"วิโรจน์"ลุยหาเสียงลั่นทำให้คนเมืองเท่ากัน

วันที่ 16 เม.ย. 2565 เวลา 10:48 น.
"วิโรจน์"ลุยหาเสียงลั่นทำให้คนเมืองเท่ากัน
“วิโรจน์” พบชาวตลาดดินแดง ชี้ “เมืองที่คนเท่ากัน” ไม่ใช่ความฝัน ตอกกลับจุลเจิม กรุงเทพคือผู้คน ไม่ใช่แค่บ้านเมืองสวยหรูแต่ไร้ชีวิตที่ดี ขอไม่สนพวก “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล เบอร์ 1 เดินหาเสียงพบปะประชาชนที่ตลาดกลางดินแดงและซอยประชาสงเคราะห์ พร้อมด้วยกัณตพณ “แรมโบ้” ดวงอัมพร ผู้สมัคร ส.ก. พรรคก้าวไกล เขตดินแดง เบอร์ 5 โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนและชาวตลาดกลางดินแดง

ก่อนการเดินหาเสียง นายวิโรจน์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ระบุว่าสำหรับการมาสื่อสารกับชาวตลาดดินแดงครั้งนี้ จะเน้นไปที่นโยบายการทำให้การจัดเก็บขยะมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วมากขึ้น และการทำให้ทั้งคนเดินเท้าและผู้ค้าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก ทั้งนี้ ต้องย้ำว่าที่ผ่านมาผู้ค้าไม่ได้อยากค้าขายบนทางเท้า แต่อยากได้พื้นที่ค้าขายที่เป็นกิจลักษณะ มีการขนส่ง มีผู้คน แต่การจัดการในอดีตมักจะผลักให้ผู้ค้าไปขายในที่ที่ไม่มีคน ก็ไม่สามารถขายได้ นี่คือเรื่องที่ต้องมีความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายและทำให้อยู่ร่วมกันได้ หากสามารถทำให้เศรษฐกิจของทั้งหน้าห้างและหน้าตลาดมีความสะอาด มีการจัดการที่เท่าเทียมกัน การค้าขายก็จะสะดวกขึ้น

สำหรับผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคก้าวไกลในเขตดินแดง วิโรจน์ระบุว่ากัณตพลคือคนที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อธิบายนโยบายของพรรคให้ผู้คนเข้าใจมาโดยตลอด โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการเติมเงินสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กเล็ก ซึ่งพรรคก้าวไกลให้ความสำคัญเสมอมา เพราะการสร้างรัฐสวัสดิการที่ดี จะทำให้คนกล้าบุกเบิก กล้าลงทุนทำมาค้าขาย และจะทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่มีกำลังซื้อน่าลงทุน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงกรณีจุลเจิม ยุคล ออกมาโจมตีวิโรจน์และพรรคก้าวไกลว่ามีนโยบายล้มล้างกรุงเทพ ซึ่งนายวิโรจน์ระบุว่ากรุงเทพคือเมืองของผู้คน การแก้ปัญหาใดๆ ต้องคิดถึงผู้คนจริงๆ คิดถึงการใช้ชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่าเอางบประมาณที่เป็นภาษีของเราไปสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างแล้วกันให้คนออกไป ความสวยงามที่แท้จริงของเมืองคือผู้คน ระเบียบที่เกิดขึ้นต้องไม่มาจากผู้มีอำนาจคนใด แต่มาจากตกลงกติการ่วมกัน ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

“คนเหล่านี้ภาษาจีนเรียกว่า ‘เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ’ พวกผมตั้งใจทำงานดีกว่า การบอกว่าเมืองที่คนเท่ากันเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ แต่สำหรับผมและพรรคก้าวไกลอย่างไรก็จะทำความฝันนี้ให้เป็นจริงสำหรับคนทุกคนให้ได้ กระตุ้นให้กรุงเทพเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยกิจกรรมและการค้าขาย ไม่ใช่เน้นแต่สิ่งก่อสร้างสวยงามแต่ไร้ผู้คน ไร้ชีวิตชีวา ให้เป็นเมืองที่คนเท่ากัน”

นายวิโรจน์ยังขยายความต่อ ว่านโยบายเมืองที่คนเท่ากัน ยังหมายความว่าคนกรุงเทพคือทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่ ไม่ได้นับเฉพาะคนที่มีทะเบียนบ้านที่กรุงเทพ การพัฒนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางเท้า ต้องทำให้ทุกคนเดินได้ ผู้ว่าฯ กรุงเทพ ไม่อาจเลือกว่าจะทำให้แค่คนทะเบียนบ้านกรุงเทพได้ เพราะกรุงเทพคือประชากรทั้งหมดที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้