งูเห่าภาคสาม เกิดยากเสี่ยงตาย

  • วันที่ 14 มิ.ย. 2554 เวลา 08:18 น.

งูเห่าภาคสาม เกิดยากเสี่ยงตาย

ขนาดผู้สร้างตำนาน “งูเห่าภาคแรก” อย่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ขนาดผู้สร้างตำนาน “งูเห่าภาคแรก” อย่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ยังเชื่อว่าจะมีตำนานงูเห่าเกิดขึ้นอีกในการตั้งรัฐบาลที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า

พรรคเพื่อไทยจึงระแวงว่านี่อาจทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชวดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในวินาทีสุดท้าย

กลุ่ม “งูเห่า” เป็นภาษาทางการเมืองที่ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย เป็นผู้บัญญัติศัพท์ขึ้น โดยเปรียบตัวเองเป็นเหมือนชาวนาที่ถูกงูเห่ากัดในนิทานอีสป

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากนายกฯ เมื่อปี 2540 และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีมติสนับสนุนให้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ขึ้นเป็นนายกฯ แทน แต่มีเสียงรวมกัน 197 เสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเดิมนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ รวมกับพรรคที่เหลือได้ 196 เสียง น้อยกว่าฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่เพียง 1 เสียง

พล.ต.สนั่น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จึงไปดึง สส.พรรคประชากรไทย กลุ่มของวัฒนา อัศวเหม จำนวน 12 คนเข้ามาสนับสนุน รวมได้เป็น 208 เสียง และทำให้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมเหลือเพียง 185 เสียง ชวน หลีกภัย จึงได้ขึ้นเป็นนายกฯ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย

“งูเห่าภาคสอง” เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2551 กับพรรคของทักษิณ ชินวัตร หลังพรรคพลังประชาชนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และกลายพันธุ์มาเป็นพรรคเพื่อไทย เนวิน ชิดชอบ อดีตมือขวาทักษิณ ได้ดึงกลุ่ม สส.พรรคพลังประชาชน 23 คนเข้ามาอยู่ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพื่อโหวตให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ และประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่วน “งูเห่าภาคสาม” จะเกิดขึ้นซ้ำรอยหรือไม่ ถ้าคำตอบจากเสธ.หนั่น ยังไม่มีน้ำหนักพอ คำพูดของ ทักษิณ ที่วิตกผ่านแกนนำพรรคจนมีมาตรการออกมา อาจมีน้ำหนักมากกว่า

ก่อนการเลือกตั้ง ทักษิณ เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเป็นที่ 1 แต่จะถูกกลั่นแกล้งไม่ให้เป็นรัฐบาลจากแผนงูเห่า ที่ฝ่ายตรงข้ามและอำนาจพิเศษเตรียมตลบหลังดึง สส.ในพรรคไปโหวตให้ อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ จึงแก้ลำให้ผู้สมัคร สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ทุกคนเขียนใบลาออกล่วงหน้า ป้องกันบทเรียนที่อาจเกิดขึ้น

เพราะหากเกิดเหตุการณ์งูเห่าขึ้นอีกสส.เพื่อไทยแหกมติพรรคไปโหวตให้คู่แข่งเป็นนายกฯ แลกกับผลประโยชน์ก้อนโตหลายสิบล้าน พรรคเพื่อไทยจะแก้ลำว่าสส.คนนั้นได้ลาออกแล้ว จากใบลาออกที่เจ้าตัวเซ็นเอง ดังนั้นจำนวนเสียงที่ไปลงมติเลือกนายกฯ ให้กับฝั่งตรงข้ามจึงเป็นโมฆะ

เป็นมาตรการ “กันไว้ก่อน” เพราะการช่วงชิงอำนาจตั้งรัฐบาลรอบนี้รุนแรง

แต่กรณี “งูเห่า” จะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งสูสี ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง หรือไม่เกิน 250 เสียง ซึ่งเปิดโอกาสให้พรรคอันดับ 2 ประชาธิปัตย์รอจังหวะตั้งรัฐบาล หากเพื่อไทยจัดตั้งไม่ได้

งูเห่างวดนี้อาจมีได้ตั้งแต่ 5-10 ตัว หรือ 20 ตัว ที่สำคัญ อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสองขั้ว

ที่เป็นไปได้สูง คือ งูเห่าที่ซุกตัวอยู่ในเพื่อไทย และพร้อมหักหลังแปรพักตร์ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม

ก่อนยุบสภา สส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งมีแผนจะลาออกเพื่อไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชในขณะนั้น ต่างมีชื่อไปจับมือกับ พล.อ.ชวลิต ที่ลาออกจากพรรค โดยมี สส.กลุ่มพรรคความหวังใหม่เดิมในพรรคเพื่อไทยอีกนับสิบ ที่มีข่าวว่าจะย้ายออก เช่น ไพจิตศรีวรขาน พีรพันธุ์ พาลุสุข สุพล ฟองงาม และชวลิต วิชยสุทธิ์

กลุ่มนี้แม้จะตัดสินใจนาทีสุดท้ายไม่ไปไหน กลับมาปักหลักที่พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม แต่แกนนำพรรคสั่งจับตาทุกฝีก้าว

อีกก๊กไม่เกิน 10 คน ที่ก่อนหน้าเตรียมย้ายไปภูมิใจไทย แต่ประเมินว่าเสียงเพื่อไทยยังแรงในอีสาน จึงตัดสินใจอยู่ต่อ

ในปีกของพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันก็มีงูเห่าฝังอยู่ในบางพรรค และพร้อมที่จะสนับสนุนให้ ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ หากเพื่อไทยต้องการเติมเสียงให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและมั่นคงแลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี

เช่น ก๊กสมศักดิ์ เทพสุทิน ในพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังลุ้นเก้าอี้ สส.ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางเกือบ 10 ที่นั่ง ก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มชินวัตร

สูตรงูเห่าจะเกิดขึ้นได้ต้องมีอำนาจพิเศษเข้ามาช่วย และถ้าประชาชนมีฉันทามติล้นหลาม งูเห่าคงไม่กล้าเพราะฝืนเสียงประชาชน

น่าสังเกตว่างูเห่า 2 ครั้งเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนขั้ว ไม่ใช่หลังการเลือกตั้งสดๆ

ครั้งนี้โอกาสที่จะเกิดซ้ำรอยเป็นไปได้ยาก เพียงแต่ทักษิณต้องคิดรอบด้านป้องกันความเสี่ยงทุกมิติ

ทางที่ดีต้องชนะเกินกึ่งหนึ่งให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลย ปิดรูงูเห่าพ่นพิษ

เพื่อไทยเป็นรัฐบาลใสกิ๊กชัวร์ยิ่งกว่าชัวร์

 

ข่าวอื่นๆ