เปรียบเทียบการปฏิรูปการเมืองการปกครองญี่ปุ่น-ไทย(ตอนที่สิบเอ็ด):พรรคเสรีนิยมญี่ปุ่น

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 14:21 น.
เปรียบเทียบการปฏิรูปการเมืองการปกครองญี่ปุ่น-ไทย(ตอนที่สิบเอ็ด):พรรคเสรีนิยมญี่ปุ่น
โดย...ไชยันต์ ไชยพร 

***********

จากตอนที่แล้ว ได้เล่าเรื่องการเลือกตั้งครั้งแรกของญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2433 หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกได้หนึ่งปี มีผู้ลงสมัครแข่งขันจำนวน 1243 คน มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ออกไปใช้สิทธิ์  422,594 คนจากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 450,872 คน ดังนั้น ผู้ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรกมีจำนวนมากถึงร้อยละ 93.73

ในการเลือกตั้งครั้งแรกของญี่ปุ่น มีผู้สมัครจับกลุ่มกันเป็นพรรคการเมืองแล้ว มีทั้งหมด 4 พรรคและมีที่ไม่สังกัดพรรค หรือเป็นผู้แทนอิสระ พรรคการเมืองทั้งสี่นี้ได้แก่

พรรค Jiyuto หรือพรรคเสรีนิยมมี ส.ส. 130 คน

พรรค Taiseikai หรือ “Great Achievement Society”  (สังคมที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่) มี ส.ส. 79 คน

พรรค Rikken Kaishinto หรือ “Constitutional Reform” (พรรคปฏิรูปการปกครอง) ได้ 41 ที่นั่ง

พรรค Kokumin Jiyuto หรือ “National Liberal Party” (พรรคเสรีนิยมแห่งชาติ) มี ส.ส. 5 คน

นอกนั้นเป็น ส.ส. ไม่สังกัดพรรคอีก 45 คน

รวมแล้ว 300 คนเป็นจำนวนที่กำหนดไว้สำหรับสมาชิกสภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับแรกของญี่ปุ่น พ.ศ. 2432 ที่ออกแบบตามรัฐธรรมนูญของปรัสเซียในขณะนั้น

หลายคนอาจจะแปลกใจว่า เหตุใดในการเลือกตั้งครั้งแรกของญี่ปุ่น จึงมีการรวมตัวกันเป็นพรรคการเมืองตั้งหลายพรรค พรรคเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อไร ?  เกิดมาก่อนหน้าการเลือกตั้งนานมากน้อยแค่ไหน ? หรือตั้งขึ้นมาแบบเฉพาะหน้าเฉพาะกิจแบบพรรคการเมืองหลายพรรคอย่างที่เป็นอยู่ในบ้านเราปัจจุบัน

ขอเริ่มจากพรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จได้ ส.ส. มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งแรก นั่นคือ พรรคเสรีนิยมหรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Jiyuto (จิ ยู โท)  แม้ว่าในการแปลและตามความเข้าใจทั่วไป พรรคจิยูโทคือ พรรคเสรีนิยม แต่ถ้าพิจารณาตัวคันจิ นั่นคือ 自由党  น่าสนใจศึกษาว่าคำคันจิแต่ละตัวนี้ แปลว่าอะไร ? แล้วไปๆมาๆ ไฉนมันไปแปลเป็น “เสรีนิยม” ได้อย่างไร ?

แน่นอนว่า เมื่อมีปัญหากับภาษาญี่ปุ่น คงไม่พ้นต้องไปถาม รศ. ดร. ศุภชัย ศุภผล หรือ อาจารย์ได ลูกครึ่งญี่ปุ่นไทยที่ยังสนใจศึกษาภาษาแม่ของตัวเอง (ภาษาแม่จริงๆ เพราะแกมีคุณแม่เป็นชาวญี่ปุ่น)

อาจารย์ไดแกไปค้นแล้วอธิบายว่า 自 จิ เเปลว่า ตัวเอง  由 ยู เเปลว่า เหตุผล สาเหตุ ต้นกำเนิด 党 โท เเปลว่า พรรค หรือ กลุ่มก้อน   และเมื่อเอาคำว่า จิ กับ ยู มารวมกัน จะได้ 自由 จิยู เเปลว่า เสรี อิสรภาพ

แต่ผมฟังแล้วก็ยังงงๆอยู่ว่า เพราะอะไร จิ ที่แปลว่า ตัวเอง เมื่อมารวมกับ ยู ที่แปลว่าเหตุผล มันจึงกลายเป็น เสรี อิสรภาพ ได้ยังไง ? 

อาจารย์ไดแกเลยตอบข้อสงสัยว่า การให้ความสำคัญต่อการใช้เหตุผลของตัวเองสะท้อนถึง เสรีภาพของแต่ละคน เมื่อผมได้ยินคำตอบนี้ ก็เข้าใจทันที เพราะเสรีนิยมให้ความสำคัญกับเสรีภาพของปัจเจกบุคคล และการใช้เสรีภาพของปัจเจกบุคคลก็ย่อมหมายถึง แต่ละคนใช้เหตุผลของตัวเอง มีเสรีภาพที่จะคิด จะใช้เหตุผลของตัวเอง แม้ว่าคนอื่นอาจจะมองว่ามันไม่มีเหตุผล แต่ทุกคนถือว่า “มีเหตุผลของตัวเอง” และถ้าเชื่อว่า แต่ละคนมีเหตุผลของแต่ละคน และไม่มีของใครผิดของใครถูก ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ความถูกผิดหรือเหตุผลอันไหนถูก แต่ความสำคัญคือ การยอมรับและให้ทุกคนแต่ละคนคิด แสดงความเห็นและใช้เหตุผลของแต่ละคน  และเมื่อไม่มีของใครผิดของใครถูก  ทุกคนจึงเท่ากันหรือเสมอภาค ซึ่งที่ว่ามานี้ ก็คือ แก่นของเสรีนิยมนั่นเอง 

ดังนั้น คำว่า Jiyuto (จิ ยู โท)  ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า เสรีนิยม จึงมาจากความหมายตรงตัวว่า “พรรคที่เชื่อในเหตุผลของตัวเองหรือแต่ละคน”  ฟังแล้ว ไม่ธรรมดานะครับ ต่างจากภาษาไทยที่ใช้ว่า “เสรีนิยม” ที่ฟังแล้ว ก็ให้นึกถึงความนิยมในเสรีภาพเฉยๆ  แต่ไม่ได้ลงไปอย่างภาษาญี่ปุ่นที่ว่า “เชื่อในเหตุผลของแต่ละคน” ทีนี้ กลับมาดูว่า พรรคจิ ยู โท หรือ “พรรคที่เชื่อในเหตุผลของตัวเองหรือแต่ละคน”  เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อไร ?  คำตอบพื้นฐานนี้ หาได้ง่ายครับ ในวิกิพีเดียก็มี และพบว่า พรรค จิ ยู โท เริ่มก่อตั้งขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2424 ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะมีรัฐธรรมนูญถึง 8 ปี   แปลว่า มีคนญีปุ่นที่กระตือรือร้นสนใจมารวมตัวกันเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน นั่นคือ อุดมการณ์เสรีนิยม และอย่างที่บอกไปในตอนที่แล้วว่า หัวหน้าพรรคนี้ชื่อ อิตางากิ ไทสุเกะ  จิยูโทถือเป็นพรรคการเมืองเสรีนิยมพรรคแรกของญี่ปุ่น  

อิตางากิ ไทสุเกะ ผู้ก่อตั้งพรรคเสรีนิยม

แต่ก่อนที่ อิตางากิ ไทสุเกะ จะมาเป็นหัวหน้าพรรค จิ ยู โท เขาและสมัครพรรคพวกในพรรคเสรีนิยมเคยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน นั่นคือ  “กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน”  (Freedom and People’s Rights Movement) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า “กลุ่มรณรงค์เรียกร้องให้มีสภาแห่งชาติ” 

เมื่อจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองในปี พ.ศ. 2424 (ขณะนั้น สยามกำลังเริ่มมีความคิดที่จะปฏิรูประบบราชการแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ห้า) พรรคจิยูโทมีอุดมการณ์สำคัญคือ ต้องการให้การเมืองญี่ปุ่นมีอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย ภายใต้ระบอบการปกครอง “พระมหากษัตริย์หรือราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ”  คนที่สนใจมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคือ พวกอดีตซามูไร  เหตุผลที่พวกอดีตซามูไรสนใจพรรคเสรีนิยมเพราะพวกเขาไม่พอใจกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมญี่ปุ่นที่ทำให้พวกเขาไม่ได้เป็นชนชั้นนำอีกต่อไป และยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล (ในตอนก่อนๆ เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า ตามจารีตประเพณีของญี่ปุ่น ซามูไรจะไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน แต่มีค่าครองชีพที่ได้รับจากโชกุน)  พรรคจิยูโทมุ่งรณรงค์ให้ซามูไรมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและต้องการให้มีสภาที่มาจากการเลือกตั้งในแต่ละเขตในท้องถิ่นต่างๆ

เมื่อเกิดพรรคจิยูโทหรือพรรคเสรีนิยมขึ้นในปี พ.ศ. 2424  รัฐบาลเมจิในขณะนั้นเริ่มเกิดความระแวงสงสัยและม่แน่ใจว่าพรรคจิยูโทที่ยึดมั่นในอุดมการณ์เสรีนิยมจะต้องการให้คงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่จริงๆหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าพรรคจะมีแนวโน้มที่ต้องการให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ  สาเหตุที่ทำให้เกิดความระแวงก็คือ สมาชิกพรรคในท้องถิ่นและในพื้นที่ชนบทเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวนาให้ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลของสมเด็จพระจักพรรดิ  เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นจุดอ่อนของพรรค  และในช่วงก่อนที่จะเกิดกบฏชาวนาที่รู้จักกันในนามของ “เหตุการณ์ชิชิบุ” ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2427  สมาชิกพรรคจิยูโทได้รีบลงคะแนนเสียงมีมติให้ยุบพรรคตัวเองไปในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2427  เพราะไม่ต้องการให้ได้ชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกบฏชาวนาชิชิบุ 

พรรคจิยูโทน่าจะประเมินสถานการณ์การลุกฮือของกบฏชาวนาว่าน่าจะร้ายแรงและจะส่งผลกระทบต่อพรรคและสมาชิก ซึ่งก็เป็นความจริง เพราะกบฏชิชิบุเป็นการก่อกบฏครั้งใหญ่และกินเวลาถึงสองสัปดาห์กว่าจะยุติ และพื้นที่ที่เกิดกบฎคือ ไซตามะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงด้วย  สาเหตุที่ชาวนาก่อกบฎก็เพราะไม่พอใจต่อนโยบายการปฏิรูปของการฟื้นฟูเมจิที่ล้มโชกุนและให้จักรพรรดิกลับมีอำนาจและปฏิรูปญี่ปุ่นให้ทันสมัยเพื่อรับมือกับชาติมหาอำนาจตะวันตก 

จากเหตุการณ์กบฏชาวนา พรรคจิยูโทช่วงแรกจึงมีอายุได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

ทีนี้ พรรคจิยูโทจะมีความคิดเป็นสาธารณรัฐจริงๆมากน้อยแค่ไหน คงต้องไปดูที่ตัวแกนนำพรรค ซึ่งนอกจาก อิตางากิ ไทสุเกะ ที่เป็นหัวหน้าพรคแล้ว ยังมีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆในพรรค คือ นากาจิมะ โนบุยูกี เป็นรองหัวหน้าพรรค และสมาชิกระดับแกนนำได้แก่ โกโตะ โชจิโร, บาบะ ทัตซูอิ, เทโจะ ซึฮีโระ, ยูกิเอโมริและนากาเอะโชมิน

 นากาจิมะ โนบุยูกิ

    โกโตะ โชจิโร  

  บาบะ ทัตซูอิ 

 เทโจะ ซึฮีโระ  

   ยูกิ เอโมริ  

     นากาเอะ โชมิน

ตอนหน้า เราจะมาไล่เรียงประวัติของบรรดาแกนนำพรรคดูว่า มีความเป็นไปได้ตามที่รัฐบาลเมจิตั้งข้อระแวงหรือไม่ ? แล้วพรรคจิยูโทกลับมาตั้งใหม่เพราะอะไร ?  และเมื่อชนะเลือกตั้งครั้งแรกของญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2433 แล้ว มีทีท่าว่าจะนำพาญี่ปุ่นไปเป็นสาธารณรัฐหรือเปล่า ?