ไสช้าง หวยออนไลน์ ทลายขุมข่ายสลากเกินราคา

วันที่ 19 ม.ค. 2554 เวลา 07:21 น.
คอหวยกำลังได้ใจพากันเฮลั่น พลันเมื่อ “พ่อมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมกัดลิ้นตัวเองไฟเขียวให้ “เกียรติ สิทธีอมร” ประธานผู้แทนการค้าไทย ไปเจรจาเพื่อฟื้นเรื่องการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการขายหวยมาอย่างแข็งขัน

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจ


คอหวยกำลังได้ใจพากันเฮลั่น พลันเมื่อ “พ่อมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมกัดลิ้นตัวเองไฟเขียวให้ “เกียรติ สิทธีอมร” ประธานผู้แทนการค้าไทย ไปเจรจาเพื่อฟื้นเรื่องการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการขายหวยมาอย่างแข็งขัน

การกลับหลังหันของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ข้อสรุปเรื่องการทำสัญญาระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี ในการจำหน่ายสลากออนไลน์แบบเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว ว่าไม่ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือกฎหมายฮั้วประมูล

ทำให้งานนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่มีข้ออ้างที่จะดึงเรื่องหรือยื้อการเดินหน้าโครงการขายหวยออนไลน์ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ยืดยาวอีกต่อไป

เพียงแต่รูปร่างหน้าตาของสลากออนไลน์ในยุคของพ่อมาร์ครูปหล่อนั้น ได้ยื่นคำขาดชัดเจนว่า ห้ามขายสลากแบบ 2 ตัว และ 3 ตัว หรือหวยบนดินตามรอย “ทักษิณ” โดยเด็ดขาด

ข้อสรุปจึงชัดเจนว่า น่าจะเป็นการจำหน่ายสลากแบบ 6 หลัก เหมือนการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลปกติ เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการจำหน่ายให้คนสามารถเลือกเลขได้ และขายผ่านตู้ขายสลากออนไลน์ ในราคาใบละ 40 บาท ราคาเดียว

ไม่มีการโก่งราคาจากคนทั่วไปเหมือนสลากใบที่ขายกันแพงหูฉี่อยู่ในอัตราคู่ละ 110120 บาท หรือใบละ 5560 บาท

ว่ากันว่า แนวคิดว่านี้มาจาก สังศิต พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในฐานะที่ปรึกษาโครงการประชาวิวัฒน์ ที่เสนอให้มีการรวบเอาเรื่องการแก้ไขปัญหาขายสลากเกินราคาเข้าไว้ในโครงประชาวิวัฒน์ด้วย โดยเบื้องต้นจะให้นำสลากการกุศลมาจำหน่ายเป็นแบบออนไลน์ก่อน คาดว่าจะเริ่มได้ในงวดเดือน ก.พ. 2555 มีวงเงินประเดิมก้อนแรก 8,000 ล้านบาท เพราะต้องการรอให้โควตาสลากการกุศลของเก่าหมดก่อน

การขายแบบนี้ สังศิต เชื่อมั่นว่า สลากการกุศลมาขายแบบออนไลน์ จะสามารถดึงราคาสลากใบที่ขายเกินราคาลงมาได้ เพราะคนจะหันมาสนใจซื้อสลากที่สามารถเลือกเลขได้ และราคาคงที่ตายตัวที่ 40 บาทก่อน

ขณะที่การเดินหน้าขายสลากออนไลน์แบบ 6 หลัก ก็สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ของสำนักงานสลากฯ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ โดยไม่ต้องทำเรื่องขอมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สังคมค่อนขอดติติง

แถมยังไม่เกี่ยวกับเรื่องเก่าที่ ครม.ขิงแก่ สมัยที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รมว.คลัง ในขณะนั้นขอยุติการจำหน่ายสลากออนไลน์แบบ 2 ตัว และ 3 ตัว ออกไปก่อน เนื่องจากขัดต่อ พ.ร.บ.การพนัน เพราะรายได้จากการจำหน่ายหวยบนดินหรือหวยออนไลน์สมัยนั้นไม่ได้ส่งเข้าคลัง และเข้าข่ายการกินรวบ ไม่ใช่กินแบ่ง จึงทำให้ต้องยุติการจำหน่ายหวยบนดินมาตั้งแต่งวดเดือน ธ.ค. 2549

ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไป คือ การทำคลอดสลากออนไลน์สายพันธุ์ใหม่ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกเลขได้ 6 หลักครั้งนี้ ยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่องที่กระทรวงการคลัง สำนักงานสลากฯ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี และผู้ที่เคยได้รับโควตาสลากออนไลน์เมื่อ 3 ปีก่อน ต้องมาจับเข่าหารือกัน

ประเด็นแรก คือ สัญญาที่บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ได้ทำไว้กับสำนักงานสลากฯ ในการขายหวยออนไลน์เลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว สามารถนำมาใช้กับสลาก 6 หลัก ได้หรือไม่ ถือว่าท้าทายในแง่ของการตีความ

ประเด็นต่อมา คือ สัญญาที่ทำกับผู้ค้าสลากที่เคยได้รับโควตาขายสลากออนไลน์ หรือสลากแบบ 2 ตัว และ 3 ตัว เมื่อ 3 ปีก่อนยังสามารถโอนมาใช้กับการขายสลากออนไลน์แบบ 6 หลัก ได้หรือไม่

ถ้าทำได้หมายถึงคู่สัญญาเดิม 6,000 ราย จะได้ลืมตาอ้าปาก หลังจากทิ้งเงินไปเป็นแสนบาท

จากตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าสัญญาที่สำนักงานสลากฯ ทำไว้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์จีเท็คฯ เป็นเพียงสัญญาว่าจ้างให้จำหน่ายสลากด้วยเครื่องเท่านั้น ทำให้เปิดกว้างสามารถทำเกมได้ 5 อย่าง

จึงน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนเกมใหม่จากที่ให้รับจ้างให้จำหน่ายสลากแบบ 2 ตัว และ 3 ตัว มาเป็นรับจ้างให้จำหน่ายสลากแบบ 6 ตัวแทน

แต่จะมีปัญหาที่ต้องตกลงกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ เรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนเกม เพราะมีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนซอฟต์แวร์ ทั้งระบบในส่วนกลางและที่ตู้ออนไลน์ใหม่ที่ต้องหาข้อสรุปให้ได้ก่อนว่าใครจะจ่ายและจ่ายเท่าไร

หรือจะผลักภาระให้ผู้ค้าสลากที่ได้รับโควตาไปแล้ว ซึ่งล่าสุดคาดว่าจะเหลือผู้ค้าที่มีตู้พร้อมจำหน่ายสลากออนไลน์อยู่ประมาณ 5,000 เครื่อง จากทั้งหมดที่ได้รับการคัดเลือกมาจำนวน 7,000 เครื่อง ส่วนที่หายไปเป็นผู้ที่ขอสละสิทธิ์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถรอข้อตัดสินของรัฐบาลได้ เนื่องจากบางรายต้องขอเช่าหน้าร้านเพื่อวางตู้ออนไลน์ และไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้

นอกจากนี้ เรื่องรูปแบบการจำหน่ายและการจ่ายเงินรางวัล ยังต้องหาข้อสรุปกันต่อว่า จะออกมารูปแบบไหนอย่างไร

เพราะขณะนี้มีการกังวลว่า การจำหน่ายสลากออนไลน์แบบ 6 หลัก จะไปตัดวงจรหรือทำลายระบบขายสลากใบซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แน่นอนว่าจะกระเทือนถึงกระบวนการพ่อค้าคนกลางที่ขายสลากเกินราคา และอาจก่อตัวมาต่อต้านสลากออนไลน์ 6 หลักได้

เพราะถ้าสามารถจัดระบบการขายด้วยระบบออนไลน์กระจายออกไปอย่างทั่วถึง โควตาสลากแบบปกติที่ขายแบบใบงวดละ 60 ล้านฉบับ จะสะเทือนทันที

เพราะหมายถึงเม็ดเงินที่เป็นรายได้ที่บรรดาคนขายสลากเกินราคาเคยได้รับจากส่วนต่างของต้นทุนหน้าสลาก 80 บาท/ฉบับ ทำให้รับกันเหนาะๆ กันอยู่ 40 บาท/ฉบับ

หมายถึงว่า รัฐบาลกำลังทลายขุมข่ายรายได้จากการขายสลากงวดละ 2,400 ล้านบาท ให้แตกย่อยยับ

ทำให้ผู้คนที่อยู่ในขบวนการขายสลากร่วมแสนคนเดือดร้อน

รวมทั้งควรต้องหาทางจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัว โดยต้องพิจารณาถึงโควตาของคนที่รอจะจำหน่ายสลากแบบออนไลน์มานานถึง 3 ปีก่อน เพราะถือว่ารอมานานและมีความพร้อมมากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ

อีกปัญหาหนึ่งที่จะต้องสะสาง คือ ยอดจำหน่ายสลากการกุศลที่มีวงเงินน้อยเพียงแค่หลักร้อยล้านหรือพันล้านบาทต่องวดจะจูงใจให้ลงทุนหรือไม่

เพราะจำนวนดังกล่าวถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับยอดขายหวยบนดินที่เคยขายได้เฉลี่ยงวดหนึ่งไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ทำให้ผู้ค้าสลากอาจมีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย โดยผู้ค้าสลากรายย่อยที่มีทุนน้อยอาจสู้ผู้ค้ารายใหญ่ที่ทุนหนา สามารถกดเลือกเลขสลากที่มีคนนิยมในแต่ละงวดออกมาจำหน่ายได้ก่อน

นอกจากนี้ วิธีการจ่ายรางวัลแบบผันแปร กล่าวคือ จะมีการกำหนดเงิน 60% ของยอดขายในแต่ละงวดมาจ่ายรางวัล ถ้าหากมีคนถูกเลขเดียวกันมาก ยอดจ่ายรางวัลจะน้อย แต่หากมีคนถูกเลขรางวัลเดียวกันน้อย ยอดจ่ายรางวัลก็จะมาก

กรณีที่ไม่มีคนถูกรางวัลจะให้นำรางวัลเก็บสะสมไว้ในงวดต่อไปหรือไม่

ข้อสรุปทั้งหมดนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว หรืออย่างน้อยต้องรีบทำก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่

เพราะเชื่อว่าตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อน “หวยออนไลน์พันธุ์ใหม่” นี้ คงไม่ใช่เรื่องของรูปแบบและวิธีการเพียงอย่างเดียวที่ต้องหาข้อสรุปให้ได้

ประเด็นการเมืองจะกลายเป็นเงื่อนไขที่สำคัญกว่า เพราะหากมีการเปลี่ยนรัฐบาล เชื่อแน่ว่าโครงการนี้ก็น่าจะล้มลงอีก เพื่อรอให้มีการจัดสรรผลประโยชน์ของคนที่มาใหม่ลงตัวกว่านี้เช่นเดิม