ทักษิณเกมแรงไม่ประนีประนอม

วันที่ 14 เม.ย. 2554 เวลา 07:45 น.
เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร คาดหวังสูงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินว่า

 
โดย...ทีมข่าวการเมือง

เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร คาดหวังสูงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินว่า เขาจะได้กลับประเทศไทยหรือไม่

การหาเสียงที่เริ่มออกสตาร์ตทั้งที่การยุบสภายังไม่เกิดขึ้นจึงเข้มข้นรุนแรงกว่าที่คิด

โดยเฉพาะในปีกของเสื้อแดงที่วันนี้ไม่ใช่ “ขบวนการต่อสู้นอกสภา” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขับเคลื่อนของพรรคเพื่อไทยในรูปแบบของมวลชนเสื้อแดง

เมื่อแกนนำเสื้อแดงส่วนใหญ่ต่างพาเหรดลงสมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ตามรายงานข่าวจากกลุ่มเสื้อแดง มีระดับแกนนำไม่ต่ำกว่า 20 คน ที่แจ้งความประสงค์ลงสมัคร สส.พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่จะลงปาร์ตี้ลิสต์มี 10 ราย เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วิภูแถลง พัฒนภูไท ก่อแก้ว พิกุลทอง วรวุฒิ วิชัยดิษฐ เจ๋ง ดอกจิก กลุ่มลงเขต จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ลง สส.สุรินทร์ สมชาย ไพบูลย์ ลง สส.กทม. วรชัย เหมะ ลง สส.สมุทรปราการ โดยมี จตุพร พรหมพันธุ์แกนนำ นปช. และ สส.พรรคเพื่อไทย เป็นหัวขบวนเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทย

ขณะที่พรรคเพื่อไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเป็นพรรคใหญ่อันดับ 1 แต่ก็ไม่สามารถชิงการนำในพื้นที่การเมืองได้ ต้องพึ่ง “ขบวนเสื้อแดง” แม้แต่ สส.ยังต้องกระโดดมาสวมเสื้อแดงขึ้นเวที ไม่ว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย หรือ “ท่านรองโรมานอฟ” สุนัย จุลพงศธร สส.สัดส่วน วิเชียร ขาวขำ สส.อุดรธานี เพราะการขึ้นเวทีแดงช่วยสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองได้เร็ว

มีเพียง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลคนเดียวเท่านั้นที่มี “แสงสว่างในตัวเอง” จึงไม่ข้องเกี่ยวกับเสื้อแดง

การขับเคลื่อนของขบวนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยมีศูนย์กลางอยู่ที่ทักษิณ คอยวิดีโอลิงก์ปลุกระดมมวลชน พร้อมกับส่งภาพและเสียงเข้าที่ประชุมพรรคแทบทุกนัด เพื่อวางยุทธศาสตร์ กำหนดแนวทางเคลื่อนไหวเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาล

ยิ่งใกล้เลือกตั้งที่เป็นเดิมพันครั้งสำคัญ ทักษิณยิ่งปลุกเร้าหนักหน่วงกว่าที่ผ่านมา ไม่ต่างจากขบวนการเสื้อแดงที่ปราศรัยดุเดือดและฮึกเหิม ตีวัวกระทบคราด

โดยเฉพาะในเวทีเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เนื้อหาการปราศรัยดุเดือดที่สุด ใครได้ฟังต้องขนลุก แกนนำหลายคนใช้คำกระทบกระเทียบ ซึ่งเป็นรหัสลับที่พูดคุยในโลกของชาวเสื้อแดง เช่น ในเว็บไซด์ หรือเฟซบุ๊กเสื้อแดง

ที่หนักสุด คือ การปราศรัยของ จตุพร ที่ทั้งเจาะจง และไม่เจาะจงโจมตีคนที่อยู่เบื้องหลังการฆ่า ไม่ว่าใช้คำเปรียบเปรย คนในครอบครัว การพูดถึงพระสยามเทวาธิราช ที่ไม่ยอมทำหน้าที่จัดการกับฆาตกร พูดถึงเทวดากับมัจจุราช และอีกหลายคำที่ระบุชัด ก่อนจะเรียกร้องให้วู้ดดี้ พิธีกรรายการ “เกิดมาคุย” ทางช่อง 9 มาสัมภาษณ์เขาบ้าง

จตุพร เปิดเผยในวันถัดมาว่า เหตุที่อยากให้วู้ดดี้มาสัมภาษณ์บ้าง เพราะต้องการให้ข้อมูลเหตุการณ์พฤษภา ’53 รอบด้าน “เพื่อจะได้รู้ว่า ใครเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่เอาควันไฟไปกลบศพ”

ไม่ว่าจะพูดอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย แต่สามัญชนทั่วไปมองเจตนาแกนนำเสื้อแดงออกว่า ต้องการพุ่งเป้าไปที่ใคร

การพูดของจตุพรก็ยังมีสติ ไม่ได้เมาแอ้เหมือน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้นำไพร่ในช่วงที่ขึ้นเวทีโบนันซ่าเมื่อปลายเดือน มี.ค.

และไม่ใช่จตุพรเพียงคนเดียว หากแต่ขบวนการและแนวร่วมเสื้อแดงได้เคลื่อนไหวที่ในยุทธศาสตร์ กดดัน ช่วงชิงอำนาจรัฐ เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ โดยให้เหตุผลว่า ต้องการทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง

ขณะที่ ณัฐวุฒิ ตอบคำถาม ในรายการ “ตอบโจทย์” ทางทีวีไทยด้วยว่า เขาไม่ได้ต้องการล้มเจ้าอย่างที่เข้าใจ เพียงแต่มีปัญหากับ พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เท่านั้น

ไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ทหารเสือราชินี ถึงขั้นออกหน้าสั่งให้สำนักงานพระธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีกับ “จตุพร” และ “วิเชียร ขาวขำ สุภรณ์ อัตถาวงศ์” ที่ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งปลุกให้คนไทย 60 ล้านคนออกมาปกป้องสถาบันและขัดขวางการรกระทำของคนกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม การปราศรัยหมิ่นเบื้องสูงเป็นลูกระนาด ยังมองได้ว่าเป็นแผนสร้างประเด็นให้แรงเพื่อให้อีกขั้วเปิดเกมตอบโต้ ฟ้องร้อง และถอนประกันแกนนำ เนื่องจากกระแสการเมืองขณะนี้ค่อนข้างเงียบ รัฐบาลเดินหน้าได้ภาพแก้ปัญหาภัยพิบัติในภาคใต้ แกนนำเสื้อแดงจึงต้องดึงซีนความขัดแย้งกลับมาเพื่อปลุกเสื้อแดงให้ตื่น เพื่อให้สังคมเห็นว่า คนเสื้อแดงถูกทหารและดีเอสไอรังแก

เพื่อจะได้เป็นประเด็นเคลื่อนไหวตอบโต้ “กองทัพ” ที่จตุพรและแกนนำแถลงข่าววานนี้ว่า เตรียมไปแจ้งความเอาผิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ฐานแจ้งความเท็จเร็วๆ นี้ และจะหารือว่า จะแจ้งความเอาผิดต่อ พล.อ.เปรม จากกรณีเว็บไซต์วิกิลีกส์นำข้อมูลมาเปิดเผย โดยอาจแจ้งความทุกโรงพักทั่วประเทศ

การขับเคลื่อนของแกนนำเสื้อแดงในช่วงใกล้เลือกตั้งจึงแหลมคมกว่าทุกครั้ง เนื้อหาส่วนใหญ่โจมตีบุคคลที่อยู่เหนือรัฐบาลอภิสิทธิ์และสุเทพ เทือกสุบรรณ

คู่ปฏิปักษ์ของแกนนำเสื้อแดงจึงไม่ใช่อภิสิทธิ์ หรือพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นกองทัพ พล.อ.เปรม กลุ่มชนชั้นนำ และโครงสร้างการปกครองของประเทศในขณะนี้

วันนี้ขบวนการเสื้อแดงปรากฏเด่นชัดว่า นี่คือพรรคเพื่อไทยในรูปแบบนอกสภา หรือเรียกง่ายๆ ว่า “พรรคเสื้อแดง” ซึ่งความจริงไม่ใช่แปลก เพราะศูนย์กลางทุกอย่างอยู่ที่ทักษิณที่ใช้เสื้อแดงเพื่อไทย มาหลายปี

ทำให้เห็นว่ายุทธศาสตร์พรรคเสื้อแดงในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เดินหน้าดุ ไม่ประนีประนอม ท้าชนทุกอำนาจนำในประเทศ โดยเฉพาะการที่ทักษิณจับวาง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ขึ้นเป็นผู้นำเบอร์ 1 ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทั้งที่ฝ่ายรองในเพื่อไทยนำโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่เห็นด้วยที่จะชูคนในตระกูล เพราะเสี่ยงที่จะถูกต้าน และยากที่จะเห็นการประนีประนอมเกิดขึ้น

“ทักษิณยิ่งลักษณ์เสื้อแดง” กำลังเดินหน้าเต็มสูบทันทีที่เสียงนกหวีดเลือกตั้งเริ่มขึ้น

แค่ยังไม่เริ่มปี่กลอง สัญญาณรบก็เดือดพล่าน เห็นทีจะมีม็อบอีกภาคหลังเลือกตั้งแน่