มี.ค.มาร์คระบม! ทักษิณ จัดเต็ม

วันที่ 28 ก.พ. 2554 เวลา 08:22 น.
รัฐบาลอภิสิทธิ์ผจญกับวิกฤตอย่างสาหัสนับตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ จนถึงวันนี้ผ่านมา 2 ปีกว่า ยังเผชิญกับคู่ขัดแย้งเดิมจากทักษิณ “เพื่อไทย–เสื้อแดง”

โดย...ทีมข่าวการเมือง

รัฐบาลอภิสิทธิ์ผจญกับวิกฤตอย่างสาหัสนับตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ จนถึงวันนี้ผ่านมา 2 ปีกว่า ยังเผชิญกับคู่ขัดแย้งเดิมจากทักษิณ “เพื่อไทย–เสื้อแดง”

หลังศาลปล่อยตัวแกนนำ นปช. ใช่ว่าบรรยากาศจะคลี่คลายลง แต่กลับเป็นกาต้มน้ำที่ระเบิดออกมา จนการเมืองดูร้อนระอุอีกรอบ

เข้าสู่เดือน มี.ค. เป็นอีกเดือนที่อันตรายสำหรับรัฐบาล และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะมีวาระสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเจอจากศึกในสภาและนอกสภา โดยเฉพาะอีเวนต์ของฝ่ายค้านและขบวนการเสื้อแดง

แกนนำ นปช.นัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแบบจัดเต็มในวันที่ 12 มี.ค. เพื่อเรียกร้องให้หาคนผิดที่ทำให้ประชาชน ทหาร ตำรวจ รวม 91 คนที่เสียชีวิตมาลงโทษ

ยุทธวิธีของเสื้อแดง ใช้ผลจาก “ความสูญเสีย” ในเหตุการณ์การชุมนุมปีที่แล้วมาเดินเกมขยายผลต่อไปยังปม 2 สัญชาติ ไทยอังกฤษ ของอภิสิทธิ์ ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่ศาลโลกจะรับเรื่องที่ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ตัวแทนทนายความส่วนตัวของทักษิณยื่นฟ้องอภิสิทธิ์ไว้

นอกจากเดินกลยุทธ์เยียวยาคนเสื้อแดงที่บาดเจ็บ ล้มตาย ภารกิจหลักที่แกนนำวางแผนจากนี้ คือ

...การโค่นล้มอำมาตย์

นพ.เหวง โตจิราการ ขยายความว่า คนเสื้อแดงจะต้องมีหน้าที่หลัก คือ โค่นล้มระบบอำมาตยาธิปไตย ให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทยไม่ช้าก็เร็ว เพื่อให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนเสื้อแดงตลอดไปและถาวร เป็นช่วงเดือน มี.ค.ที่เสื้อแดงกลับมาฟูลทีมประจวบเหมาะกับเหตุการณ์รำลึก 1 ปีของการชุมนุม ซึ่งจะทำให้คลื่นแดง กลับมาสำแดงพลังอีกครั้ง

หันมาดูในสภาพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ่วงถอดถอนรัฐมนตรีที่ทุจริตในวันที่ 1 มี.ค. คาดว่าจะอภิปรายได้ไม่เกินกลางเดือน มี.ค.

รอบนี้พรรคเพื่อไทยยื่นซักฟอก 10 รัฐมนตรี 2 พรรค ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์

เนื้อหาการอภิปรายแบ่งเป็น 3 เรื่อง 1.ประเด็นสลายการชุมนุม ตอน ฆาตกรรมประชาชน 2.การทุจริตและประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ 3.ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ความพันธ์ระหว่างประเทศและล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ รวมใช้ สส.อภิปรายทั้งหมด 30 คน

ปมเรื่องทุจริตจะแบ่งเป็น 15-17 ประเด็น มี สส.อภิปราย 18 คน จะเป็นหมัดน็อกที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เชื่อว่าประชาธิปัตย์จะถูกนับ 8

ด้วยข้อหา ทุจริตน้ำมันปาล์ม จนทำให้ประชาชนเดือดร้อน แม้แต่แม่ค้าในทำเนียบรัฐบาลยังต้องทะเลาะเพราะแย่งน้ำมันปาล์ม

ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยแตกแยกกันเอง แต่เมื่อนายใหญ่สั่งให้สมานฉันท์ “เฉลิม อยู่บำรุง” จึงพร้อมที่จะกลับมาร่วมทัพ กับมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

เป็น พลังเกาเหลา ระหว่างคู่มวยสไตล์บู๊กับสไตล์ฟุตเวิร์ก จากมุมแดง ทวงแชมป์จากประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ในมุมน้ำเงินฟ้า

โดยมั่นใจข้อมูลที่มีอยู่ จะโน้มน้าวให้ประชาชนเห็นว่า วิกฤตน้ำมันปาล์มที่ขาดแคลนในท้องตลาดเป็นผลจากการกักตุนและปั่นราคาที่ทำกันเป็นกระบวนการ ได้ประโยชน์กันตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ นายทุนพรรค สส.รัฐมนตรี รองนายกฯ โดยที่อภิสิทธิ์ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ในฐานะนายกรัฐมนตรี

กระบวนการปั่นราคาน้ำมันปาล์มครั้งนี้ มีเงินตกหล่นหลายจุด ทั้งพ่อค้าปาล์มรายใหญ่ โรงหีบปาล์ม โรงกลั่นใส โรงงานผู้ผลิตไบโอดีเซล

แม้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มจะเริ่มคลี่คลาย เพราะในเดือน มี.ค. พ.ค. จะเป็นช่วงที่มีผลผลิตปาล์มออกมานับแสนตัน และรัฐบาลได้เริ่มจำหน่ายปาล์มน้ำมันฝาสีชมพู ขวดละ 47 บาท ถึงมือประชาชนทั่วประเทศภายใน 4 วันจากนี้

แต่การบริหารนโยบายที่ผิดพลาด เปิดช่องให้มีการหาผลประโยชน์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น เป็นข้อมูลเพียงพอสำหรับพรรคเพื่อไทยที่จะชี้ได้ว่ารัฐบาลนี้ทุจริต

อีกปมที่หนักไม่แพ้กัน คือ เงื่อนงำความไม่ชอบมาพากลการประมูลเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3จี

เรื่องนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดย “พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” รักษาการผู้ว่าการ สตง. ได้ทำหนังสือถึง จุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ข้องใจว่าการเซ็นสัญญาระหว่าง กสท โทรคมนาคม กับทรู คอร์เปอเรชั่น เร่งรัดเกินเหตุและน่าจะผิด พ.ร.บ.ร่วมทุน

แม้แต่ “เดือนเด่น นิคมบริรักษ์” ผู้อำนวยการด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจทีดีอาร์ไอ ชี้ว่านี่เป็นการนำคลื่นไปผูกขาดถึง 15 ปี ถือเป็นความผิดมหันต์ ซึ่งทรูฯ และ กสทฯ กำลังกลับเข้าสู่วงเวียนเดิมทั้งที่ประเทศไทยได้ก้าวสู่ยุคยกเลิกสัมปทาน

แต่ปมใหญ่ที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดโปงคือ การลงนามในสัญญาครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเอื้อประโยชน์กันระหว่างคนพรรคประชาธิปัตย์และบิ๊กเอกชน!

ไม่เฉพาะน้ำมันปาล์มที่มีอานุภาพดั่งระเบิดนาปาล์มเขย่าพรรคประชาธิปัตย์พ่วงด้วยความเร็วแบบ 3จี ปมทุจริตอื่นๆ ในกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยจะถูกอภิปราย เช่น กระทรวงมหาดไทยเรื่องบัตรสมาร์ตการ์ด การส่อทุจริตของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาพืชผลการเกษตร

แผนของฝ่ายค้านจะแยกชัด พรรคประชาธิปัตย์รับเต็มๆ ในเรื่อง “น้ำมันปาล์ม” ส่วนพรรคภูมิใจไทยเป็นเรื่องส่อทุจริตเบี้ยใบ้รายทาง สินค้าการเกษตร แต่งตั้งโยกย้าย ประมูลจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ชอบมาพากลในกระทรวง

แกนนำฝ่ายค้าน เล่าว่า “เราจะทำให้พรทิวาสลบก่อน เฉพาะเรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบ แต่จะไม่เอาเขาไปรวมกับเรื่องปาล์ม เพราะรู้ว่าประชาธิปัตย์จะโยนความผิดให้ภูมิใจไทย เราจะไม่หลงเข้าเกมนี้ เรื่องปาล์มเป็นเรื่องของประชาธิปัตย์โดยตรง แต่ทุกอย่างคือ อภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องรับผิดชอบปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น”

ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ แกนนำเสื้อแดงในคราบเพื่อไทย ยังจะใช้โอกาสนี้ล้างภาพเผาเมือง โดยโยนว่าทหารเป็นผู้เผาเซ็นทรัลเวิลด์และศาลากลางจังหวัด

ขณะที่เสื้อแดงสันติวิธี ขาวผ่องใส ไร้อาวุธ...

ทั้งเกมในสภานอกสภา ถูกจัดวางให้อยู่ในช่วงร้อนใกล้ๆ กันคือวันที่ 12 มี.ค.

เป็นแผนของทักษิณที่ผนึกกำลังเพื่อไทยสื้อแดง สลัดเกมรุนแรง ตามทฤษฎีแก้ว 3 ประการออก หลังล้มเหลวในปีที่แล้วจนตัวเองเกือบเจ๊ง

ครั้งนี้กลับมาใช้ยุทธศาสตร์สองขาถล่ม “อภิสิทธิ์” เหมือนเดิม

สั่งลาก่อนถึงการเลือกตั้ง ส่วน มาร์คปีที่สาม จะไหวหรือไม่ต้องติดตาม...