ศักราชใหม่ในความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบีย

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 16:19 น.
ศักราชใหม่ในความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบีย
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

**************

ขอชื่นชมความสำเร็จที่ไม่ใช่ธรรมดา แต่ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ที่รัฐบาลชุดต่างๆ ที่ผ่านมาพยายามทำแต่ไม่สำเร็จ เพิ่งจะมาสำเร็จในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่เอง

เมื่อ นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญจากมกุฎราชกุมารและรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดิอาระเบีย ไปเยือนซาอุดิอาราเบีย นายกรัฐมนตรีพร้อมกับนาย ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ออกเดินทางไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2565

เรื่องนี้เกี่ยวกับผลประโยชน์สำคัญของชาติโดยตรง ที่หลายรัฐบาลพยายามทำมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ เพิ่งจะมาสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศลดความสัมพันธ์ทางการทูตมาเป็นเวลากว่า 32 ปี

อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ซาอุดิอาระเบียลดความสัมพันธ์ทางการทูตและด้านอื่นๆ เป็นเวลาถึง 32 ปี

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2532 เจ้าหน้าที่การทูตซาอุดิอาระเบียประจำไทยคนหนึ่งถูกลอบสังหารกลางกรุง กทม. หลังจากนั้นไม่นานในเดือนกุมภาพันธ์ 2532 นักการทูตซาอุอีกสามคนถูกลอบสังหารเช่นกัน จากนั้นไม่นานในเดือนเดียวกัน นักธุรกิจเชื้อพระวงศ์ซาอุที่เดินทางมาทำธุรกิจใน กทม.ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ และมีข่าวในเวลาต่อมาว่าถูกลอบสังหาร ประกอบกับคนไทยที่ไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย จนได้รับความไว้วางใจให้ทำงานในวัง ขโมยเพชรพลอยของราชวงศ์หนีกลับมาไทย

แล้วแบบนี้จะไม่ให้ซาอุโกรธได้อย่างไร ถ้าเป็นเรา เราก็โกรธ

แม้ไม่พอใจ แต่รัฐบาลริยาด ก็ไม่ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่คดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นในไทยนั้นรุนแรงพอที่เขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่ก็รอผลการดำเนินงานของทางการไทยเป็นเวลาพอสมควร จนในที่สุด ได้ตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์เป็นขั้นตอน ตั้งแต่เรียกเอกอัครราชทูต ให้อุปทูตรักษาการแทน จนกระทั่งลดต่ำที่สุดเหลือเพียงเลขานุการโท

ฝ่ายซาอุเปิดเผยหลายครั้งว่า เขาไม่ติดใจเรื่องนักการทูตของเขาถูกลอบสังหารกลางกรุง

เพราะมีข่าวกรองจากทั้งไทยและมหาอำนาจตะวันตกยืนยันได้ว่า เป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายตะวันออกกลางที่ประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับซาอุดิอาระเบีย โดยลักลอบเข้ามา กทม.สังหารเหยื่อนักการทูตซาอุ แม้ต้องสูญเสียนักการทูตไปสี่นาย แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า เป็นเรื่องยากสำหรับประเทศไทยในการป้องกันการก่อการร้ายสากลดังกล่าว

เรื่องคนไทยไปขโมยเพชรพลอยของพระราชวงศ์หนีกลับเอามาขายในไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยติดตามเอาคืนมาได้จำนวนมาก แม้เพชร บลู ไดอามอน จะไม่ได้คืน เขาก็ไม่ถือเป็นเรื่องหลัก

ประเด็นหลักอยู่ที่ ฝ่ายไทยไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนกับเขาได้ในกรณีของนักธุรกิจซาอุเชื้อพระวงศ์ที่เข้ามาทำธุรกิจและถูกอุ้มฆ่าในไทย สถานทูตซาอุยืนยันว่าเขาต้องการตำตอบในเรื่องนี้ โดยอ้างว่าเกี่ยวกับมรดกตกทอดที่ต้องมีหลักฐานยืนยันว่า ผู้วายชนม์เสียชีวิตด้วยเหตุอะไร

เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของตำรวจไทยซึ่งรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรงดังกล่าว ทางการไทยได้แจ้งให้สถานทูตทราบผลการดำเนินคดีจนถึงที่สุดไปแล้ว แต่สถานทูตไม่เชื่อ และเขามีเหตุผลที่จะไม่เชื่อ

ที่เขาไม่เชื่อเพราะเขามีข่าวกรองที่ได้มาไม่เหมือนกัน เขารู้อะไรดี ๆ เยอะและลึกมากกว่าที่คนไทยรู้ แหล่งข่าวของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนในแวดวงที่เกี่ยวข้องของไทยนั่นเอง

เรื่องทั้งหมดอาจกล่าวได้ว่า เป็น “มหากาพย์” คดีอาชญากรรมคดีหนึ่งของประเทศไทย

การลดความสัมพันธ์ทางการทูตครั้งนั้น เราไม่ตำหนิเขาไม่ได้ เพราะหากเราเป็นเขา ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผลที่ตามมาคือ ผลประโยชน์ของชาติได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะแรงงานไทยที่ไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย ที่ส่งเงินกลับประเทศปีละหลายร้อยหรือพันล้านบาท

แรงงานไทยเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของบริษัทก่อสร้างที่ไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย บริษัทต่างๆ นิยมจ้างแรงงานไทยมากกว่าแรงงานจากประเทศอื่น เพราะแรงงานไทย "ทำงานขยันขันแข็ง มีฝีมือ มีน้ำใจ " หากมีงานเร่งด่วนก็ยินดีทำงานล่วงเวลาตามที่นายจ้างขอร้อง ในขณะที่แรงงานจากชาติอื่นพอถึงเวลาเลิกงานก็หยุดทันที

คนงานไทยหากใครได้ไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย ที่พูดกันว่า “ ไปทำงานเมืองนอก ” เมื่อกลับมาก็ตั้งตัวได้ทุกคน ยกเว้นคนที่เมียเอาเงินไปเล่นการพนันหรือเอาไปบำเรอแฟนใหม่ จึงมีคำล้อกันเล่น ๆ ว่า "ตอนไปเสียนา กลับมาเสียเมีย"

เงินที่แรงงานไทยส่งกลับประเทศมีจำนวนไม่น้อย ไม่แพ้แรงงานฟิลิปปินส์ทีรายได้หลักของประเทศประการหนึ่งคือรายได้จากแรงงานที่ไปทำงานในต่างประเทศ

จุดอ่อนของแรงงานไทยมีอย่างเดียว แต่นายจ้างก็ไม่ถือนัก นั่นคือ แอบต้มเหล้าเถื่อนดื่มกัน แม้ว่านายจ้างจะห้ามเด็ดขาดเพราะซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศอิสลามที่เคร่งในเรื่องนี้มาก คนงานหลายรายต้องถูกส่งกลับ

นอกจากไทยสูญเสียรายได้จากแรงงานดังกล่าวแล้ว ยังกระทบถึงรายได้จากการส่งสินค้าออกไปยังซาอุดิอาระเบีย

นี่คือความเสียหายอย่างมหาศาลที่ประเทศได้รับ รัฐบาลชุดต่อ ๆ มาจากนั้นพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบีย แต่ผิดหวังเพราะไม่สามารถให้คำตอบตามที่ทางการริยาดต้องการได้

เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลชุดก่อน ๆ ก็มีความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ดังกล่าว มีการส่งนักการเมืองและข้าราชการประจำที่อ้างว่าสนิทกับทางการซาอุ ไปเยือนริยาดอย่างลับ ๆ แต่ก็ประสบความล้มเหลวกลับมาทุกราย เพราะไม่สามารถให้คำตอบที่ซาอุต้องการได้

ลองคิดดูก็แล้วกันว่า หากเอาจำนวน 32 ปีที่ซาอุดิอาระเบียลดความสัมพันธ์ทางการทูต คูณกับรายได้ที่ไทยต้องสูญเสียจากเงินที่แรงงานไทยส่งกลับประเทศ และการส่งออกสินค้าไปยังซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งรายจ่ายที่นักท่องเที่ยวซาอุมาเที่ยวเมืองไทย เราจะสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลเพียงใดที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปีในการพัฒนาบ้านเมือง

เป็นเพราะการกระทำของคนบางกลุ่มเท่านั้น ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายยับเยิน

ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมตัวรับอานุสงค์จากผลงานของรัฐบาลชุดนี้ไว้ เพราะหากตกลงกันในรายละเอียดได้ ท่านจะมีงานทำกันอย่างเต็มที่ ในการโกยเงินเข้าประเทศ เพราะซาอุดิอาระเบียจะเป็นคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพ เราจะเป็น “ซับพลายเออร์” ส่งออกทั้งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค แรงงานก่อสร้าง และการบริการอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจากซาอุดิอาระเบียเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ โรงพยาบาลชั้นหนึ่งใน กทม. ก็เตรียมรับคนไข้คุณภาพสูงเพิ่มเติม

หลังจากการปรึกษาหารือข้อราชการระหว่างนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียและไทย สองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วม ซึ่งมีความยาวพอสมควร แต่พอสรุปประเด็นสำคัญได้ว่า นอกจากย้ำการเปิดหน้าใหม่ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรทั้งสองแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดิอาราเบียใน กทม.อย่างดี ส่วนคดีเก่านั้น หากมีหลักฐานเพิ่มเติม ก็จะแจ้งให้ฝ่ายซาอุดิอาราเบียทราบ สองฝ่ายจะดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนอีกฝ่ายอย่างดี ทำนองอย่าให้เกิดเรื่องทำนองนี้อีก

เมื่อเราผิด เราก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชาย อีกฝ่ายก็เข้าใจ และสองฝ่ายยืนยันว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เมื่อเคลียร์เรื่องนี้ได้แล้ว ก็พูดถึงความร่วมมือที่สองฝ่ายจะทำกันต่อไปบนผลประโยชน์ร่วมกันขงทั้งสองประเทศ

แถลงการณ์ร่วมได้กล่าวถึงว่า สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนทัศนะกันเกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และปรึกษาหารือหาแนวทางในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกด้าน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์อันดีและเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศทั้งสอง และจะฟื้นฟูความสัมพันธ์เข้าสู่ระดับปกติ ส่งเอกอัครราชทูตไปประจำอีกประเทศหนึ่งดังเดิม สองฝ่ายจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า ทั้งการลงทุนและอื่น ๆ ตามวิสัยทัศน์ 2030 ของรัฐบาลซาอุดิอาราเบีย ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยไซเบอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนซึ่งเป็นเสาหลักของความสัมพันธ์

ให้สังเกตว่า แถลงการณ์ร่วมได้เริ่มด้วยการกล่าวถึงต้นตอปัญหาที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศหยุดชะงักไป เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด เราก็ยอมรับผิดต่อซาอุดิอาระเบีย เขาก็เข้าใจ และตกลงเปิดหน้าใหม่ของความสัมพันธ์สองประเทศ แต่ก็ย้ำทำนองว่า อย่าให้เรื่อง

ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยของนักการทูตและชาวซาอุในเมืองไทย

กว่าจะถึงวันนี้ที่นายกรัฐมนตรีไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเชิญจากรองนายกรัฐมนตรีและมกุฎราชกุมารไปเยือนซาอุดิอาระเบีย กระทรวงต่างประเทศได้มีการเดินงาน “ทางลับ” ทั้งทางตรงและผ่านคนกลาง มาโดยตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เครดิตนี้ต้องยกให้กับกระทรวงการต่างประเทศที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ ดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งทำทั้งภารกิจเปิดและภารกิจลับสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง

ส่วนเขาจะเดินงานทางลับอย่างไร เราอย่าไปรู้เลย ของแบบนี้เขาจะพูดกันเมืองานสำเร็จแล้วเท่านั้น คนที่ “ ปิดทองหลังพระ” ก็ได้แต่ภูมิใจที่ได้ทำงานสำคัญชิ้นนี้ได้สำเร็จ

ถือว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบีย โดยทั้งสองประเทศต่างก็มีบทบาทสำคัญในการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลางและอาเซียน

ในขณะที่ไทยต้องถือเอาเรื่องนี้เป็นบทเรียน เพราะเริ่มจากความไม่ตรงไปตรงมาของเราเป็นสำคัญ จะไปโทษคนอื่นไม่ได้

กว่าบทความนี้จะผ่านสายตาของท่านผู้อ่าน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศที่กลับจากการเยือนคงแถลงผลสำเร็จของการเยือนครั้งนี้ให้คนไทยได้รับทราบกันทั่วไป

หวังว่าคงเป็นข่าวดีอีกข่าวหนึ่งสำหรับคนไทยในการเปิดศักราชปี 2565 นี้