"สุชัชวีร์" ผนึกทีม ส.ก. 50 เขต เดินหน้าเปลี่ยนกรุงเทพฯ ลั่น“ไม่โกหก-ไม่ปกปิด-ไม่คิดคอร์รัปชั่น”

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 11:07 น.
"สุชัชวีร์" ผนึกทีม ส.ก. 50 เขต เดินหน้าเปลี่ยนกรุงเทพฯ ลั่น“ไม่โกหก-ไม่ปกปิด-ไม่คิดคอร์รัปชั่น”
"เอ้ สุชัชวีร์" จัดเวทีปราศรัย ผนึกทีม ส.ก. 50 เขต เดินหน้าเปลี่ยนกรุงเทพฯ ลั่น“ไม่โกหก-ไม่ปกปิด-ไม่คิดคอร์รัปชั่น”

เมื่อวันที่13 พค. 65 พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 จัดเวทีปราศรัย "ทีมสุชัชวีร์ สะพานสูง บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง #เราทำได้" ที่สวนสาธารณะหมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง โดยบรรยากาศรอบเวทีปราศรัยมีความคึกคักเป็นอย่างมาก ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเข้าร่วมรับฟังเต็มพื้นที่ นอกจากนี้การปราศรัยในวันนี้ยังได้เผยแพร่ผ่านเพจ “เอ้ สุชัชวีร์” เพจ Modern BKK และเพจพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย

เมื่อการปราศรัยเริ่มต้น “เอ้ สุชัชวีร์” มาพร้อมกับ “ทีมสุชัชวีร์” ผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 7 เขต ประกอบด้วย นายสมเกียรติ ปานดำ ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 2 เขตสะพานสูง นางนฤมล รัตนาภิบาล ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 6 เขตบางกะปิ นายปพนชัย สุวรรณทศ ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 4 เขตบึงกุ่ม นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 3 เขตประเวศ นางสาวมารีญา ฤกษ์ดี ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 6 เขตลาดกระบัง ดร.สุรภา ประยงค์ระวิกูล ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 4 เขตวังทองหลาง และ ร.ต.อ.ไพศาล มั่งมี ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 7 เขตสวนหลวง ตบเท้าขึ้นเวทีอย่างคับคั่ง

หลังจากนั้น นายกิตพล เชิดชูกิจกุล อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร อดีต ส.ก. ประชาธิปัตย์ 4 สมัย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ได้กล่าวถึงสิ่งสำคัญของการทำงานของผู้ว่าฯ ในฐานะผู้บริหารเมืองให้บรรลุตามนโยบายที่ได้หาเสียง ก็คืองบประมาณ พร้อมกับยกตัวอย่างข้อบัญญัติที่เสนอโดย ส.ก. ของพรรค ที่ได้เสนอข้อบัญญัติในเรื่องทรัพย์สินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกัน ซึ่งเป็นข้อบัญญัติเสนอขึ้นเพื่อปรับปรุงถนน จัดทำเส้นทางลัด และเข้าไปพัฒนาพื้นที่รกร้างให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน แต่ข้อบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงินจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าฯ ดังนั้น จึงจำเป็นที่ ส.ก. และผู้ว่าฯ ต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ผู้ว่าฯ ได้ทำงานตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้

“เลือก ดร.เอ้ เบอร์ 4 วันนี้เรามาเป็นทีม เรามีผู้สมัคร ส.ก. อีก 50 เขต เขตไหนเบอร์ไหน ฝากชาว กทม. ไว้ในอ้อมใจ เข้าคูหาเลือกทีมสุชัชวีร์ พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะได้ตัวแทนที่มีคุณภาพ ทำงานใกล้ชิดประชาชน เปลี่ยนกรุงเทพ #เราทำได้”

ทางด้าน นางฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง กรรมการบริหารพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตคลองสามวา พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อมาร่วมปราศรัยในครั้งนี้ ขอความสันติสุขจงประสบกับพี่น้องประชาชนทุกท่าน เราทุกคนมี 1 เสียงเท่ากันหมด ถ้าวันนี้เรามีโอกาสอย่างนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว วันนี้เราก็มี ดร.เอ้ เป็นผู้ว่าฯ ไปแล้ว แต่ด้วยเงื่อนไขของเวลา และกฎหมาย ในวันที่ 22 พ.ค. ที่จะถึงนี้ หลังจากที่ได้จ้องตา กับพี่น้องทุกศาสนิกวันนี้ เราต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือต้งอการเลือกผู้ว่าฯ ด้วยสองมือของเรา และไม่มีเหตุผลอื่นที่เราจะเลือกคนอื่น ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ไม่มีเจ้าของ แต่พี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของ เมื่อพรรคฯ ตัดสินใจส่ง “ดร.เอ้” มาเป็นทางเลือกให้ชาว กทม. พร้อมกับทีมคุณภาพที่พร้อมเดินไปศาลาว่าการ กทม. พร้อม ดร.เอ้

“ไม่มีงานการอะไรสำเร็จได้ด้วยอัศวินม้าขาว ไม่มีภารกิจอะไรที่จะมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายได้สมบูรณ์แบบ เท่ากับการมีผู้นำที่เข้มแข็ง หัวหน้าที่แข็งแกร่ง และผู้ถือธงเป็นผู้บริหาร กทม. ก็ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวคนเดียวได้ ดิฉันมั่นใจว่าอีก 2 อาทิตย์ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะลังเล ต้องเลือก ดร.เอ้ เลือก ส.ก. ของประชาธิปัตย์ทุกคนทุกเขต แล้วเราจะได้ผู้ว่าฯ ชื่อ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อย่างแน่นอน”

นอกจากนี้เวทีปราศรัย ยังได้รับเกียรติจาก คุณปู - จิตกร บุษบา ซึ่งเป็นนักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ได้เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุน “เอ้ สุชัชวีร์” หมายเลข 4 โดยได้ปราศรัยถึงความจริง 4 ประการ 1. กรุงเทพฯ ไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง คนเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องมองเห็นสิ่งนี้และใจกว้างพอที่จะนึกถึงทุกชีวิตที่อยู่ในกรุงเทพฯ และถึงเวลาที่จะต้องเอาเทคโนโลยี มายกระดับ เอาความเป็นเมืองเก่าเป็นต้นทุน แต่ต้องต่อยอด ไม่ใช้ให้กรุงเทพฯ แก่ต่อไป 2. ส.ก. ประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำ พวกเขาไม่ไปไหน มีความมั่นคง ไม่โลเล และไม่นั่งอยู่บ้านรอเทศกาลเลือกตั้งแล้วค่อยออกมา วิธีที่ให้กำลังใจพวกเขาคือ กาบาทเลือกเขาในวันที่ 22 พ.ค. เพราะ ส.ก. คือเสาเข็มที่แข็งแรงที่สุดของกรุงเทพฯ เพราะปักอยู่ใน 50 เขต และเสาเข็มนี้จะรองรับนโยบายและโครงการที่ผู้ว่าฯ กทม. จะทำให้เกิดขึ้น 3. ความเหมือนของ “ดร.เอ้” กับ “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” คือไม่ได้มองกรุงเทพฯ ในมุมเดิมๆ แต่กรุงเทพฯ มีศักยภาพที่จะพัฒนา ไม่ได้สายตาสั้นที่มองแต่ในบ้าน แต่มองไประดับโลกแล้วเห็นว่า กทม. ทำได้ และเคยทำมาแล้วทั้งการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4. ขณะนี้มียุทธการปลุกระดมว่าเราต้องเลือกเชิงยุทธศาสตร์ แต่ถ้าคิดในนามเมืองกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ต้องวางยุทธศาสตร์อะไร เพราะผู้ว่าฯ ต้องมีทีม แต่ต้องคิดให้ไกลกว่านั้น ไม่ใช่มุมเดิมๆ ไม่ต้องไปแยกกันเดิน แล้วไปรวมกันทีหลัง

จากนั้นไฮไลท์สำคัญของการปราศรัยวันนี้ “เอ้ สุชัชวีร์” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีมาพร้อมกับความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ “กรุงเทพ เมืองสวัสดิการ ที่ทันสมัย ต้นแบบอาเซียน” เปลี่ยนกรุงเทพ #เราทำได้ โดยได้เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นของความจริงที่วันนี้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมกับ ทีม ส.ก. ทั้ง 50 คน 50 เขต พร้อมกับแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ไม่พูดโกหก ไม่ปกปิด และไม่คิดคอร์รัปชั่น

“วันนี้ท่านจะรักหรือไม่รักประชาธิปัตย์ แต่สิ่งหนึ่งที่จะว่าประชาธิปัตย์หรือจะว่าผมไม่ได้ เพราะเราไม่เคยโกหก ถ้าท่านจะรักใครสักคนจะรักที่ตรงไหน ท่านจะรักคนที่เขาพูดความจริง เริ่มต้นก้าวแรกก็ต้องพูดความจริง ขอโอกาสให้ผมและ ส.ก. 50 คน 50 เขตของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคนที่พูดความจริง ย่อมเป็นความจริงเสมอ ถ้าไม่เริ่มต้นด้วยความจริงแล้ว ท่านจะหวังอะไรได้”

ปัญหาของกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่ครอบคลุมพื้นที่ย่านพระโขนง บางกะปิ ประเวศ มีนบุรี มีปัญหาสำคัญคือปัญหาน้ำท่วม เพราะพื้นที่นี้คือแนวคันกั้นน้ำ ประกอบกับถนนศรีนครินทร์ โดยเฉพาะแยกลำสาลี และแยกกรุงเทพกรีฑา ถึงคลองกะจะ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อฝนตกจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง กทม. ไม่มีการลอกท่อ ลอกคลองอย่างจริงจัง ไม่มีการวางแผนระบบระบายน้ำ อีกทั้งยังมีปัญหาขยะและผักตบชวา

“ผมนั่งเรือคลองประเวศ กับท่านกิตพล คลองประเวศก่อนจะถึงสถานีสูบน้ำพระโขนง ก่อนถึงวัดคุณย่านาค ตรงนั้นเขื่อนยังทำไม่เสร็จเลย คิดไม่ครบทำไม่จบ สุดท้ายเขื่อนที่ทำไม่เสร็จนี้ทำให้น้ำไปไม่ถึงเจ้าพระยา คนรับกรรมคือคนกรุงเทพฯ ตะวันออก แบบนี้ยังจะทำแบบเก่าๆ อยู่อีกเหรอ คนหนุ่มมีพลัง มีความรู้ ไม่ใช่ใครก็บริหารกรุงเทพฯ ได้ มันไม่ใช่งานการเมือง แต่ผู้ว่าฯ เข้ามาเป็นช่าง เอาคนไม่มีความรู้เป็นช่างจะแก้ปัญหาได้ยังไง”

ปัญหาอีกเรื่องที่คนกรุงเทพตะวันออกต้องประสบคือ รถติด ถนนเละเทะ เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้า แม้จะเห็นด้วยกับการมีรถไฟฟ้า แต่ไม่มีบ้านเมืองไหนก่อสร้างแล้วเอาถนนไป 2 เลน ถ้ามีผู้ว่าฯ ชื่อ สุชัชวีร์ จะไปทวงผิวทางจราจรให้คืนมา ชีวิตพี่น้องประชาชนดีขึ้นทันที เมื่อไปดูเรื่องฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะเขตบึงกุ่ม หนองจอก บางกะปิ ลาดกระบัง 4 เขตนี้มีค่าเฉลี่ย PM 2.5 สูงที่สุดในกรุงเทพ เพราะมีถนนวงแหวนรอบนอกที่รถบรรทุกใช้วิ่งเลี่ยงเมือง และยังมีการก่อสร้าง ถมดินอยู่ตลอด รวมถึงการเผาขยะ และมีโรงงานอุตสาหกรรม การติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้และป้องกันตัวเอง ขณะที่ตัวผู้ว่าฯ กทม. สามารถใช้ติดตามและวัดผลการทำงานของเขตได้อีกด้วย

“ผมจะให้ดูเลยว่ารถสิบล้อที่ปล่อยควันดำ ทำให้ตายจริงๆ ฝุ่นเข้าร่างกายจะอยู่ตลอดไป ท่านจะเห็นผู้ว่าฯ เอาจริงเอาจังกับการก่อสร้างที่ไร้ความรับผิดชอบ ผมเป็นห่วงลูกๆ ของพี่น้องทุกคน ปัญหาการจราจรกรุงเทพตะวันออก จะมีผู้ว่าฯ ชื่อสุชัชวีร์มาแก้ปัญหาให้อย่างเบ็ดเสร็จ”

“เอ้ สุชัชวีร์” ได้กล่าวถึง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณว่า ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ท่านกับตนมีความเหมือนกันในเรื่องของโอกาสที่ได้ศึกษาต่อ ดังนั้นมีโอกาสเมื่อไหร่เราต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน และสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงคือการศึกษาของลูกหลานของเรา แต่ทำไมโรงเรียนใน กทม. ถึงเป็นแบบนี้ เพราะเราไม่มีผู้ว่าฯ ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ซึ่งสวัสดิการที่ดีที่สุดคือสวัสดิการด้านการศึกษา ตนมีความตั้งใจจะเป็นผู้ว่าฯ การศึกษาของ กทม. ให้ได้

“ผู้สมัครทุกคนพูดว่าจะทำเรื่องการศึกษา แต่ในชีวิตเคยทำเรื่องการศึกษามาบ้างมั้ย แต่วันนี้เวทีปราศรัยต้องพูดความจริง คนที่ทำการศึกษามา อยู่ตรงนี้ ชื่อสุชัชวีร์ เบอร์ 4 ผมจะดูแลลูกๆ ไม่ใช่ขอไปที แต่ให้ดีที่สุด ไม่แพ้ใครในโลก อย่าไปเลือกคนอื่นเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไง”

“เอ้ สุชัชวีร์” ยังกล่าวถึงเรื่องสาธารณสุขของชาวกรุงเทพตะวันออกว่า จากการลงพื้นที่ 50 เขต พบว่าทุกบ้านมีผู้สูงอายุ ตนจึงตั้งใจยกระดับโรงพยาบาล และศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อให้มีโรงพยาบาลถึง 80 แห่ง ในต่างประเทศเขาไม่มีโรงพยาบาลใหญ่ขนาดนั้น แต่จะมีขนาดเล็ก ทำให้ผู้มาใช้บริการแทบไม่ต้องรอคิว

“ในชั่วชีวิตหนึ่งต้องทำให้ถูกต้อง ตรงไปตรงมา จะแพ้ชนะไม่เป็นไร แต่ขอให้ได้พูดความจริง ท่านเห็นพลังและความจริงใจของผม ท่านเห็นประสบการณ์ เห็นความรู้ ความมุ่งมั่นแล้ว ไม่มีข้อกังขา แต่วันนี้สิ่งที่ได้เห็นคือความจริงที่ประชาธิปัตย์ส่ง ส.ก. ทั้ง 50 คน 50 เขต วันนี้ตะโกนไปเลยให้เข้าคูหากาผู้ว่าฯ เบอร์ 4 และ ผู้ว่าฯ ทำงานคนเดียวอย่ามาพูดเลย มันเป็นไปไม่ได้ วันนี้ท่านต้องเลือกอนาคต กทม. เพราะ 4 ปี เด็กจากอนุบาลเข้าประถม ผู้สูงอายุจะไหวมั้ย อีก 4 ปี น้ำจะท่วมลาดกระบังจมไปแค่ไหน แต่ถ้าเลือกสุชัชวีร์ พร้อม ส.ก. 50 เขต 50 คน มั่นใจได้เลย จะรักหรือไม่รัก แต่ไว้ใจได้ว่าท่านเลือกคนมาทำงาน ต้องไว้ใจคนพูดความจริง ไว้ใจคนที่มาพร้อมกับทีมงาน และวิสัยทัศน์ เปลี่ยนกรุงเทพให้เป็นเมืองสวัสดิการ ที่ทันสมัย ต้นแบบของอาเซียนให้ได้”

ทั้งนี้ “เอ้ สุชัชวีร์” ได้ทิ้งท้ายว่า ยังเหลือการปราศรัยอีก 2 เวที ที่ฝั่งธน บางขุนเทียน แล้วจะกลับมาใจกลางกรุงเทพฯ ที่สถานีหัวลำโพง และย้ำว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองสำหรับคนไทยทุกคน เราต้องดูแลกัน ฝากทุกท่านครั้งหน้าที่บางขุนเทียนรับรองเข้มข้นกว่านี้ ได้พลังแห่งความจริงใจมากกว่านี้ และวันนี้ขอให้เรามาประกาศร่วมกันว่า เปลี่ยนกรุงเทพฯ #เราทำได้