ปัญหาจริง vs ปัญหาเทียม

วันที่ 22 ก.ค. 2564 เวลา 13:47 น.
ปัญหาจริง vs ปัญหาเทียม
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

***************

บางคนกล่าวว่า บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เจอปัญหารอบทิศ ทำอย่างไรจะให้เราผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปให้ได้เสียก่อน

บางคนเอ่ยถึงคำกล่าวเดิม ๆ ที่รู้กันทั่วไปว่า คนไทยเราจะรวมตัวกันเมื่อมีศึกสงคราม ต่อสู้เพื่อขับไล่ข้าศึก แต่พอบ้านเมืองสงบ เราก็มาฟัดกันเอง อุปมาอุปมัยเหมือนกับการลับเชี้ยวรอการต่อสู้ครังต่อไป

มองไปรอบๆตัวไม่มีฝ่ายตรงข้าม หรือสัตรูที่พอจะลับเชี้ยวได้ เอาละวะ ลับเชี้ยวกับพวกเดียวกันเองนี่แหละ

ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองในปัจจุบัน แตกต่างจากภัยที่เกิดในช่วงศตวรรษก่อนที่เป็นภัยคุกคามทางการทหารและกึ่งทหาร การก่อการร้าย ที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ภัยคุกคามที่ประเทศกำลังเผชิญขณะนี้เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เป็น “เชื้อโรค” ที่ไม่ใช่เชื้อธรรมดา เป็นเป็นโรคระบาดร้ายแรงใหม่ อาวุธหรือวัคซีนที่มีอยู่ไม่สามารถปราบปรามได้

เป็นสัตรูที่มองไม่เห็นตัวข้าศึก กว่าจะรู้ สัตรูตัวนี้หรือเชื้อโรคร้ายก็เข้าถึงตัวและโจมตีโดยเราไม่ทันตั้งตัว อาวุธที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ ต้องเร่งผลิตอาวุธใหม่ที่ทันสมัยออกมาสู้ ซึ่งต้องใช้เวลานานพอควร ทหารไม่ใช่แนวหน้าในการสู้รบเหมือนักบสงครามครั้งก่อน ๆ แต่ครั้งนี้ แพทย์ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณะสุขกลายเป็นกองทัพด่านหน้าที่จะออกมาปกป้องประเทศ

แพ้ชนะครั้งนี้ไม่ใช่ “อธิปไตยของประเทศ” ไม่ใช่เป็น “เดิมพัน” ในการแพ้ชนะครั้งนี้ แต่เป็นเดิมพันด้วย “ชีวิต” ของประชาชนทั้งประเทศ ไม่แยกเพศ อายุ อาชีพ คนรวยหรือคนจน หรือถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต หรือกว่าจะโตก็ต้องบำรุงกันอีกนาน

โรคระบาดร้ายแรงแบบนี้นาน ๆ เกิดขึ้นที เกิดขึ้นในภูมิภาคใดก็ระบาดไปยังภุมิภาคอื่นของโลก กล่าวกันว่า เชื้อโรคเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างสมดุลระหว่างจำนวนประชากรโลกกับทรัพยากรของโลกให้ได้สัดส่วนกัน ถ้าคนเกิดมากเกินไปจนข้าวปลาอาหารมีไม่พอกัน พระเจ้าก็ส่ง “สงครามโลก” และ “โรคระบาด”ลงมาเสียทีหนึ่งเพื่อลดจำนวนประชากรโลก นั่นเป็นเหตุผลสมัยก่อนที่คนยังไม่รู้จะหาคำตอบต่อการแพร่ระบาดของโรคร้ายได้อย่างไร

ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการทางการแพทย์ เราสามารถหาที่มาที่ไปและสาเหตุของการแพร่ระบาดได้ แต่เวลานี้มีคำถามใหม่ว่า จริงๆ แล้ว เชื้อโควิด 19 นี้เกิดขั้นเองตามธรรมชาติ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิโลก หรือภาวะ “โลกร้อน” หรือเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ในห้องทดลองในอเมริกา เพื่อเอาไปปล่อยในจีน เป็นการสกัดกั้นหรือ “เตะตัดขา” จีนที่กำลังโตขึ้นมาทาบรัศมีอเมริกา ซ้ำยังทำท่าจะแซงหน้าไปเสียอีก

มหาอำนาจจะเล่นอะไรไม่มีใครว่าเพราะรู้ว่านี่คือ “เกมแห่งอำนาจ” ถ้าไม่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนด้วย แต่ครั้งนี้ ไม่ว่าเชื้อนี้จะมาจกที่ไหน เกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์ทำขึ้น มันก็แพร่ไปทั่วโลก รวมทั้งลามมายังไทย

กระทบต่อสุขภาพพลานามัยของประชาชน ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต คนไทยทุกคนไม่ไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ สถานะทางสงคม มีสิทธิที่จะได้รับเชื้อได้ทุกเมื่อหากการ์ดตก นี่คือ “ภัยคุกคามรูปแบบใหม” ที่กระทบนอกจากชีวิตของประชาชนแล้ว ยังกระทบชิ่งไปยังเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม สุดท้ายก็กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างหนีไม่พ้น

แทนที่เราจะรวมพลังกันต่อสู้กับ “สัตรูร้าย” ตัวนี้ ซึ่งเป็น “สัตรูร่วม” ของคนไทยทั้งชาติ ฝ่ายตรงขามรัฐบาลทั้งนอกและในประเทศกลับแช่งให้รัฐบาลแพ้สงครามเชื้อโรค จะได้ออกไปจากอำนาจ และตนเองจะเข้ามาบริหารประเทศบ้าง

ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลกำลังวุ่นวายสู้กับโควิด 19 กลุ่มการเมืองบางกลุ่มและคนไทยกลุ่มเล็ก ๆ ยังฉวยโอกาสบ่อนแซะรัฐบาล และลามปามไปถึงสถาบันกษัตริย์ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและเกรงกลัวการติดเชื้อโควิด 19 และไม่เกรงใจคนไทยทั้งประเทศ แต่อย่างใด

ทั้งที่รัฐบาลมีคำสั่งห้ามชุมนุมแล้ว แต่พวกนี้ก็ไม่ฟัง ถ้าเกิดไปติดเชื้อขึ้นมา ก็เป็นภาระเพิ่มให้กับคุณหมอและคุณพยาบาลที่มีงานหนักล้นมืออยู่แล้ว

นักการเมืองร่วมรัฐบาลแต่ต่างพรรคบางรายก็ “เตะตัดขา” กันเองเพราะ “การเมืองวัคซีน” นายทุนก็หวังหาประโยชน์จาก “วัคซีนการเมือง”

ประชาชนซึ่งเป็น “องค์อธิปัตย์” (ตัวจริง) ได้แต่มองตาปริบ ๆ แต่นึกด่าในใจว่า บ้านเมืองอยู่ในภาวะ “หน้าสิ่วหน้าขวาน” อย่างนี้ นักการเมือง (ตัวแทน) บางคนยังออกมา “แขวะ” กันอยู่อีกหรือ ทำไมหัวหน้าพรรคไม่รู้จักห้ามปรามลูกน้องบ้าง

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำอย่างไรเราจะก้าวข้ามพ้นวิกฤติเหล่านี้ไปให้ได้ นี่คือ “โจทย์” ที่คนไทยและนักการเมืองไทยต้องช่วยกันคิด ต้องดูทั้ง “ต้นเหตุ” “อุปสรรค” และ “แรงสะเทือน” ต่อบ้านเมือง แต่เรากลับมองข้ามปัญหาของบ้านเมืองไป

เราต้องรู้ว่า “ปัญหาจริง” คืออะไร แต่เวลานี้ เราไปยุ่งอยู่กับ “ปัญหาเทียม” ที่เราสร้างขึ้นมา

“ปัญหาจริง” ของชาติเวลานี้ คือ ภัยคุกคามเฉพาะหน้า เร่งด่วน และรุนแรงที่สุดจากการแพร่ระบาดของโรคร้ายโควิด 19 ทำอย่างไรจะให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย คนไทยทุกภาคส่วนต้องจับมือกันสู้เพื่อเอาชนะสงครามครั้งนี้ให้ได้ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณะสุขเป็นทัพหน้า รัฐบาลซึ่งเป็นทัพหลวงต้องสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าทัพหนาแตก ทัพหลวงก็อยู่ไม่ได้

แต่คนบางคนกำลังสร้าง “ปัญหาเทียม” ขึ้นมา ว่า ต้องไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปให้เร็วที่สุด และล้มสถาบันกษัตริย์ให้ได้ เอา “ขาใหญ่” ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศกลับมา

คนไทยต้องมองปัญหาที่แท้จริงของบ้านเมือง และช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะให้บ้านเมือก้าวข้าม “ปัญหาจริง” ไปได้

อย่าตกเป็น “เหยื่อ” ของ “ปัญหาเทียม” ที่มีคนพยายามสร้างขึ้นมา ที่ต้องการทำให้คนไทยทะเลาะกันเอง หรือกลายเป็นคนดูมวยที่เห็นคนไทยต่อยกันเองแล้วสะใจ

นักการเมืองพรรคต่าง ๆ เปรียบเสมือนสามีภรรยาที่ต้องอยู่ด้วยกันไม่ว่าพรรคไหนจะขึ้นเป็นใหญ่ ไม่ใช่ว่าไฟกำลังไหม้บ้านขณะนี้ กลับมาเถียงกันว่า ผัวจะเป็นใหญ่ หรือเมียจะเป็นใหญ่ แทนที่จะช่วยกันดับไฟไหม้บ้าน

นักการเมืองควรมองไกลไปกว่าการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ขณะที่คนไทยก็ควรมองไกลไปกว่าการดูมวยต่อยกันแล้วสะใจ

หลายคนมองว่า ปัญหาบ้านเมืองของเราเวลานี้ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นปัญหาจากนักการเมืองและประชาชนบางพวก โดยตรง

ในขณะที่ บางประเทศก็ต้องการเห็นความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมืองเพื่อเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายขึ้น เพราะไทยเป็น”แนวปะทะ” ระหว่างอเมริกากับจีน

หวังว่าคนไทยจะตระหนักในการช่วยกันแก้ “ปัญหาจริง” กันมากขึ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อวัคซีนการเมือง และอย่าทำตัวเป็น “คนดูมวย” ที่สนุปสนานกับกรเชียร์ให้คนไทยต่อยกันเอง

******************