posttoday

สร้างอนาคตสังคมวัยเกษียณ พร้อมสร้างสุข สร้างคุณภาพชีวิต

13 มีนาคม 2565

โดย...ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ

*********************

ผมเป็นอาจารย์ที่สอนทางด้านการเงิน ผมเน้นย้ำกับนักศึกษาเสมอว่า พวกเราทำงานมาตลอดชีวิต หลังเกษียณ ก็ควรเกษียณอย่างมีความสุข มีเงินเพียงพอต่อการรักษาคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องเริ่มออมและลงทุนแต่เนิ่นๆ และมีวินัยกับการออมและการลงทุน เราต้องไม่เอาแต่ทำงานหาเงิน เราต้องให้เงินทำงานให้เราด้วย

แต่เมื่อเอาแนวคิดนี้ไปพูดกับคนหาเช้ากินค่ำ คนที่มีรายได้น้อย คำตอบที่ได้คือ อย่าว่าแต่ออมเลย แค่หาเงินใช้เดือนชนเดือนยังยากเลย ซึ่งนี่เป็นโจทย์ที่สำคัญ จะทำอย่างไรที่คนรายได้น้อย ยังมีโอกาสได้ออม และสามารถมีเงินออมใช้หลังเกษียณ โดยควรเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ และเป็นสวัสดิการให้กับประชาชนทั้งประเทศได้อย่างยั่งยืนโดยไม่เป็นภาระกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเป็นภาระทางการคลังที่มากจนเกินไป

ผมได้มีโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 26 (วตท 26) ซึ่งในหลักสูตรต้องมีการนำเสนอผลงานวิชาการ ซึ่ง วตท 26 ได้เสนอผลงานวิชาการในหัวข้อ “นวัตกรรมการออมเพื่อวัยเกษียณ Saving Through Spending (STS) ออมง่ายๆ ผ่านการใช้จ่าย” จากการที่ผมเป็นหนึ่งในทีมวิชาการของรุ่น โดยมีส่วนช่วยทำแบบจำลองทางการเงินและการทำ Simulation ของงานวิชาการนี้ ผมคิดว่าแนวคิด Saving Through Spending (STS) เป็นคำตอบของคำถามข้างต้น เพราะ STS เป็นแนวคิดที่จะสร้างเงินออมจากการเก็บเงินบางส่วนจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค โดยที่รายได้ไม่เป็นเงื่อนไขในการออมอีกต่อไป โดยหลักคิดของ STS จะเป็นการออมภาคบังคับ (แต่เต็มใจให้บังคับ) ในรูปแบบใหม่ โดยเมื่อเรามีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสินค้าและบริการที่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รัฐจะจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ส่วนหนึ่งคืนกับผู้เสียภาษีตามเลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเป็นเงินออมของผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจนถึงอายุ 60 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีเงินออมจากการบริโภคสินค้าและบริการของตน

จากการทำ Simulation เราพบว่า ถ้ารัฐจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มคืนเพื่อเป็นเงินออมให้ประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อยในอัตรา 1%-2% และรัฐอาจพิจารณาจัดสรรเงินสบทบเข้าบัญชีโดยตรงสำหรับกลุ่มที่มีรายได้ต่ำเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ จะทำให้ประชาชนกลุ่มนี้ มีเงินตอบแทนรายเดือนหลังเกษียณจนถึงอายุ 75 ปี เดือนละไม่ต่ำกว่า 4,000 บาท !!! และจะสามารถลดภาระงบประมาณภาครัฐด้านสวัสดิการได้จำนวนมหาศาลในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผลงานวิชาการนี้ระบุถึงปัจจัยความสำเร็จของแนวคิด STS ว่าขึ้นกับ โครงสร้างพื้นฐานที่ผู้บริโภคมี Digital Identity และผู้ขายสินค้าและบริการมีความยินยอมพร้อมใจในการเข้าสู่ระบบ e-Payment ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่สมัยที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ และ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ริเริ่มการพัฒนาโครงการ National Digital ID Platform และ National e-Payment และได้มีความก้าวหน้าต่อเนื่องจากการสานต่อในสมัยที่ ดร.อุตตม สาวนายน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กอปรกับวิกฤติ COVID 19 ได้เป็นตัวเร่งให้เราเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) เร็วขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ที่ทำให้มีความเป็นไปได้สูงในการดำเนินนโยบาย STS ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผมได้มีโอกาสนำนโยบาย STS เข้าหารือกับ ดร.อุตตม และพี่สนธิรัตน์ ร่วมถึงทีมกรรมการวิชาการของพรรคสร้างอนาคตไทย ทุกคนเห็นว่า STS เป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกับประชาชนที่มีรายได้น้อย ได้มีโอกาสเข้าถึงการออมเพื่อการเกษียณอายุ โดยทางพรรคพร้อมที่จะผลักดันให้นโยบายนี้เกิดขึ้นจริง เพราะถือเป็นการต่อยอดจากโครงการ National Digital ID Platform และ National e-Payment ที่ ดร.อุตตม ได้วางรากฐานพัฒนาไว้แล้ว

แต่นอกเหนือจากการขับเคลื่อนแนวคิด STS แล้ว ทางพรรคสร้างอนาคตไทย ให้ความสำคัญกับผู้อาวุโส ที่มีส่วนร่วมในการสร้างประเทศ เราคิดว่าการเกษียณต้องไม่เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่เราต้องทำให้การเกษียณอายุ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ที่มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงได้คิดนโยบาย “สร้างอนาคตสังคมวัยเกษียณ”

โดยนโยบายนี้ประกอบด้วยงินตอบแทนผู้อาวุโส เดือนละ 4,000 บาท รวมถึงการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และสร้างสังคม (Community) สำหรับคนวัยเกษียณ ที่ตอบสนองความต้องที่หลากหลายของผู้เกษียณ เช่นผู้เกษียณที่ยังประสงค์ที่จะทำงานต่อ เราจะมีการพัฒนาทักษะอาชีพและจัดหาแหล่งจ้างงานสำหรับผู้เกษียณกลุ่มนี้ ผู้เกษียณต้องสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น รวมถึงสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย ลดความกังวล ลดความเป็นห่วงของลูกหลาน ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มด้าน Health Tech และ Medical Tech เราจะสร้างสังคมของคนวัยเกษียณที่สามารถมาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น กิจกรรมทางสังคม กิจกรรมออกกำลังกาย กิจกรรมเสริมทักษะ เป็นต้น โดยจะเป็นกิจกรรมที่สร้างสุข สร้างร่างกายให้แข็งแรง สร้างคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าให้กับผู้เกษียณ

เราเห็นถึงความสำคัญว่าการ “สร้างอนาคตสังคมวัยเกษียณ” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการ “สร้างอนาคตไทย”

ข่าวล่าสุด

CPAXT กาง 5 ยุทธศาสตร์ปี 69 เร่งเครื่อง Retail Tech ดันโตทุกช่อง–รุกอาเซียนเต็มสปีด