"เอ้ สุชัชวีร์"โชว์วิสัยทัศน์แก้น้ำท่วมใช้ความทันสมัยช่วยจัดการ

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 16:27 น.
"เอ้ สุชัชวีร์"โชว์วิสัยทัศน์แก้น้ำท่วมใช้ความทันสมัยช่วยจัดการ
เลิกทนกับปัญหาซ้ำซาก"เอ้ สุชัชวีร์" หาเสียงคลองเตย เผยเรื่องน้ำท่วมปัญหาใหญ่คนกรุง ต้องใช้ความทันสมัยช่วยจัดการ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ลงพื้นที่เขตคลองเตยพร้อมผู้สมัคร ส.ก. นายปานชัย แก้วอัมพรดี หมายเลข 6 โดยได้ให้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวทางแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ถ้าผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ที่เข้ามาแล้วคิดเหมือนเดิม ทำแบบเก่า ปัญหาน้ำท่วม 4 ปี จะหนักกว่านี้ เพราะฝนไม่ได้ตกน้อยลง ขอให้คนกรุงเทพฯ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เพราะมีการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่า การทำแบบเดิมๆ นี้ เราเสียเงินงบประมาณไปทุกปีแล้วไม่ได้ประโยชน์ ตนมาตรงนี้เพื่ออาสานำสิ่งที่ดีๆ ของบ้านเมืองอื่นมาทำที่กรุงเทพฯ บ้าง ไม่เช่นนั้นก็ไม่กล้าประกาศตัวเป็นผู้ว่าฯ ที่ขอแค่ลอกท่อ ลอกคลอง เพราะยังไงก็ช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งกรุงเทพฯ รอผู้ว่าฯ คนใหม่ที่มาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ เรามาเริ่มต้นทำสิ่งที่ถูกต้องกันซักที ไม่เช่นนั้นกรุงเทพฯจมแน่

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นวานนี้มีรถติด ต้องอยู่บนท้องถนน 2-3 ชั่วโมง และมีน้ำท่วมขัง สัญจรไปมาไม่สะดวกนั้นรู้สึกอย่างไร “เอ้ สุชัชวีร์” กล่าววว่า ตนรู้สึกแค้นใจว่าความจริงแล้ว ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้หนักหนาเท่ากับบ้านอื่นเมืองอื่นที่เขาเจอเคยเจอหนักกว่าเรา เรามาถึงวันนี้ได้อย่างไร และเรากำลังหาเสียงด้วยความคิดแบบเดิม เพราะวันนี้มันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเรื่องน้ำท่วมนั้นเป็นภัยที่ชี้ชะตาคนกรุงเทพฯ ในอนาคต หากเราปล่อยเรื่องนี้ไปตัวเรา ตัวท่านอาจทนได้ แต่ลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร

“วันนี้ต้องเริ่มต้นใหม่เกี่ยวกับแผนการจัดการน้ำท่วมที่ทันสมัยทันยุค ถึงจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ นี่ยังไม่ได้พูดถึงน้ำทะเลหนุนซึ่งหนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน แค่น้ำฝนเราก็ไม่รอด เมื่อน้ำทะเลหนุนขึ้นมาประจวบกับน้ำเหนือบ่าลงมา แล้วลูกหลานเราจะอยู่ตรงไหน ไม่ใช่คนหาเสียงเป็นผู้ว่าฯ จะทำเรื่องนี้ได้ทุกคน เรื่องนี้เป็นงานเฉพาะ เป็นงานที่ต้องใช้พลัง ความรู้ทางด้านวิศวกรรม ด้านวิชาการมาต่อสู้ ผมเอาพลังของผม เอาสิ่งที่ผมทำมาทั้งชีวิต ผมตั้งใจจะเป็นผู้ว่าฯ ที่แก้ปัญหาน้ำท่วมให้ได้ บ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำได้ คนไทยก็เก่งไม่แพ้เขา ผมมั่นใจว่าเปลี่ยนกรุงเทพฯ เรื่องน้ำท่วม #เราทำได้”

พร้อมกับเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อวานหลายเขตบอกว่าไม่มีคนไปเปิดประตูน้ำ กับเครื่องสูบน้ำ ที่บางกอกน้อยก็ฟ้องมา วันนี้เรายังทนแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ระบบอัตโนมัติ บ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำกันหมดแล้ว ฝนตกมาเครื่องสูบน้ำ ประตูระบายน้ำทำงานอัตโนมัติ สอดประสานกันทันที แต่เมื่อเรารอคนมันก็ท่วมอย่างนี้ ซึ่งสิ่งที่ตนจะทำทันทีคือ ลงไปสังคายนาระบบเปิด-ปิดประตูน้ำ กับเครื่องสูบน้ำให้ทำงานประสานกันด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายไวไฟฟรี ที่นอกจากประชาชนจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น ตัว กทม. เองก็ใช้เครือข่ายนี้เพื่ออำนวยการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ทันท่วงที ประทังชีวิตคนกรุงเทพฯ ไปก่อนได้ และเป็นสิ่งที่ตนอยากทำ เพราะที่เห็นอยู่มันทำผิดไปหมดเลย สุดท้ายกรุงเทพฯ ย้อนยุคไปเป็นร้อยปีที่แล้ว กลายเป็นคลองไปหมดเลย เอาจะอยู่กันอย่างนี้ได้อย่างไร

สำหรับในโค้งสุดท้าย ผู้สมัครหลายคนได้เปิดกลยุทธ์หาเสียงอย่างเต็มที่ รู้สึกหวั่นไหวหรือไม่นั้น “เอ้ สุชัชวีร์” กล่าวว่า ตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้ แต่ตนได้ประกาศไว้ชัดว่า “ผม เอ้ สุชัชวีร์ เบอร์ 4 ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ มาพร้อมกับ ส.ก. 50 เขต 50 คน พรรคประชาธิปัตย์” ถ้าเราจะเริ่มทำงานให้พี่น้องประชาชน ก็ต้องเริ่มพูดความจริง ทำให้ชัดเจน

“พวกผมประกาศทุกเวที ทุกการให้สัมภาษณ์ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ไม่โกหก ไม่ปกปิด ผมตอบแทนคนอื่นไม่ได้หรอก ผมบอกได้แต่เพียงว่า ผมและทีมงาน เราตั้งใจจริงๆ แล้วเรากลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องไปเลย ที่มีวิสัยทัศน์ เปลี่ยนกรุงเทพเป็นเมืองสวัสดิการที่ทันสมัยต้นแบบอาเซียนพร้อมกัน เพราะผู้ว่าฯ ทำงานคนเดียวก็ไม่ได้ และผู้ว่าฯ ต้องมี ส.ก. สนับสนุนทั้งงบประมาณ แก้ข้อบัญญัติที่ล้าหลัง ช่วยคนกรุงเทพฯ ได้ ตรงนี้ผมมาพร้อมกับเสนอความจริง เสนอความชัดเจน และความมุ่งมั่นที่ผู้ว่าฯ ต้องมาพร้อมกับ ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ 50 เขต 50 คน”