยในช่วงแรกนั้น มี คุณจารุลินทร์ มุสิกะพงษ์ เป็นผู้คิดและกำหนดเพลงให้ หลังจากนั้นผมก็เหมาเองเพียงคนเดียว”

อาจารย์ไพบูลย์ สรุปชี้ประเด็นสำคัญของงานนี้ว่า

“ เพลงในแต่ละตอนที่กำหนดให้บรรเลงนั้น เกือบทั้งหมดจะไม่ซ้ำกัน เพราะต้องแสดงทุกวันเสาร์ในแต่ละสัปดาห์ เดือนละประมาณ 4-5 ครั้ง ผมจึงให้ แฟนเพลง ผู้ฟัง ผู้ชม ได้เห็นและประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่มีเพลงเป็นของตัวเองมากมายกว่า 2,000 เพลง จึงไม่ต้องการเน้นเล่นให้เฉพาะเพลงที่ฮิต หรือเพลงที่ติดตลาดทั่วไป

จากแนวคิดนี้ ผมและทีมงานต้องทำงานหนัก ที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อกำหนดแนวทาง กำหนดเพลง และทำสูจิบัตรแจกฟรี รวมทั้ง วงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยเฉพาะ ครูดำ หรือ คุณพูลสุข สุริยพงษ์รังษี หัวหน้าวงก็ต้องทำงานกันหนักขึ้น โชคดีที่ทุกคนตั้งใจทำงานนี้อย่างจริงจัง อย่างน่าปลื้มใจ ทั้งส่วน ทีมงาน พิธีกร นักร้อง นักดนตรี

เพลงหลายเพลง ต้องเขียนโน้ตขึ้นมาใหม่ เพราะต้นฉบับสูญหาย เพลงหลายเพลงนักร้องต้องต่อใหม่ เพราะไม่เคยร้อง หรือเคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

คุณชวลี ช่วงวิทย์ ครอบครัว คุณเลิศ ประสมทรัพย์ ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ และ ครูพรพิรุณ ฯลฯ

ป็นอันว่าผลของ สุนทรียะมาร์เก็ตติ้ง โดยนำเอาวงดนตรีสุนทราภรณ์ เพลงสุนทราภรณ์ ไปใช้ที่ ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ได้รับความสำเร็จ เป็นที่กล่าวขวัญกันมากแม้กระทั่งทุกวันนี้

อย่างน้อยก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวคิดหรือแผนงานของคนเก่าคนเดิมนั้น ไม่ควรมองข้าม ควรให้ความสำคัญหรือยอมรับ แล้วนำมาวิเคราะห์ แก้ไข ปรับใช้ ให้เหมาะสม ไม่ควรทิ้งไปโดย ไร้ประโยชน์

การศึกษาวิจัยก็เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมากในด้านวิชาการ อย่างน้อยก็เป็นแผนที่เดินทาง (Road Map) อยู่แต่ว่าจะอ่านและตีความ จะได้ไม่หลงทางกันอย่างไรมากกว่า ไม่ควรทำงานโดยอาศัยประสบการณ์ หรือ ความเชื่อมั่นเฉพาะตัวหรือกึ๋นเพียงอย่างเดียว

ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ และอีกหลายโครงการที่ผมได้มี โอกาสทำ และประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่งนั้น ก็เพราะผมเห็นความสำคัญ นำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาผสมกันให้สอดคล้องเหมาะสมลงตัว จึงจะออกดอกออกผลเป็นไปอย่างที่ต้องการ

จะเรียกว่าเป็น Mix Strategies การผสมกลยุทธ์ หรือ กลยุทธ์ลูกผสม ก็น่าจะได้ ไม่ผิดกติกา อันใด

********************