พรรคร่วมกลัวยุบสภา ถอยสูตรเลือกตั้ง

  • วันที่ 20 ม.ค. 2554 เวลา 07:27 น.

ดิ้นเฮือกสุดท้าย? ด้วยการเดินเกมปลุกกระแสชงสูตรเขตเลือกตั้ง สส.เขต 400 ที่นั่ง+สส.สัดส่วน 125 ที่นั่ง ขึ้นมากลบสูตร 375+125 ซึ่งถูกตั้งแง่จน “ประชาธิปัตย์” ต้องออกอาการร้อนๆ หนาว ๆ ในการลงมติชี้ขาดสุดท้ายในที่ประชุมรัฐสภา  

ยิ่งเที่ยวนี้ได้ “เนวิน ชิดชอบ” มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ขันอาสาหาทางออกให้กับความขัดแย้งในปมปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกมนี้ต้องลุ้นกันจนถึงที่สุด

แต่สุดท้าย ข้อเสนอนี้คงยากจะฝ่าด่านความเขี้ยวของ “ประชาธิปัตย์”

เมื่อสูตร 375+125 ตามคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ชุดที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ถือเป็นทางออกที่ลงตัวสำหรับประชาธิปัตย์จนไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นได้ เมื่อมีผลกระทบต่อไปถึง “เก้าอี้” ?และ “อนาคต” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่ผ่านมา การขับเคี่ยวที่ผ่านมาระหว่าง “ประชาธิปัตย์” และ “พรรคร่วมรัฐบาล” เป็นไปอย่างดุเดือด ก่อนที่ สูตร 400+100 ซึ่งพรรคร่วมผนึกกำลังหนุนจะถูกเบียดตกไปในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการโหวตแบบฉิวเฉียว 18 ต่อ 17 เสียง

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความการต่อสู้ในปมปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะหมดไป เมื่อเสียงชี้ขาดสุดท้ายจะไปตัดสินกันในการลงมติของที่ประชุมรัฐสภา วาระ 2-3 วันที่ 25-26 ม.ค.นี้ ทำให้การเดินเกมเสนอสูตรต่างๆ ยังไม่ยุติลง

โดยเฉพาะสารพัดสูตร ที่สมาชิกขอแปรญัตติ ใน 11 สูตร เขตเลือกตั้ง ได้แก่ 1. 400+100 2. 400+125 3. 300+100 4. 300+150 5. 400+80 6. 300+200 7. 200+100 8. 380+100 9. 350 +150 10. 375+100 11. 360+140

การจุดกระแสสูตร 400+125 เที่ยวนี้ จึงจะเป็นทางออกใหม่ที่สมน้ำสมเนื้อ ในการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล ต่อจากนี้

ชัดเจนจากคำอธิบายของ มานิต นพอมรบดี สส.ราชบุรี ตัวแทนกรรมาธิการฯจากพรรคภูมิใจไทย ให้เหตุผลว่า แนวทางนี้น่าจะช่วยลดความขัดแย้งได้ ซึ่งภายในพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินเห็นด้วยกับแนวทางนี้

แต่ประชาธิปัตย์ยังส่งสัญญาณเอาจริง ยืนยันในสูตร 375+125 ซึ่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้สิทธิ สส. ขอเสนอคำแปรญัตติว่าเห็นด้วยกับมติของคณะ กมธ. ที่จะให้มี สส.เขต 375 คน และ สส.สัดส่วน 125 คน

เพราะแน่นอนว่าหากประชาธิปัตย์ ยอมโอนอ่อนไปตามสูตร 400+125 แม้จะได้เก้าอี้ สส.สัดส่วนเพิ่มไม่ต่างจากสูตร 375+125 แต่หากคำนวณภาพรวมสัดส่วน สส.ทั้งหมด จากที่ประชาธิปัตย์เคยได้เปรียบ ย่อมต้องมีแต่เท่าทุน หรือ ขาดทุน

เมื่อการปรับลดเขตเลือกตั้ง 25 ที่นั่ง ซึ่งกรรมาธิการศึกษาฯ เสนอขึ้นมาพิจารณา ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่อยู่ใน ภาคเหนือ และ อีสาน นั่นถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับประชาธิปัตย์ซึ่งมีฐานเสียงในภาคกลางและภาคใต้

การยอมกลับไปเพิ่ม สส.เขตเป็น 400 ย่อมส่งผลต่อสัดส่วนที่นั่งทั้งหมดในสภาซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่สำคัญสูตร 400+125 ยังขัดต่อจุดยืน เหตุผล ที่พร่ำอธิบายถึงการยอมกลับลำมาแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเดิมชี้แจงว่าแม้จะเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว แต่การปรับลดจำนวน สส.ลง ไป 25 คน ส่งผลให้การเกลี่ยพื้นที่ใหม่ สส.แต่ละคนต้องดูแลรับผิดชอบพื้นที่กว้างขึ้น

เขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเวอร์ชันนี้ จึงพอถูไถ กับเขตใหญ่เรียงเบอร์ไม่มาก การซื้อเสียงจึงทำได้ยากกว่าเขตเดียวเบอร์เดียวแบบเดิมๆ ไม่ขัดกับจุดยืนพรรคเท่าที่ควร และเป็นไปตามที่คณะกรรมการชุดอาจารย์สมบัติพิจารณาศึกษามาอย่างดีแล้ว

งานนี้จึงเป็นไปได้ยากที่ประชาธิปัตย์จะยอมรับสูตร 400+125 ตามแรงบีบของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เคลื่อนไหวกดดันอยู่ในขณะนี้

พิจารณาจากตัวเลขสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดตอนนี้ 625 คน การที่จะหวังชนะโหวตในวาระ2-3 ซึ่งต้องการเสียง 313 ขึ้นไป จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับประชาธิปัตย์?ซึ่งมีเสียงอยู่ 172 เสียง เมื่อประเมินจากท่าทีของ สว. ที่พร้อมหนุนสูตร 375+125 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 เสียงจาก 150 เสียง

ดังนั้นเสียงพรรคร่วมรัฐบาล 106 เสียงจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากกับการเดินหน้าสู่เป้าหมาย สูตร 375+125 ซึ่งแม้จะมีเสียงคัดค้านจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เห็นด้วยกับสูตรนี้มาตลอด ทว่าไพ่ใบสุดท้าย อย่าง“ยุบสภา” อยู่ในมือ “อภิสิทธิ์” พร้อมจะหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อหากเกิดปัญหาคุมไม่อยู่

ทำให้สุดท้าย พรรคร่วมรัฐบาลไม่กล้าแตกหักกับรัฐบาลในเวลานี้ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างล้มกระดานกลับไปสู่การเลือกตั้ง ที่สำคัญ เป็นการเลือกตั้งในระบบเก่าเขตใหญ่เรียงเบอร์ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต้องการให้เปลี่ยนมาโดยตลอด แต่เป็นระบบที่ประชาธิปัตย์ได้เปรียบ

ทว่าประชาธิปัตย์เองก็ไม่ต้องการแตกหักกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะนอกจากจะส่งผลต่อการทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ยังจะเป็นปัญหาคาใจไปถึงการรวมเสียงตั้งรัฐบาลในสมัยหน้า

ขั้นตอนสำคัญต่อไปนี้จึงอยู่ที่การเจรจา “ล็อบบี้” หรือ “ต่อรอง” !!!

อีกทั้งทุกอย่างต้อง “เคลียร์” ให้ลงตัวก่อนนัดหมายล่าสุดของแกนนำประชาธิปัตย์และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่โรงแรมพลาซา แอทธินี 24 ม.ค. นี้ ก่อนที่จะเดินหน้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 วันที่ 25 ม.ค. นี้

เกมทุกอย่างรัฐบาลต้องเร่งบีบให้เร่งเวลาขึ้นมา เพราะมีเงื่อนไขสำคัญอย่างการหมดวาระของ สว. สรรหากลางเดือนก.พ. นี้ และเริ่มมีสัญญาณจาก สว.ส่วนใหญ่ว่าจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อป้องกันปัญหาในการเข้ารับการสรรหาอีกรอบ

ที่สำคัญเสียงส่วนที่จะหายไปนี้ ถือเป็นอีกฐานเสียงที่จะโหวตสนับสนุน สูตร 375+125 ดังนั้นรัฐบาลจึงมิอาจปล่อยให้เวลาทอดนานออกไป โดยเฉพาะเงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องทิ้งระยะเวลาก่อนลงมติในวาระที่ 3 เป็นเวลา 15 วัน

สิ่งเหล่านี้ล้วนกำหนดให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ต้องเดินไปตามกรอบเวลา และเส้นทาง ที่มิอาจแตกแถว หรือปล่อยให้อะไรมาเป็นอุปสรรค เมื่อเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง

 

ข่าวอื่นๆ