แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตปี 54

วันที่ 24 ธ.ค. 2553 เวลา 18:36 น.
สมาคมประกันชีวิตไทยตั้งเป้าปี 54 เบี้ยรับรวมโต 15% ด้านปี 53 ไปไม่ถึงฝันขาด 2%

โดย วารุณี อินวันนา

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย

สมาคมประกันชีวิตไทย คาดการณ์ธุรกิจประกันชีวิตในปี 2554 อย่างสวยหรู ด้วยตัวเลขการเติบโตสูงถึง 15% จากปี 2553 ที่ตัวเลขการเติบโตไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะเพิ่มขึ้น 15%

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยบวกหลายอย่างทำให้  นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ตั้งเป้าหมายว่าปี 2554 เบี้ยรับรวมจะเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปี 2553

นายสุทธิ กล่าวว่า การตั้งเป้า 15% มาจากเหตุผลหลัก คือ ช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยเฉพาะการขายผ่านธนาคารที่มีส่วนแบ่งเบี้ยปีแรกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มยังจะได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะมีความเคยชินแล้วจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางดังกล่าวแค่ 10% เท่านั้น แต่ปี 2553 เพิ่มขึ้นมาเป็น 38-39% ของเบี้ยปีแรก

ขณะเดียวกัน ช่องทางการขายผ่านตัวแทน ยังมีสามารถเติบโตได้อีกมาก เพราะสัดส่วนผู้ถือกรมธรรม์มีเพียง 26% เท่านั้น ยังมีอีกกว่า 70% ที่ยังไม่มีความคุ้มครอง เพียงแต่รอตัวแทนเข้าไปเสนอแบบประกันที่ตรงกับความต้องการเท่านั้น

นอกจากนี้ มาตรการลดหย่อนภาษีกรมธรรม์บำนาญที่ออกมาช่วงปลายปี และหลายบริษัทออกกรมธรรม์มาขายในเดือนธ.ค.2553 จะมีผลกระตุ้นตลาดให้กันมาซื้อประกันมากขึ้นในปี 2554 ซึ่งปีนี้เวลาสั้นไป ผู้มีเงินออมหันไปซื้อกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ และ กองทุนหุ้นระยะยาวไปแล้ว

รวมถึง กลางปี 2554 อัตราเบี้ยมรณะใหม่จะออกมาใช้ ทำให้ราคาเบี้ยประกันชีวิตลดลง โดยเฉพาะเพศหญิง จะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาออม ผ่านประกันชีวิตมากขึ้น

ปี 53 เบี้ยหลุดเป้า เหตุม็อบแดง น้ำท่วมฉุด

นายสุทธิ ยอมรับว่าปี 2553 เบี้ยรับรวมจะเติบโตไม่ถึง 15-16% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เมื่อช่วงต้นปี เพราะเบี้ยรับรวมช่วง 10 เดือนแรกของปี 2553 มีอัตราการเติบโตเพียง 13% ส่งสัญญาณว่าเบี้ยรวมจะไปไม่ถึงเป้าหมาย อาจจะเติบโตเพียง 13% เท่านั้น

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยรับรวมชะลอตัวยมาจาก 2 เหตุการณ์ คือ ช่วงเดือนพ.ค.-เดือนมิ.ย. มีเหตุการณ์ไม่ปกติทางการเมือง เกิดการชุมนุมยืดเยื้อ ทำให้บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งที่อยู่ในบริเวณชุมนุมหยุดร่วมสัปดาห์ ส่งผลต่อการทำตลาด และ การให้บริการ

อีกช่วงหนึ่งคือ เดือนต.ค. เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ บริษัทประกันชีวิตมีการผ่อนผันการชำระเบี้ยให้ลูกค้า 2-3 เดือน และเข้าไปเก็บเบี้ยไม่ได้ตามที่นัดหมาย จากมีการชุมนุมทำให้การทำตลาดและบริการหยุดชะงักร่วมเดือน และมีภาวะน้ำท่วมตามมาอีก ทำให้เบี้ยไหลเข้าไม่เป็นไปตามที่ประมาณการณ์ไว้

แม้ว่า ในช่วงปลายปีทางกรมสรรพากร จะประกาศให้สิทธิลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบบำนาญเพิ่มอีก 2 แสนบาท รวมเป็น 3 แสนบาท แต่เมื่อรวมกับการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนหุ้นระยะยาวแล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท แต่หลายบริษัทประกันชีวิตเพิ่งจะออกกรมธรรม์มาทำตลาดได้ในช่วงกลางเดือนธ.ค. ซึ่งผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อสิทธิลดหย่อนทางภาษีได้ทำการลงทุนไปแล้ว

ทั้งนี้ 10 เดือนแรก มีเบี้ยรับรวม 2.34 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%  เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แยกเป็นเบี้ยลูกค้ารายใหม่ 4.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เบี้ยประเภทชำระครั้งเดียว 2.43 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% และเบี้ยต่ออายุ 1.61 แสนล้านบาท