หลักฐานเชิงประจักษ์ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 09:45 น.
หลักฐานเชิงประจักษ์ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล
โดย ดร.สมศักดิ์ วัฒนปฤดา

**************************

เคยสงสัยใหมว่า ที่ว่ากันว่าโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ก๊าซเรือนกระจกทำลายโอโซนเกิดช่องว่างให้รังสีจากดวงอาทิตย์แผ่ลงมาเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ยังเรื่องของน้ำแข็งขั้วโลกละลายทำให้น้ำทะเลท่วมโลก แผ่นดินชายฝั่งจะหายไป กรุงเทพฯ จะจมทะเล เชื้อโรคดึกดำบรรพ์ที่หลับไหลซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแข็งจะฟื้นคืนชีพมาทำลายมนุษยชาติ มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ใครในเมืองไทยกำลังศึกษาอยู่ และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต คนไทยจะยังอยู่อาศัยในประเทศไทยได้ใหม เราต้องอพยพออกจากกรุงเทพฯ ไปอยู่เมืองใหม่ จริงหรือ

ว่ากันเรื่องหลักฐานของน้ำทะเล นักธรณีวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกด้วยวิธีต่างๆ ได้ศึกษาตะกอนที่อยู่ใต้ดิน เพื่อวิเคราะห์ว่าน้ำทะเลเคยท่วมและได้ลดระดับลงมา นั้นจริงหรือ  จากการเจาะสำรวจในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน บางประกง ป่าสัก ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มภาคกลางขนาดใหญ่ พบว่า ลึกลงไปจากหน้าดินปัจจุบันประมาณ 4-5 เมตร จะพบดินเหนียวทะเล  ดินเหนียวทะเลที่ว่านี้เป็นอย่างไร ต่างจากดินเหนียวท้องนาอย่างไร

ดินเหนียวทะเล ก็คือดินเหนียวที่มีเนื้อตะกอนเนียนละเอียดสีเขียวอมเทา เกิดจากตะกอนทะเลในอดีตตกตะกอนอย่างช้าๆ ในสภาพที่คลื่นลมสงบ ลองนึกถึงเวลาไปเที่ยวดอนหอยหลอดแล้วมีเลนเละๆ แล้วเลนเหล่านั้นก็ค่อยๆ แข็งขึ้นเป็นดินเหนียว โดยขอบเขตของดินเหนียวทะเลพบได้ที่อยุธยา สุพรรณ ปราจีนบุรี ทำให้พิสูจน์ได้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อ5000-6000 ปีก่อน แถวนี้เคยเป็นทะเลโคลน ส่วนตะกอนชั้นที่เหนือจากดินเหนียวทะเลก็คือดินตะกอนปากแม่น้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำสายหลักแล้วตกตะกอนทับเหนือดินเหนียวทะเลอีกที

การที่พบว่าอยุธยา สุพรรณ ปราจีนบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เคยเป็นทะเลมาก่อน และมีหลักฐานเมื่อปี พ.ศ. 2563 ได้มีการพบซากกระดูกวาฬโบราณอายุ 3800 ปี ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งห่างจากทะเลปัจจุบัน 12 กิโลเมตร ก็เป็นอีกปัจจัยที่บอกว่าทะเลเคยอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่า ระดับน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงจริง ทั้งที่เคยสูงกว่าระดับน้ำทะเลปัจจุบัน และเคยลดต่ำลงขนาดที่อ่าวไทยแห้งเป็นแผ่นดินสามารถเดินไปเที่ยวอินโดนีเซียได้ ก็เคยเกิดมาแล้ว และคนเราจะต้องกังวลไปทำไม มันก็แค่วัฏจักรโลกที่ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เท่านั้นเอง

นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานทางธรณีวิทยาอื่นๆ ที่สอดรับกันอีก เช่น หลักฐานการเกิดสันทรายเก่าบนบก ถ้าใครไปเที่ยวทะเลแล้วสังเกตดีๆ จะเห็นว่าหาดทรายที่เราไปเที่ยวจะเป็นหาดทรายในแนวยาวต่อเนื่องกัน ในอดีตก็เช่นกัน ที่มี หาดทรายเหมือนที่เราไปเที่ยวอยู่ในวันนี้ แต่เมื่อระดับน้ำทะเลลดลงก็ทิ้งหาดทรายเดิมไว้ และไปสร้างหาดทรายชุดใหม่ที่ระดับน้ำใหม่ๆ และเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงอีก ก็ไปทิ้งหาดทรายชุดใหม่ไว้อีก เช่น ตัวเมืองนครศรีธรรมราช

ถ้าท่านดูจาก Google Map จะเห็นเป็นแนวยาวขนานกับชายฝั่งปัจจุบัน นั่นคือตัวเมืองนครศรีธรรมราชทั้งเมืองตั้งอยู่บนสันทรายเก่าที่วางตัวเป็นแนวยาวขนานหาดทรายปัจจุบัน ที่เกิดจากน้ำทะเลลดระดับลงไป หรือถ้าท่านไปเที่ยวจังหวัดพังงา กระบี่ เห็นหน้าผาหิน หรือเขาตาปู มีรอบคอด มีรอยของการกัดเซาะหน้าผาหินในรูปแบบต่างๆ นั่นก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่บอกว่าระดับน้ำทะเลบนโลกนี้ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งขึ้นและลง  ทั้งช้าและเร็ว

ครั้งนี้ ได้รู้จักหลักฐานการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลกันแล้ว เมื่อไหร่หมดโควิด ได้มีโอกาสไปเที่ยวแถวอยุธยา สุพรรณ ลองมองหาหลักฐานว่าทะเลเคยรุกไปถึงที่นั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง หรือถ้าไปเที่ยวอ่าวไทยแถวระยอง ประจวบคีรีขันธ์  นครศรีธรรมราช ลองหาดูสิว่า เจอหาดทรายเก่าที่เป็นสันทรายที่ห่างจากหาดปัจจุบันกี่กิโลเมตร หรือมีโอกาสไปดูโครงกระดูกวาฬที่พบอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะตามวัดในภาคกลางที่ไม่ติดทะเล  ทำไมจึงพบโครงกระดูกวาฬและสัตว์ทะเล เช่น เปลือกหอยนางรม หรือลองค้นพบรอยน้ำทะเลที่กัดกร่อนหน้าผาหินตามชายฝั่งทะเลอันดามัน แล้วท่านเชื่อหรือยังว่า น้ำทะเลเคยขึ้นสูงกว่าปัจจุบัน  ท่วมกรุงเทพฯ ทั้งเมืองไปถึงอยุธยามาแล้ว