"เดือด โดน ดัง" เกือบ"พัง" จับลีลาความเป็นที่สุดของการแถลงนโยบายต่อสภา

  • วันที่ 27 ก.ค. 2562 เวลา 21:12 น.
  • Exclusive

"เดือด โดน ดัง" เกือบ"พัง" จับลีลาความเป็นที่สุดของการแถลงนโยบายต่อสภา

ดี เด่น ดัง เดือดดาล หลากหลายพฤติกรรมจากการประชุมสภาเพื่ออภิปรายนโยบายรัฐบาล

............................

โดย โพสต์ทูเดย์เอ็กคลูซีฟ

เก็บฉากกันไปแล้ว สำหรับการประชุมรัฐสภาในวาระแถลงนโยบายรัฐบาล ที่ห้องประชุมชั่วคราว อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ

แม้บรรยากาศโดยภาพรวมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่จากการประชุมรัฐสภา ในยุคที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี2560

ผู้นำการแถลง อย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผู้อภิปรายทั้งส.ส.ฝ่ายค้านและส.ส.ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงสว.ที่ได้รับการจิ้มเลือกมาจากคสช. ก็อาจถือว่า"ใหม่" สำหรับการประชุม

เมื่อนำมาคลุกเคล้ารวมตัวกันที่อาคารประชุมแห่งนี้ ทำให้บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยสีสันต์และสาระประโยชน์

แม้ผู้แทนปวงชนชาวไทย จะมีทั้งคนหน้าเดิมๆ ทั้งอาวุโส และรุ่นใหม่ซิงๆก็ตาม สมควรได้รับการบันทึกไว้ในความเป็นที่สุดของการประชุมสภานัดนี้เช่นกัน

อันดับแรก "เดือดสุด" ปรอทแทบแตก ต้องยกให้ การอภิปรายของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นอภิปรายในช่วงไพร์มไทม์หรือภายหลังสถานีโทรทัศน์เสนอข่าวภาคค่ำจบลง

ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านตกลงปลงใจมอบเวลาดังกล่าวให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เนื่องจากเป็นบุคคลที่เหมาะสุดในการขึ้นต่อกรกับนายกฯ เหมือนเป็นมวยคู่เอกที่ต้องชกในเวลาดังกล่าว ทุกสายตาประชาชนจะให้ความสนใจติดตาม

เป็นไปตามคาดของคอการเมือง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เปิดอภิปรายแบบบ้านๆโดยไม่ต้องอาศัยสคริปต์ ด้วยการพุ่งเป้าโจมตีไปที่"บิ๊กตู่" เป็นสำคัญ

ลักษณะแหย่รังแตนไปเรื่อยๆ เพราะรู้อยู่ว่าจุดอ่อน" บิ๊กตู่" คือเรื่องของการควบคุมอารมณ์

ปฏิบัติการ ยุแหย่ ต่อ ตี ตามสไตล์ อดีตนายตำรวจสายบู๊บรรลุเป้าหมาย ตั้งแต่กล่าวหารัฐบาลชุดนี้เข้ามาด้วยการโกงเลือกตั้ง จนส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและสว.พิทักษ์" บิ๊กตู่" ต้องยกมือประท้วง ขอให้ถอนคำพูด แต่พล.ต.อ.เสรพิศุทธ์ไม่ถอนคำพูด  แถมเดินหน้าราวีหาสารพัดเรื่องโจมตี"บิ๊กตู่"

นายกฯไม่ใช่พระอิฐพระปูน เหมือนน้ำร้อนที่เดือดปุดๆดันฝากาน้ำร้อนกระเด็น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้หน้า นักเรียนนายร้อยรุ่นพี่ชื่อ" ตู่" เหมือนกัน ก่อนจะประกาศตัดสัมพันธ์ความเป็นรุ่นพี่กันเลยทีเดียว

ขณะที่บรรยากาศการประชุมชุลมุนวุ่นวายตามมา ทำให้" พรเพชร วิชิตชลชัย" ประธานที่ประชุมขณะนั้นต้องสั่งพักการประชุมชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าสู่การประชุมดำเนินไปตามปกติ

"โดนมากสุด" เห็นจะเป็นการทำหน้าที่ควบคุมการประชุมสภาของพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาที่มารับไม้ต่อจากชวน หลีกภัย ประธานสภา

หากสังเกตให้ดี แทบทุกครั้ง" พรเพชร" ขึ้นทำหน้าที่จะเกิดรายการประท้วงกันวุ่นวายมากกว่าช่วงที่ ชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ การประท้วง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้ถอนคำพูด ถึงกับพรเพชรนั่งกุมขมับ ขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายให้จบเร็วๆ ถึงกับมีจังหวะหนึ่งที่สมาชิก เรียกร้องให้ พรเพชร ลุกออกจากที่นั่งเสียเถอะ เพราะควบคุมการประชุมไม่อยู่ ชนิดน่าเห็นใจสุดๆ

ช่างเป็นเหตุบังเอิญเหลือเกิน ทุกครั้งที่พรเพชรขึ้นทำหน้าที่ เป็นช่วงเวลาเดียวกับการรับมือพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปราย

เช่นเมื่อครั้งการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายคุณสมบัตินายกฯในช่วงที่พรเพขรทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พร้อมกับมีการยกมือประท้วงไม่ต่างกับคราวนี้เพียงแต่ครั้งนี้เดือดพล่านกว่า

กลายเป็นบุคคล"โด่งดัง"ทันที สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ส.ส.หน้าใหม่ด้วยวัย 34 ปี เขาอภิปรายนโยบายรัฐบาล ทั้งชมติเตือนแนะนำรัฐบาล ถึงขนาด สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเอ่ยปากชม

ถิอเป็นส.ส.ทำการบ้านเตรียมการอภิปรายมาอย่างดีชวนให้ที่ประชุมต้องพยักหน้าตามไปกับข้อมูลของเขา

ไม่จำเป็นต้องใช้วาจาส่อเสียด จิกหัวด่าให้เจ็บแสบ แต่ด้วยการเรียงร้อยข้อมูลน่าเชื่อถือใส่ลีลาท่าทางเล็กน้อย ก็ทำให้ส.ส.หน้าใหม่รายนี้เป็นที่ถูกกล่าวถึง

ตัวอย่าง เช่น การแก้ปัญหาเกษตรกรที่มองว่ารัฐบาลติดกระดุมผิดเม็ด ซึ่งต้องเริ่มจากการให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นอันดับแรก จากนั้นการสร้างผลผลิต ปลดเปลื้องหนี้สิน มีชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขก็จะตามมาเอง

หลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้นบรรดาสื่อทีวีสารพัดช่อง ติดต่อขอสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่พรรครับสายแทบไหม้ต้องจัดคิวกันเลย เรียกว่าดังอย่างสร้างสรรค์

อีกรายน่าจะเป็น ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุตดิตถ์ ด้วยใบหน้านวล ไว้ทรงผมเรียบแป้ตั้งกระบังมีกันจอนไว้เคราพองามราวกับ เอลวิส สร้างความเด่นเมื่อขึ้นจอทีวี ยิ่งการอภิปรายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กระชับ เก็บกวาดทุกปัญหานโยบาย ถือว่า การอภิปรายครานี้สอบผ่าน

สุดท้าย "ความพัง" มักบังเกิดขึ้นกับนักการเมืองที่มาทำหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยบางคน ที่ยังไม่เคยหลุดออกจากการสร้างตัวเองออกจอด้วยการสรรหาวาทะต่ำตม มาอภิปรายหรือพยายามหลอกด่าคนโน้นคนนี้ ทำให้สภาที่ควรมีแต่ผู้มีวุฒิภาวะกลับกลายเป็นไร้วุฒิภาวะ

วาทกรรมเหน็บแนม โต้ตอบไปมา คงมีให้เห็นตั้งแต่ "ตัวประกอบห้าบาทสิบบาท" "สว.เลียบู้ททหาร" "ขี้ข้าโจร" ฯลฯ จนหวิดวางมวย

หนักเข้าก็มีการให้ข้อมูลเท็จสร้างความบิดเบือนนำไปสู่การเข้าใจผิดได้ เช่น พฤติกรรมส.ส.รายหนึ่ง ปล่อยข่าวออกสู่โลกโซเชี่ยลว่า"บิ๊กตู่" ขู่ยิงเสรีกลางสภา เป็นต้น

ทั้งๆที่ประชาชนติดตามชมการถ่ายทอดสด ผู้แทนในสภาได้รับฟังเนื้อหาเดียวกัน แต่ส.ส.รายดังกล่าวยังติดนิสัยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ไม่น่าจะมาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ควรเอาดีด้วยการไปเล่นตลกคาเฟ่มากกว่า

จึงไม่แปลก ที่ผู้คุมกฎอย่างชวน หลีกภัย ต้องอบรมสั่งสอน ด้วยวาทะกินใจ แด่ผู้เรียกว่า"สมาชิกสภาผู้แทนอันทรงเกียรติ"ว่า "ที่นี่ไม่ใช่สภาเด็กเล่น"

ข่าวอื่นๆ