เกมต่อรองถึงกึ๋น...แม้วบล็อกเสนาะ ตัดตอนมิ่ง-เขี่ยขุนพลจิ๋ว

  • วันที่ 26 เม.ย. 2554 เวลา 08:30 น.

พรรคเพื่อไทยยังปวดหัวกับ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ว่า จะอยู่หรือจะไป ไม่เฉพาะมิ่งขวัญเท่านั้นยังพันไปยังกลุ่ม สส.ของมิ่งขวัญจำนวนหนึ่ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

พรรคเพื่อไทยยังปวดหัวกับ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ว่า จะอยู่หรือจะไป ไม่เฉพาะมิ่งขวัญเท่านั้นยังพันไปยังกลุ่ม สส.ของมิ่งขวัญจำนวนหนึ่ง รวมกับกลุ่ม สส.ความหวังใหม่เก่าของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คาดว่าไม่เกิน 10 คน

ตามข่าวระบุว่า สส.กลุ่มนี้นำโดยมิ่งขวัญ และ “บิ๊กจิ๋ว” ที่ลาออกไปก่อนหน้า จะหอบหิ้ว สส.เพื่อไทย ไปอยู่พรรคประชาราชของ “เสนาะ เทียนทอง” หรืออาจตั้งพรรคใหม่ให้เป็น “พรรคทางเลือก” เพื่อทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนกำลังลงจนไม่ได้เป็นที่หนึ่งจัดตั้งรัฐบาล

ล่าสุด ทักษิณ ชินวัตร รู้แผน จึงเร่งตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการขึ้นบัญชีดำเชือด สส.ที่มีข่าวว่าเป็นตัวตั้งตัวตีคอยดูด สส.ในพรรคให้ไปร่วมงานกับพรรคประชาราช โดยสั่งตัดชื่อ สส.ต้องห้ามบางคนไม่ให้เข้าร่วมประชุมพรรค เช่น กลุ่ม สส.นครพนมของบิ๊กจิ๋ว อย่าง ชวลิต วิชยสุทธิ์ ไพจิต ศรีวรขาน พีระพันธุ์ พาลุสุข หรือ สุพล ฟองงาม อดีตเลขาธิการพรรค คนใกล้ตัวมิ่งขวัญ และอาจไม่ให้ลง สส. เพื่อขู่ให้ลูกพรรคเห็นเป็นตัวอย่าง

คนอย่างทักษิณไม่ชอบให้ใครกดดัน ใครซ่าส์ก็เจอของหนักแบบนี้

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ช่างขัดแย้งกับปรากฏก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยได้ทำพิธีกรรมเชิญชวนป๋าเหนาะ เข้าร่วมงาน โดยใช้งานวันเกิดผู้เฒ่าวังน้ำเย็น วันที่ 1 เม.ย. ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ มี สส.เพื่อไทยร่วมร้อย ครอบครัวชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “สมชาย–เยาวภา” วงศ์สวัสดิ์ แห่ไปเชิญท่านผู้เฒ่าเข้าพรรค พร้อมด้วยวิดีโอลิงก์ของทักษิณที่หยอดคำหวานลืมความหลัง

ดีลครั้งนั้นวินวินกันสองฝ่าย ป๋าเหนาะเข้าเพื่อไทยในยุทธศาสตร์ดึงมิตรเก่าร่วมงานกลับมาเป็นขวัญกำลังใจในพรรค และจะทำให้พรรคได้ที่นั่งเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 เสียง โดยเฉพาะที่นั่งใน จ.สระแก้ว ซึ่งจะทำให้พรรคได้ที่หนึ่งทิ้งห่างจากประชาธิปัตย์มากขึ้น

ส่วนกลุ่มป๋าเหนาะก็จะได้เก้าอี้รัฐมนตรีมาเป็นผลประโยชน์ตอบแทน แต่ผ่านมาไม่ถึงเดือนทุกอย่างกลับตาลปัตร ป๋าเหนาะบ้ายบายทำท่าจะไม่ไปด้วยแล้ว

ปัญหาทั้งหมดเพราะทักษิณถืออาญาสิทธิ์เจ้าของบ้านเพื่อไทย ไม่ให้เก้าอี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกับมิ่งขวัญ หลังจากให้ทดลองงานแต่งตัวเป็นนายกฯ ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เรื่องทั้งหมดเลยบานปลายเมื่อได้ของแถมจากการปราศรัยของเสื้อแดงวันที่ 11 เม.ย. จึงเกิดปฏิกิริยากระเทือนพรรคเพื่อไทยจนถึงวันนี้

สิ่งที่มิ่งขวัญเจ็บใจมากที่สุดเพราะอุตส่าห์ลงทุนหาปัจจัย แว่วว่ามากหลายร้อยล้านบาท มาจ่ายแบบจัดเต็มให้กับ สส.ในกลุ่มเกือบ 70 คนตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จนกลุ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว

เมื่อลงทุนสูงก็ต้องหวังผลตอบแทนในเก้าอี้นายกฯ และเชื่อมั่นในแรงสนับสนุนจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จาตุรนต์ ฉายแสง และกลุ่ม สส.สายปฏิรูปในพรรคทั้งหลาย ที่ต้องการให้พรรคก้าวข้ามจากทักษิณและปลดแอกจากแกนนำเสื้อแดง

เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทยไม่ให้เป็นอันตรายต่อคนชั้นกลางที่ยังหวาดกลัวคนเสื้อแดง และกลัวทักษิณจะกลับมาประเทศ เป็นวิกฤตความขัดแย้งและสร้างความบอบช้ำให้ประเทศชาติอีก

ยิ่งการที่แกนนำเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำเพราะปราศรัยหมิ่นต่อการจาบจ้วงสถาบัน จึงทำให้กลุ่มก๊วนมิ่งขวัญบิ๊กจิ๋ว ใช้จังหวะนี้กดดันกลุ่มเสื้อแดงให้ลดบทบาท ซึ่งได้ผลพอควรเมื่อแกนนำเสื้อแดงต้องถอยล่ายอมลดดีกรี

ขณะเดียวกัน สส.ก๊วนมิ่งและบิ๊กจิ๋วยังรุกคืบเรียกร้องให้ทักษิณหยุดโฟนอินในการเปิดนโยบายพรรค เมื่อวันที่ 23 เม.ย. โดยอ้างว่า เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและอาจถูกยุบพรรค

แต่ทักษิณกลัวว่า “มิ่งขวัญจาตุรนต์บิ๊กจิ๋ว” หรือสายพิราบจะมายึดพรรคเบ็ดเสร็จ เพราะทราบว่ามีการติดต่อป๋าเหนาะมาร่วมเป็นฐานสนับสนุนมิ่งขวัญ เพราะทั้ง “บิ๊กจิ๋วจาตุรนต์ป๋าเหนาะ” ต่างเคยอยู่พรรคความหวังใหม่สมัย พ่อใหญ่จิ๋วเป็นนายกฯ ร่วมกัน “ป๋าเหนาะ” จึงประกาศชูมิ่งขวัญเป็นนายกฯ ในงานวัดเกิดที่อัลไพน์

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทักษิณระแวงคือ หากปล่อยไปให้กลุ่มนี้เติบโตก็จะสร้างอำนาจต่อรองต่อทักษิณได้ จึงเข้าล็อกตีกันไม่ให้มิ่งขวัญขึ้นเป็นใหญ่ แต่ถ้าอยากอยู่ก็ต้องอยู่อย่างจ๋องๆ อย่าหืออือ หรือกดดันให้ก้าวข้ามทักษิณ

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเกมต่อรองชิงการนำในพรรคระหว่างสายพิราบ กับสายทักษิณ ใช้จังหวะก่อนเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคต้องตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะให้ใครเป็นคนชิงเก้าอี้นายกฯ เพราะทุกก้าวย่างในการต่อรองระหว่างกลุ่มบิ๊กจิ๋วมิ่งขวัญป๋าเหนาะ ที่มีต่อทักษิณ มีผลต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ

อย่างน้อยบิ๊กจิ๋วกับป๋าเหนาะได้เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อประนีประนอมกับกลุ่มต่างๆ ในสังคม หมายความว่า พรรคเพื่อไทยต้องแชร์อำนาจเพื่อสร้างสะพานปรองดองกับทุกฝ่าย ซึ่งจะทำให้พรรคเดินได้อย่างมั่นคง

แต่ถ้าจะเล่นเกมดุกระทบทุกพลังในสังคมอย่างที่ผ่านมา ก็เสี่ยงที่จะถูกต้านและทหารก็อาจเข้ายึดอำนาจ

ทักษิณกลับเห็นว่า ต้องเล่นแรงอย่างเดียวเพื่อสร้างพลังต่อรองให้หนักหน่วง ถ้ามัวกลัวนั่น กลัวนี่ กลัวยุบพรรคก็จะตกเป็นเบี้ยล่าง

เมื่อเข็มทิศชัด สถานการณ์วันนี้ ทักษิณจึงเร่งจัดการกับปัญหาภายในพรรคก่อนจะมีการยุบสภา ทักษิณแม้จะไม่ตัดหางมิ่งขวัญโดยตรง แต่ส่งคนใกล้ตัวออกมาไล่ทุกวัน ขณะเดียวกันก็เร่งจัดการกับขุนพลกลุ่มบิ๊กจิ๋วรายตัว

เป้าหมายที่ต้องเคลียร์ คือ ดึง “ป๋าเหนาะ” มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยให้ได้ โดยมอบหมายบรรดาน้องๆ ชินวัตรเจรจาภายใน

กระแสข่าวอีกด้าน ระบุว่า ป๋าเหนาะรอความชัดเจนจากมิ่งขวัญ ที่ยืนยันว่า มีปัจจัยก้อนหนักมาให้แน่หากได้ร่วมงานกัน

แต่คนอย่างป๋าเหนาะที่เก๋าเกมการเมือง ต้องเห็นของจริงเท่านั้น ไม่ใช่แค่คำคุย

การต่อรองระหว่างบิ๊กจิ๋ว มิ่งขวัญ และป๋าเหนาะ ยังมีเวลาจนกว่าจะถึงวันยุบสภา อีกด้านหนึ่ง ทักษิณกับป๋าเหนาะก็ต้องชัดเจน สกัดป๋าเหนาะได้ ก็สกัดไม่ให้ขั้วตรงข้ามมาบอนไซพรรคเพื่อไทยได้

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ