แขวน"มาร์ค-ปู" กกต.สร้างภาพตงฉิน

วันที่ 14 ก.ค. 2554 เวลา 06:59 น.
แขวน"มาร์ค-ปู" กกต.สร้างภาพตงฉิน
หลังจากรอคอยมานานร่วมกว่า 10 วัน ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ได้มีมติรับรอง สส.จำนวน 358 คน จากทั้งหมด 500 คน เป็นการรับรองท่ามกลางความลุ้นระทึกของพรรคการเมือง เพราะ กกต.ได้เลื่อนกำหนดออกไป จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 12 ก.ค. เพื่อให้ สส.ใหม่มารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13 ก.ค. แต่เมื่อความล่าช้าเกิดขึ้น ทำให้ปฏิทินต้องเลื่อนออกไปเป็นลูกโซ่

จำนวน 358 คนดังกล่าวที่ผ่านการรับรองไปแล้วนั้น ถือว่ายังไม่มีผลในทางกฎหมายต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญ คือ การเปิดประชุมรัฐสภาเป็นการรัฐพิธี เพราะต้องรอให้ กกต.รับรองเพิ่มเติมให้ครบ 95% หรือ 475 คนจากทั้งหมด 500 คน เมื่อนั้นถึงจะดำเนินการเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีเป็นลำดับถัดไปได้ ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วตามขั้นตอนประเทศไทยน่าจะมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการประมาณต้นเดือน ส.ค.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเลขที่ออก 358 คน จะปราศจากความหมายในข้างต้น แต่สำหรับ กกต.แล้วถือว่ามีความหมายมากอย่างไม่คาดคิด

กล่าวคือ ต้องยอมรับนับตั้งแต่ กกต.ชุดนี้ ที่มี นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ทำหน้าที่เป็นประธาน กกต.ถูกจับตามองจากสังคมมาโดยตลอดเพราะเป็น กกต.ชุดที่เข้ามาทำหน้าที่ต่อจากชุดของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต. ซึ่งโดนศาลอาญาพิพากษาในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ความคาดหวังของ กกต.ชุดปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่มาจากสายตุลาการมีค่อนข้างมาก จะสามารถสกรีนบุคคลให้เข้ามาทำงานในสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ปรากฏว่าในระยะ 12 ปีที่ผ่านมา กกต.ยุคนี้ เจอกับกระแสและแรงเสียดทานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงการพิจารณาคดียุบพรรคการเมือง 3 พรรค (พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย) ว่าการดำเนินการส่งคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญมาจากแรงกดดันของการเมืองนอกสภาหรือไม่

 

ไม่ต่างอะไรกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีเงินบริจาคพรรคการเมืองและเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ภายหลังจากคณะเสื้อแดงมาล้อมสำนักงาน กกต. ส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าว กกต.ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หนำซ้ำเมื่อคดียุบพรรคศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไม่ยุบพรรค เพราะ กกต.ทำคดีเกินระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งเป็นเชื้อไฟโหม กกต.ให้ร้อนมากขึ้นเข้าไปอีกว่าเป็นความบกพร่องของ กกต.หรือไม่ ถึงทำให้ประชาธิปัตย์ชนะฟาวล์

จากปัญหาทั้งหมดนี้ อย่าได้แปลกใจว่าทำไมตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง จะถูกส่องไฟเข้ามาเป็นพิเศษและเป็นเป้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการให้ใบเหลือง ใบแดง หรือการจัดการเลือกตั้ง เช่น กรณีบัตรเลือกตั้งที่มีลักษณะแปลกในช่องลงคะแนนของพรรคเพื่อไทย การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทย

กระบวนการรับรอง สส. จึงเป็นอีกจังหวะหนึ่งที่สำคัญของ กกต.ว่าจะฝ่าด่านความแคลงใจของสังคมและฝ่ายการเมืองไปได้อย่างไร เป็นเพราะมีข้อร้องเรียนเข้ามาที่ กกต.ค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสองพรรคการเมืองใหญ่ ทั้ง “ประชาธิปัตย์เพื่อไทย” ซึ่งพุ่งตรงไปที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” โดยตรง

แน่นอนว่า สถานการณ์แบบนี้ กกต.ไม่ต่างอะไรกับการหนีเสือปะจระเข้

ถ้ารับรองฝ่ายหนึ่งแต่ไม่รับรองอีกฝ่ายหนึ่ง กกต.ย่อมหนีไม่พ้นกับสารพันคำถามอย่างแน่นอน ประกอบกับสถานการณ์ ณ วัน เวลาที่ กกต.พิจารณาอยู่นั้น ได้มีกลุ่มเสื้อแดงเข้ามาสร้างความกดดันด้วยเพราะกำลังจ้องเขม็งอยู่ว่า กกต.จะสร้างเซอร์ไพรส์ที่ไม่เป็นที่ปรารถนาหรือไม่

เป็นไปได้ที่ กกต.ไม่อยากเสี่ยงและเลือกเพลย์เซฟให้กับตัวเอง กกต.จึงเลือกแนวทางด้วยการแขวน สส.ระดับบิ๊กเนมทั้งสองพรรคเอาไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อลดกระแสข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน

สส.ที่โดนแขวนเอาไว้นับว่าโดนกันถ้วนทุกพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย นอกเหนือจากยิ่งลักษณ์ก็ล้วนเป็นแกนนำเสื้อแดง อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไท พายัพ ปั้นเกตุ ก่อแก้ว พิกุลทอง พิชิต ชื่นบาน พรรคประชาธิปัตย์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคภูมิใจไทย ชัย ชิดชอบ

ดูจากตัวบุคคลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเป็นคีย์แมนที่มีผลต่อทิศทางการเมืองที่สำคัญทั้งสิ้น โดยมองในเชิงความเป็นเหตุผลถือว่าไม่มีปัญหา เพราะว่าที่ สส.ระดับบิ๊กต่างถูกข้อร้องเรียนกันทั้งสิ้น จึงมีความสมเหตุสมผลที่ กกต.จะแขวนเอาไว้ก่อนรอทอดเวลาอีก 7 วันก่อนจะมาพิจารณารับรองเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งไม่มีผลให้การเปิดประชุมรัฐสภาต้องล่าช้าเกิน 30 วันแต่อย่างใดตามรัฐธรรมนูญ

ถึงเวลานั้นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อาจจะลดลงไป เพราะเป็นระยะเวลาที่สมควรจะให้ปฏิทินจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนเพื่อเข้ามาดำเนินนโยบาย เพราะถึงอย่างไร กกต.สามารถตามไปสอยทีหลังได้ ดีกว่าให้เผือกร้อนอยู่ในมือต่อไปท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง ณ ขณะที่กำลังพิจารณา

การเลือกเดินทางนี้ของ กกต.ย่อมหนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในการทำงานว่าเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าหรือไม่ เพราะในทางปฏิบัติหลายๆ ครั้งก่อนหน้านี้ เป็นการยากมากสำหรับการตามไปสอยทีหลัง สส.ที่ได้รับการรับรองไปแล้ว จนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและล่าสุดนำมาสู่การยื่นถอดถอน กกต. ด้วยเหตุผลเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.

นับจากนี้ปัญหาสำคัญของ กกต. จะอยู่อย่างไรภายใต้วาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออีกไม่ถึง 3 ปี