มองโอกาสไทยในสมรภูมิเดือดศึกการค้าโลก

วันที่ 27 ก.ย. 2564 เวลา 16:05 น.
มองโอกาสไทยในสมรภูมิเดือดศึกการค้าโลก
โดย...มงคล บางประภา

 *****************************

ท่ามกลางสถานการณ์ ดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจใหม่อย่างจีนกับมหาอำนาจเดิมอย่างสหรัฐที่ปรากฏเป็นการตอบโต้แข่งขันทั้งทางการเมืองระหว่างประเทศและการค้า จุดยืนของประเทศไทยควรจะไปในทิศทางใดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและการส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้ตอบคำถาม กับ เพื่อให้ทัศนะในประเด็นดังกล่าว

-ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ มองสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างจีนสหรัฐส่งผลอะไรกับภูมิภาคและประเทศไทย

พินิจ : แน่นอนปัญหาสงครามทางการค้า ความขัดแย้งในพื้นที่ทะเลจีนใต้ วิกฤติแพร่ระบาด covid 19 และสงครามวัคซีน มหาอำนาจจะมีการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่และหาพันธมิตรจากประเทศต่างๆ ทำให้ได้รับผลกระทบ ต่อประเทศในอาเซียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่การเสนอความช่วยเหลือให้วัคซีน ก็ยังมีการเมืองเข้าไปแทรกในองค์การอนามัยโลก แทรกแซงงานวิจัยการต่างๆ และมีการกล่าวหากัน

"ตัวอย่างการกล่าวหากันเรื่องไวรัส covid-19 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหน่วยงาน CDC ของสหรัฐมีการยื่นจดสิทธิบัตรเรื่องไวรัสโคโรน่า ซึ่งเป็นการเปิดเผยจากบริษัทในประเทศอังกฤษ โดยดรเดวิด มาร์ติน แข่งบริษัท IQ100 covid-19 มันเป็นเรื่องของหลักวิทยาศาสตร์ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนก็บอกว่าไม่ควรยึดเหตุการระบาดครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมือง ควรยึดถือตามหลักทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์"

การครบรอบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างจากอดีตที่ประเทศจีน ตกอยู่ในสภาพการณ์ถูกเข้าไปรุกรานแย่งชิงผลประโยชน์โดยประเทศมหาอำนาจทั้ง 8 ซึ่งก็กลายมาเป็น G7 ในทุกวันนี้ จนมาสู่ประเทศจีน ที่ประสบความสำเร็จแทบทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจสังคมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจนสามารถส่งจรวดไปถึงดาวอังคาร สามารถสร้างประชาชน ประชาคมที่มีความรู้ ความรับผิดชอบสติปัญญา จนยกระดับประเทศมาทัดเทียมมหาอำนาจของโลก ประชาชนอยู่ในสถานะผู้ร่ำรวยปานกลาง หลุดพ้นจากความอดอยาก ระบบการศึกษากระจายไปทั่วทุกภูมิภาค

-เมื่อจีนกับสหรัฐยกระดับขึ้นมาเป็นมวยรุ่นเดียวกัน ภาษิตไทยบอกว่าพญาช้างสารชนกันหญ้าแพรกแหลกลาน แต่ภาษิตจีนบอกว่า คำว่าวิกฤต ประกอบด้วยคำ 2 คำคือ "อันตราย" และ "โอกาส" ท่านมองสถานการณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างไหน

พินิจ : มองมุมว่าเราต้องแปรวิกฤตเป็นโอกาสของประเทศไทยให้มาก แต่ประโยชน์ที่เราได้รับนี้ต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง อย่าให้เหมือนอดีตที่ให้ประเทศมหาอำนาจมาตั้งฐานทัพในประเทศ ไปถล่มประเทศเพื่อนบ้านด้วยอาวุธร้ายแรงและอาวุธเคมี

-ความเข้มแข็งของประเทศจีนอันก่อให้เกิดดุลอำนาจกับสหรัฐจะเป็นการบีบให้ประเทศในอาเซียนต้องเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่

พินิจ : เวลานี้ประชาชาติอาเซียนก็ไม่มีประเทศไหนแล้วที่เข้าข้างสหรัฐหรือจีนอย่างเต็มที่ ทุกประเทศก็ต้องดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน อย่างเสมอภาคเท่าเทียมให้เกียรติด้วยความเคารพต่อกัน ขึ้นกับแต่ละประเทศว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร บางประเทศอาจจะใกล้ชิดกับสหรัฐมากกว่าเพราะมีประวัติศาสตร์ หรือการค้าที่ต่อเนื่องมายาวนาน แต่บางประเทศอาจจะมีดินแดนที่ติดต่อกับประเทศจีน ประกอบกับ คนจีนกว่า 800 ล้านคนใน 1,400 ล้านคนเป็นคนที่มีกำลังซื้อ มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก เขาก็ต้องค้าขายกับจีนแต่ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเป็นลูกน้องจีน หรือเมืองขึ้นของจีนแต่เป็นประเทศคู่ค้า

ประเทศไทยเราเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีทั้งสายสัมพันธ์ทางสายเลือด จนผู้ใหญ่ 2 ประเทศพูดเหมือนกันว่า "จีนไทยไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน" มีประเพณีวัฒนธรรมอาหารการกินและอีกหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน มีสินค้าทางการเกษตรที่ประเทศจีนต้องการอย่างมาก

- ความใกล้ชิดเชิงวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีนทำให้ไทยได้เปรียบประเทศอื่นในอาเซียนอย่างไรบ้าง

พินิจ : อย่างแรกที่เห็น ผู้นำจีนไม่เคยพูดกับประเทศอื่นเหมือนประเทศไทยว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะมีความจริงจากความผูกพันทางสายเลือดมีญาติพี่น้องเชื่อมโยงกัน 2 ประเทศ คนจีนก็อพยพมายังประเทศไทยมากที่สุดกว่าประเทศอื่นในอาเซียน จุดนี้ทำให้เมื่อต่างมีความเดือดร้อนก็จะช่วยเหลือกัน ยามไทยมีวิกฤตเศรษฐกิจ จีนก็ให้การช่วยเหลือวิกฤตโรคระบาดจีนก็ส่งวัคซีนและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์มา ยามจีนประสบภัยทางธรรมชาติบางพื้นที่ ไทยก็ส่งความช่วยเหลือไปทั้งในแง่อาหาร ข้าวสาร ยาและหน่วยแพทย์ไปร่วมช่วยเหลือ

- อานิสงส์จากข้อได้เปรียบเชิงวัฒนธรรมส่งผลมาถึงการค้าและธุรกิจอย่างไร

พินิจ : สินค้าทางเกษตรของไทยชาวจีนชอบมากไม่ว่าจะเป็นทุเรียนส้มโอ กล้วยมังคุด เงาะ ตลอดจนยางพารา ปีที่ผ่านมาเปิดการค้าล็อตแรกราคาทุเรียน 155 บาทต่อกิโล จน ปิดช่วงทุเรียนวายแล้วยังอยู่ที่ 97 บาทต่อกิโลซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน แค่ทุเรียนตัวเดียวก็ทำเงินจากประเทศจีน 50 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาแม้แต่สถานการณ์ covid ระบาดก็ทำอะไรเราไม่ได้ นี่ยังไม่รวมโภคภัณฑ์อาหารอื่นๆทั้งหมูไก่ วัว อาหารทะเล

นอกจากนี้การท่องเที่ยวระหว่างจีนกับไทยก้าวกระโดดมากกว่าสถานการณ์ covid จะเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนมากที่สุด ใช้จ่ายมากที่สุด มาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดก็เป็นการเกิดดอกออกผลของวัฒนธรรมจากการกินอยู่ที่ใกล้ชิดคล้ายคลึงกัน คนจีนมาประเทศไทยก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่บ้านมีความสบายใจรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

- สถานทูตจีนนับตั้งแต่เอกอัครราชทูตลงมาจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนหลายตำแหน่ง ประกอบกับมีการแถลงการณ์ตอบโต้กรณีการด้อยค่าวัคซีน sinovak ของจีนก่อนหน้านี้ ทำให้มีการจับตามองว่ากำลังดำเนินนโยบายยุคใหม่ที่เป็นสายแข็งกร้าวหรือสายเหยี่ยวต่างจากสายพิราบในอดีตหรือไม่

พินิจ : การปรับเปลี่ยนระดับเอกอัครราชทูตหรือผู้นำเจ้าหน้าที่พูดในฝ่ายต่างๆ นั้นเป็นเรื่องปกติเมื่อครบรอบวาระแต่ครั้งนี้ในประเทศไทย อดีตทูต หรู่ เจี้ยน เกิดป่วยกะทันหัน การปรับเปลี่ยนจึงใช้เวลาจนวันนี้มีเอกอัครราชทูตจีนคนใหม่แล้ว เชื่อว่านโยบายจีน ยุทธศาสตร์จีน อุดมการณ์จีนต่อนานาชาติก็คงยังเหมือนเดิม ท่านทูตคนนี้ก็คงไม่ใช่สายเหยี่ยวหรือสายพิราบแต่เป็นสายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รับยุทธศาสตร์การต่างประเทศของรัฐบาลจีนมา ซึ่งได้ประกาศต่อนานาชาติไว้ว่า จะสร้างสันติภาพบนความสงบสุข อยู่ร่วมกันอย่างแบ่งปัน ผูกมิตรสัมพันธ์ไมตรีความร่วมมือกับทุกประเทศ ลดความขัดแย้ง ลดการแย่งชิง ลดสงคราม

- จากที่เป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ที่ได้พูดคุยกับ ท่านทูตจีนคนใหม่ Han Zhiqiang มองบุคลิกภาพของทูตคนใหม่พรุ่งนี้เป็นอย่างไร แตกต่างจากท่านอื่นอย่างไร

พินิจ : เป็นการได้พูดคุยผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom ซึ่งจัดโดยสภาวัฒนธรรมไทยจีนฯ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีการจัดงานต้อนรับเมื่อมีทูตจากประเทศต่างๆ ท่านใหม่มา สำหรับท่านทูตจีนคนใหม่ก็เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประวัติเคยรับหน้าที่สำคัญในหลายประเทศโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น เคยเป็นทีมงานของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ติดตามไปร่วมประชุมระดับโลกยังประเทศต่างๆ จำนวนมาก

- มีการมองมุมตรงข้ามว่าจีนกำลังพยายามรุกหนักในเชิงวัฒนธรรม ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อต่อกรกับสหรัฐ ในรูปแบบของ Soft Power

พินิจ : โดยธรรมชาติแล้ว เรื่องวัฒนธรรมมันยัดเยียดหรือส่งออกไม่ได้มันขึ้นกับแต่ละประเทศ แต่ละสังคม แต่ละชุมชนจะรับหรือไม่รับ จุดสำคัญอยู่ที่วัฒนธรรมนั้นมีคุณค่าต่อสังคมต่อมวลมนุษย์หรือไม่ เป็นวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ทำให้มีความสุขไม่มีพิษมีภัยต่อครอบครัว ต่อสังคมหรือไม่ การเผยแพร่วัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วโลกยิ่งเป็นประเทศใหญ่ที่มีวัฒนธรรมเป็นจุดแข็ง ยังประเทศจีนที่มีประวัติศาสตร์ 5-6 พันปี วัฒนธรรมของเขาก็แข็งแกร่งมาตลอด ไม่ว่าวัฒนธรรมด้านอาหารประเพณีศิลปะการแสดง ก็เป็นวัฒนธรรมที่ทำให้คนมีความสุข

ยิ่งพูดถึงด้านภาษาและการศึกษาจะพบว่าไม่เฉพาะคนไทยแต่คนทั่วโลกต่างก็ตื่นตัวในการเรียนภาษาจีนอย่างมาก ทุกวันนี้นอกจากภาษาของตนเองแล้วยังต้องรู้ภาษาอังกฤษและภาษาจีน อย่างสภาวัฒนธรรมไทยจีนฯ เองก็ได้รับทุนการเรียนภาษาจีนทางออนไลน์ 80 ทุนเปิดรับสมัคร 15 วันสมัครมาถึง 480 คน มากกว่าในอดีต 2-3 เท่า เพราะถ้าไม่รู้ภาษาจีนก็ค้าขายกับจีนไม่ได้ นักท่องเที่ยวจีนมาติดต่อเคาน์เตอร์ถ้าพูดจีนไม่ได้ก็จบ ที่บอกว่าจีนบุกเข้ามามันไม่ใช่มันเป็นการเรียกร้องจากความต้องการของคนในสังคม แม้แต่ในเวียดนามในญี่ปุ่นคนก็แย่งกันเรียนภาษาจีน ที่เมืองโยโกฮาม่าโรงเรียนสอนภาษาจีนมีคิวสมัครเต็มยาวไปถึง 5 ปี

- ประเทศไทยควรจะเตรียมพร้อมรับกับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากจีนอย่างไรในช่วงที่กำลังปิดประเทศอยู่ขณะนี้

พินิจ : ขอให้โฟกัสไปเป็นเรื่องเรื่องวิเคราะห์ยกระดับให้มีคุณภาพมากขึ้น เช่นการท่องเที่ยวและการบริการ ความเหมาะสมของราคากับคุณภาพการดูแลความปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย

หรือการส่งออกสินค้าทางเกษตรไปจีนต้องนึกถึงคุณภาพของการดูแลสินค้า ให้มากขึ้นดูตัวอย่างของประเทศญี่ปุ่น เขาต้อง ทำความสะอาดทีละลูก ทุเรียน ลำใยไทยก็เหมือนกันไม่ควรจะไปพร้อมกับราแป้งและหนอนแมลง ต้องสอนเกษตรกรให้เน้นคุณภาพรวมทั้งเรื่องแพคเกจจิ้ง และหน่วยงานของรัฐก็ต้องทำอย่างจริงจังลดสินค้าปนเปื้อนให้มากที่สุด ทุกเรื่องต้องมีคนรับผิดชอบและประสานกับจีน

ส่วนนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็ต้องมีการดู โรงงานที่นำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราก็ต้องไม่ให้เอาเข้ามา โรงงานที่มีสารพิษมีการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมก็ต้องไม่ให้เข้ามาตั้ง ไม่ใช่อะไรก็รับมาทั้งหมด ยิ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็ผ่านได้หมด

ในฐานะที่ผมเป็นประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนฯ ก็ไม่ได้หมายความว่าผมต้องเป็นศัตรูกับสหรัฐกับญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นๆ เราเป็นมิตรกับทุกประเทศ แถมยังมีความเป็นมิตรกับทุกประเทศเต็มที่ ถ้าอยากให้ช่วยทำอะไรในเชิงของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ยินดี ที่จะทำให้เกิดเป็นประโยชน์ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ บนพื้นฐานของความเสมอภาคความเคารพเท่าเทียมกัน ตรงไปตรงมาไม่เบียดเบียนเอาเปรียบใส่ร้ายป้ายสีรุกรานต่อกัน