ซื้อใจหลายเด้ง '375+125' จับมืออยู่ยาวหลังเลือกตั้ง

วันที่ 26 ม.ค. 2554 เวลา 07:37 น.
ขับเคี่ยวกันจนนาทีสุดท้ายระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสูตรระบบเลือกตั้ง สส. เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสียงแข็งต้องเป็นสูตร 375+125 เท่านั้น ถึงจะยอมแก้รัฐธรรมนูญให้

 

เป็น “เขตเล็ก” ตามความต้องการของพรรคร่วมก็ต้องพบกันครึ่งทาง ไม่ใช่ได้คืบเอาศอก เปลี่ยนไปเป็นสูตร 400+100 ตามพรรคร่วมอีก

พรรคร่วมช่วงแรกกล้ามโต บรรหาร ศิลปอาชา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำชาติไทยพัฒนา อาสาเป็นแกนนำหักหน้าอภิสิทธิ์คำรามว่าต้องสูตร 400+100 เท่านั้น โดยอ้างเพื่อเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2540

แต่เบื้องลึก “บิ๊กเติ้ง” ไม่อยากให้ประชาธิปัตย์โต ได้ที่นั่งเพิ่ม เป็นกอบเป็นกำในการเลือกตั้งที่จะถึง จากสูตร 375+125 ประชาธิปัตย์จะแบ่งกันกินกับเพื่อไทย โดยเฉพาะจาก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 125 คน จะได้เฉลี่ยพรรคละ 40:40 ที่เหลืออีก 45 ที่นั่ง แบ่งให้พรรคร่วมพรรคละ 10

หากประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้เพิ่มจากสูตรเลือกตั้งใหม่ตามที่นักการเมืองวิเคราะห์กัน คือ เป็นพรรคอันดับ 2 ที่ไม่ทิ้งขาดพรรคเพื่อไทยมากนัก ก็จะสร้างอำนาจต่อรองตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคร่วมไม่มีเสียง หมดพลังที่จะขอกระทรวงเกรดเอ

พรรคร่วมอย่างชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย รวมชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน ชอบการเลือกตั้งแบบเขตเดียวคนเดียว เพราะไม่ต้องใช้กระแส ยิ่งมีอำนาจรัฐด้วยแล้วก็สามารถใช้กลไกเครือข่ายหัวคะแนน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. นายอำเภอ อบต. ปัจจัยกระสุน คำนวณคะแนน ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเขตใหญ่

ดังนั้น ยิ่งมีที่นั่งให้ชิงชัยมากเท่าไร เช่น ถ้าได้ 400 ที่นั่ง ก็ยิ่งมีลุ้นมากเท่านั้น

แต่ลำพังพรรคร่วมคงไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะมีเสียงแค่ 100 เสียง ถ้าได้เสียงจากพรรคเพื่อไทยที่มีก้อน สส.มากถึง 186 เสียง ฝันของ “บิ๊กเติ้ง” ก็ถึงฝั่ง ขอเสียง สว.อีกไม่มากสัก 30 เสียง สูตร 400+100 ก็ผ่านแน่ๆ ทั้งในวาระ 23

ทว่าเพื่อไทยเล่นหลายหน้า หน้าหนึ่ง อยากได้ 400+100 เพื่อบล็อกไม่ให้ประชาธิปัตย์ได้ที่หนึ่ง แต่ออกอาการมากไม่ได้ ต้องรักษาจุดยืนในการคว่ำบาตรไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมาโจมตีว่านี่เป็นการแก้เพื่อนักการเมือง

การแทงกั๊ก อยากแก้แต่เปิดหน้าเล่นไม่ได้ ทำให้การจับมือกับพรรคร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ไม่ถนัดนัก ส่วนเพื่อไทยถ้าจับมือกับพรรคร่วม นอกจากได้สามเด้ง ตีกันประชาธิปัตย์ ได้ “หักหน้า” อภิสิทธิ์ ยังได้เสี้ยมให้รัฐบาลแตกแยกกันเอง

สูตรหนึ่ง คือ ไปจับมือกับพรรคร่วมในวาระ 2 สนับสนุนสูตร 400+100 แต่พอโหวตวาระ 3 ทั้งฉบับ ไม่ลงมติให้พรรคร่วมเพื่อให้สูตร 400+100 ตกไป และกลับไปใช้แบบเขตใหญ่ปัจจุบัน ผลคือรัฐบาลแตกกันเละ

เพราะเป้าหมายของเพื่อไทยคือ ทำอะไรก็ได้ให้รัฐบาลพัง

แม้บิ๊กพรรคร่วมจะวิเคราะห์ว่า ที่สุดอภิสิทธิ์นั่นแหละที่ไม่พร้อมยุบสภา เพราะนโยบายประชาวิวัฒน์ยังออกไม่เต็มสูบ ต้องรอผ่านกฎหมายอีกหลายฉบับ อีกทั้งรัฐบาลก็กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2555 ดังนั้น ต้องอยู่บริหารประเทศจนถึงเดือน ต.ค. หรืออาจจะลากไปถึงครบวาระเดือน ธ.ค.

ที่สุดพรรคร่วมก็ไม่กล้าหืออือกับอภิสิทธิ์ กลัว “ไม้ตาย” ยุบสภา เพราะถ้าเล่นเกมดุ กดดันประชาธิปัตย์มากเกินไป หรือเล่นกันแบบไม่ไว้หน้าพรรคแกนนำ จนอภิสิทธิ์สูญเสียภาวะผู้นำ นายกฯ มาร์คก็อาจเลือกหนทางยุบสภาเอาคืน

ลึกๆ เหตุที่ประชาธิปัตย์มีอำนาจต่อรองเหนือพรรคร่วมก็คือ การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2554 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ที่จะเข้าสภาในเดือน ก.พ. ในจำนวนนี้เป็นงบกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น 6,000 ล้านบาท และงบฟื้นฟูประเทศหลังอุทกภัยอีก1 หมื่นล้านบาท

รวมถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 ซึ่งทั้งสองฉบับ ครม.เพิ่งอนุมัติในการประชุม ครม. สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

โดยเฉพาะงบประมาณในปี 2555 ตั้งไว้สูงถึง 2.25 ล้านล้านบาท แยกเป็น รายจ่ายประจำ 1.8 ล้านล้านบาท และรายจ่ายการลงทุน 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งจัดสรรตามกระทรวง ทบวง กรม ที่แต่ละพรรคดูแล จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บิ๊กพรรคร่วมไม่กล้าแข็งขืนกับประชาธิปัตย์

“เนวิน” ที่ว่ากล้าจึงเสียงอ่อนเป็น “ไอ้เสือถอย” ก่อนพรรคอื่น ถ้าแรงกับประชาธิปัตย์มากไปจนถึงขั้นแตกหักก็อาจส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ ไม่เฉพาะวันนี้ แต่ยาวไปถึงอนาคต เพราะทางเลือกของเนวินครั้งหน้าสดใสกับประชาธิปัตย์มากกว่าเพื่อไทย

จะกดดันอะไรก็เอาแค่หอมปากหอมคอ หวือหวาแต่พองามให้สมกับความเป็นรัฐบาลผสมชุดนี้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันเอาให้ตาย เพราะต้องพึ่งประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลครั้งหน้า เนวินจึงเรียกประชุมพรรควานนี้ ที่ตึกศิริภิญโญ สั่ง สส.พรรคโหวตให้กับสูตร 375+125

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ต้นโผหลัก ทางเลือกหลังเลือกตั้งอาจมีมากกว่าภูมิใจไทย เพราะไหลไปได้สองขั้ว ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย “บิ๊กเติ้งเสธ.หนั่น” ถึงกล้าส่งเสียงดังหักหน้าอภิสิทธิ์ จะเอาสูตร 400+100 ให้ได้

ว่ากันว่า การหาญกล้ากระแทกใส่ประชาธิปัตย์โครมครามของบรรดาพรรคร่วม เป็นการ “ต่อรองราคา” เหมือนซื้อขายสินค้าที่ต้องขอ “ลดราคา” ให้มากที่สุด แต่เจ้าของร้านยอมพบครึ่งทาง แค่แก้รัฐธรรมนูญเขตเดียวคนเดียวแต่ต้องเป็นสูตร 375+125 จะให้ลดมากกว่านี้คงไม่ได้

บิ๊กพรรคร่วมรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ได้แค่นี้ แต่ต้องกดดันขอโปรโมชันลดราคาสินค้าชิ้นอื่นในร้านอีก เทียบได้กับงบประมาณลงกระทรวงที่ตัวเองรับผิดชอบ ไหนๆ ได้เขตเดียวคนเดียวแล้ว ก็ต้องขอเหล้าพ่วงเบียร์ ประชาธิปัตย์จึงจัดให้แบบมองตารู้ใจ

ปัญหาคือ ภูมิใจไทยถอยแล้ว เพื่อแผ่นดิน มาตุภูมิ ก็ยอมตามประชาธิปัตย์ แต่ “บิ๊กเติ้ง” อดีตนายกฯ และ เสธ.หนั่น “ว่าที่นายกฯตาอยู่” ยังหาบันไดลงไม่ได้ เพราะมีศักดิ์ศรีค้ำคอ เมื่อช้ากว่าพรรคอื่นก็ต้องทิ้งลายไว้บ้าง เลยออกลูกกั๊กๆ

แต่บทสรุปสุดท้าย ยกธงขาวให้ประชาธิปัตย์ แผนเคาะกะลาจาก 400+100 เลยกลับหลังหัน เป็น 375+125 แบบไม่เป็นปี่เป็นขลุ่ย พรรคร่วมลงตัว ผลประโยชน์อิ่ม งานนี้อยู่ยาว