"พนิต"เตือนหยุดปั่นกระแสเลือก"แพ็คคู่" ยัน ส่งส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทม.ทำงานได้

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 08:27 น.
"พนิต"เตือนหยุดปั่นกระแสเลือก"แพ็คคู่" ยัน ส่งส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทม.ทำงานได้
"พนิต" ยัน พรรคส่งส.ก. ไร้ผู้ว่าฯกทม. ทำงานอิสระ กลไกตรวจสอบเข้มแข็ง ลดฝ่ายการเมืองแทรกแซง ขอหยุดปั่นกระแสเลือก"แพ็คคู่" เชื่อแค่แผนทำลายล้างหลังรู้ตัวหมดทางสู้ มั่นใจคนกรุงฯหลอกไม่ได้

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.65 นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth - พนิต วิกิตเศรษฐ์  เรื่อง "พูดให้ครบอย่าหลอกคนกรุงเทพฯ ส่งส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทม.ทำงานได้"ว่า หลังจากอธิบายประเด็นผู้ว่าฯกทม.อิสระ โดยไม่มีส.ก.พ่วงท้ายสามารถทำงานได้ในโพสต์ที่ผ่านมา ส่วนโพสต์นี้ ผมในฐานะอดีตรองผู้ว่าฯกทม. ที่มีประสบการณ์ตรงกับการทำงานในฝ่ายบริหารกทม.และ สภาฯกทม. ขออธิบายถึงบทบาทของส.ก.สังกัดพรรค และไม่ส่งผู้ว่าฯกทม.ของตัวเอง จะสามารถทำงานได้หรือไม่

หลังมีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า "ไม่สามารถทำงานได้" ในขณะที่สนามเลือกตั้งกทม.ครั้งนี้หลังห่างหายไป9 ปี มีหลายพรรคการเมืองที่ส่งส.ก.แต่ไม่ส่งผู้ว่าฯกทม. เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยยูไนเต็ด และพรรคกล้า เป็นต้น

ประเด็นดังกล่าวนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เปรียบดังเหรียญที่มีสองด้าน ส่วนข้อดี หากพรรคการเมือง ส่งส.ก. และ ผู้ว่าฯกทม. คือทำงานเป็นทีม และผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่หาเสียงไว้ ทำนอง "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" และสมมุติว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งผู้ว่าฯกทม. ส.ก. และ พรรคการเมืองจะต้องร่วมรับผิดชอบ จะชิ่งหนีเอาตัวรอดไม่ได้

แต่ก็มีข้อเสียที่สังคมอาจไม่รู้ คือผู้ว่าฯกทม. จะมีความเกรงใจจาก ส.ก.บางคนในพรรคเดียวกันเพราะอาจถูกเครมว่าได้ตำแหน่งมาเพราะพวกเขา รวมทั้งการครอบงำ และแรงกดดันต่างๆ จากพรรคการเมือง และนักการเมือง

ขณะเดียวกันระบอบการตรวจสอบอาจเป็นแบบขอไปที และบางเรื่องอาจถูกสังคมมองว่าเอื้อประโยชน์ และต่างตอบแทนซึ่งกันและกันเพราะเป็นพวกพ้องที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกัน จึงละเว้นการตรวจสอบกันเองใช่หรือไม่

แตกต่างจาก ส.ก. ที่ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จะช่วยทำงานในศาลาว่าการกทม.โปร่งใส เพราะมีกระบวนการตรวจสอบกันและกันอย่างเข้มข้น ไม่ต้องกังวลหรือติดค้างอะไรกัน ภายใต้กลไกการทำงานในสภาฯกทม.

โดยเฉพาะ ส.ก. ต่างพรรค และผู้ว่าฯกทม.อิสระ สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณของกทม. ที่มีปีละประมาณ8 หมื่นล้านบาทได้ใช้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และยังสามารถเข้าไป ทลายแดนสนธยาต่างๆใน กทม. ตลอดจนการผลักดันงานฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพ อย่างแท้จริงได้ และ ยังลดการแทรกแซงระหว่างกันอีกด้วย เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถทำงานได้อย่างอิสระ

ส่วนเรื่องนโยบายแม้ไม่มีผู้ว่าฯกทม.ของตัวเอง ก็ผลักดันได้ และเชื่อว่าหากส.ก.นำเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชาวกรุงเทพฯ พ่อเมืองกทม.คนไหนก็ไม่กล้าปฏิเสธ ในทางกลับกันก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วย และส.ก.เหล่านี้ก็พร้อมจะอนุมัติงบประมาณไปให้ในสิ่งที่เขาสนับสนุน และที่ผ่านมาช่วงหาเสียง ก็เห็นมีแคนดิเดตส.ก.บางพรรค โชว์นโยบายหาเสียง สอดคล้องกับ แคนดิเดต ผู้ว่าฯกทม.อิสระบางคน เช่น นโยบาย "ผู้ว่าฯกลางคืน" เป็นต้น

ฉะนั้นในช่วงโค้งสุดท้าย ความพยายามที่จะปั่นกระแสว่า เลือกผู้ว่าฯกทม. ต้องพิจารณา ส.กพรรคการเมืองเดียวกันเท่านั้น เพราะมิเช่นนั้นจะทำงานไม่ได้ จึงไม่เป็นความจริงเสมอไป แต่ในส่วนตัวเชื่อว่า "ความเป็นอิสระต่อกัน" จะสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

"จึงขอให้ผู้มีความพยายามดังกล่าวต้องพูดความจริงให้ครบถ้วน หยุดสร้างความสับสน หรือแท้จริงแล้วผู้พูด นอกจากไม่มีประสบการณ์ ยังหวังผลบางประการ เพราะเห็นว่าฝ่ายตัวเองไม่สามารถชนะด้วยวิถีปกติได้ จำเป็นต้องออกมาทำลายล้างคู่แข่ง รวมทั้งสร้างวาทกรรมบางอย่างออกมา ซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ รู้ทันและไม่ยอมให้ใครมาหลอกด้วยข้อมูลที่ไม่รู้จริง และไม่สร้างสรรค์อีกต่อไป" นายพนิตกล่าว

#ส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทมทำงานได้#อย่าหลอกชาวกรุงเทพฯ!#หยุดวาทกรรมทำลายล้าง